
ประชุมสุดยอดสีจิ้นผิง-ทรัมป์ หนุนความเชื่อมั่นเศรษฐกิจโลก ส่งสัญญาณบวกต่อการค้าและการลงทุน
สรุปประเด็น
ปักกิ่ง, 18 พ.ค. (ซินหัว) -- การพบปะหารือระหว่างสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 13-15 พ.ค. ได้รับเสียงชื่นชมจากบรรดาสถาบัน ผู้เชี่ยวชาญ และบุคลากรสื่อมวลชนทั่วโลกว่าเป็นพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนการฟื้นฟูเศรษฐกิจโลกและสัญญาณเชิงบวกของโอกาสทางธุรกิจ
เมื่อวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) จูลี โคแซ็ก ผู้อำนวยการฝ่ายการสื่อสารของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่าการที่สองประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลกจัดการหารือระดับสูงสุดเช่นนี้มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง ทุกสิ่งที่ช่วยลดความตึงเครียดและความไม่แน่นอนทางการค้าล้วนดีต่อทั้งสองประเทศ รวมถึงเศรษฐกิจโลก
ทอม วัตคินส์ อดีตที่ปรึกษาศูนย์นวัตกรรมมิชิแกน-จีน ชี้ว่าทั้งชาวอเมริกันและชาวจีน รวมถึงผู้นำทั่วโลก ต่างไม่ชอบความไม่มั่นคงและความไม่แน่นอน ขณะนักลงทุนชอบสิ่งที่คาดการณ์ได้และมีเสถียรภาพ ดังนั้นคณะผู้นำควรสร้างสภาพแวดล้อมที่ทั้งสองฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกสามารถเจริญรุ่งเรืองและเติบโตอย่างสันติ โดยวัตคินส์ยกตัวอย่างว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีสีเขียว และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นสิ่งที่ทั้งสองประเทศสามารถร่วมมือกันได้
ผู้นำควรสร้างสภาพแวดล้อมที่ทั้งสองฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกสามารถเจริญรุ่งเรืองและเติบโตอย่างสันติ
บรูซ แมคลาฟลิน ซีอีโอของซิโนจี คอนซัลติง กรุ๊ป จากออสเตรเลีย กล่าวว่าสถานการณ์ระหว่างประเทศในปัจจุบันทำให้ยิ่งต้องพึ่งพาข้อตกลงการค้าและการลงทุนที่เปิดกว้าง มั่นคง และตั้งอยู่บนกฎเกณฑ์มากขึ้นเพื่อสร้างเสถียรภาพของโลก โดยความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ไม่เพียงส่งผลต่อการแลกเปลี่ยนทางการค้าและเศรษฐกิจทวิภาคี แต่ยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดโลก รวมถึงความมั่นคงของห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกด้วย
แมคลาฟลิน เสริมว่าการพบปะหารือระหว่างสีจิ้นผิงกับทรัมป์ครั้งนี้เป็นโอกาสล้ำค่าสำหรับนานาประเทศและภาคธุรกิจในการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและยกระดับเครือข่ายห่วงโซ่อุปทาน โดยความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ที่มีเสถียรภาพอาจช่วยลดต้นทุนที่เกิดจากการแตกกระจายและความซ้ำซ้อนของห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงกระตุ้นการลงทุนและความเชื่อมั่นของตลาด
อนึ่ง กรณีทรัมป์เยือนจีนอย่างเป็นทางการได้ดึงดูดความสนใจจากนานาชาติอย่างมาก โดยสหรัฐฯ และจีนพยายามรักษาเสถียรภาพของความสัมพันธ์ทวิภาคี ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ
โมฮามาดี คอมปาโอเร นักข่าวอาวุโสชาวไอวอรีโคสต์ และผู้อำนวยการฝ่ายสิ่งพิมพ์ของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นแห่งโกตดิวัวร์ เชื่อว่าความร่วมมือระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่พัฒนาดีขึ้นจะช่วยสร้างเสถียรภาพแก่เศรษฐกิจโลก รักษาความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน และลดความผันผวนในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ระหว่างประเทศ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อหลายประเทศในแอฟริกาที่พึ่งพาการส่งออกวัตถุดิบ นอกจากนั้นความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปยังอาจสร้างโอกาสใหม่ให้แอฟริกาในด้านโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน เหมืองแร่ และการผลิต โดยการแข่งขันและความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศใหญ่ที่เพิ่มขึ้นอาจกระตุ้นการลงทุนและการเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นทั่วทวีปแอฟริกา
วิลสัน ลี ฟลอเรส คอลัมนิสต์ประจำเดอะ ฟิลิปปินส์ สตาร์ หนังสือพิมพ์รายวันภาษาอังกฤษของฟิลิปปินส์ กล่าวว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะได้ประโยชน์หากชาติมหาอำนาจแข่งขันกันทางเศรษฐกิจแต่ยังร่วมมือกันทางยุทธศาสตร์เพื่อรักษาสันติภาพ โดยความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ เชิงสร้างสรรค์จะลดความไม่แน่นอนและส่งเสริมการลงทุน การท่องเที่ยว การแลกเปลี่ยนทางการศึกษา ความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ และการเติบโตระดับภูมิภาค รวมถึงช่วยส่งเสริมการผลิตในภูมิภาค อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โลจิสติกส์ การส่งออกสินค้าเกษตร และความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทรัมป์ปะทะเพนกวิน! เมื่อภาษีนำเข้าบุกถึงเกาะที่มีแต่นกในชุดสูท
เมื่อมาตรการภาษีนำเข้าของทรัมป์ครอบคลุมถึงเกาะร้างที่มีแต่เพนกวินอาศัยอยู่ การเก็บภาษี 10% จากดินแดนที่ไม่มีประชากรและไม่มีการค้ากลายเป็นเรื่องชวนอมยิ้มแห่งปี สงครามการค้าครั้งนี้ไม่เว้นแม้แต่นกในชุดสูท หมู่เกาะเฮิร์ดและแมคโดนัลด์ ซึ่งเป็นกลุ่มเกาะใกล้แอนตาร์กติกา เป็นหนึ่งในสถานที่ห่างไกลที่สุดบนโลก สามารถเข้าถึงได้เฉพาะทางเรือที่ต้องใช้เวลาเดินทางสองสัปดาห์จากออสเตรเลีย และมีเพียงเพนกวินและแมวน้ำอาศัยอยู่เป็นส่วนใหญ่ การเยี่ยมชมพื้นที่เหล่านี้มีข้อจำกัดอย่างเข้มงวดเพื่อรักษาระบบนิเวศของพื้นที่และต้องมีใบอนุญาต

จีน-สหภาพยุโรปตั้ง 'กลไกหารือการค้า-ลงทุน' มุ่งปรับสมดุล คุมส่งออก ปฏิรูป WTO
จีนและสหภาพยุโรปจัดตั้งกลไกหารือการค้า-ลงทุนอย่างเป็นทางการ ครอบคลุม 4 ด้านหลัก ทั้งปรับสมดุลการค้า คุมส่งออกแรร์เอิร์ธ ทรัพย์สินทางปัญญา และปฏิรูป WTO

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงหนัก ดาวโจนส์ทรุด 1,679 จุด S&P 500 และ Nasdaq ร่วงแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงหนัก สูญเสียมูลค่า 81.6 ล้านล้านบาท เหตุทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้า 10% ทั่วโลก Nike-Apple ดิ่ง 14-9% ส่ง S&P 500 กลับสู่เขตปรับฐาน ต่ำกว่าระดับสูงสุด 12% นับเป็นวันที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563

เปิดความเสี่ยงไทย จากมาตรการภาษีต่างตอบแทนของทรัมป์
ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมประกาศมาตรการภาษีศุลกากรต่างตอบแทนกับประเทศคู่ค้าเกือบทั้งหมดของสหรัฐฯ ในวันพรุ่งนี้ (2 เมษายน) รายงานของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้เผยให้เห็นประเด็นปัญหาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ที่อาจถูกหยิบยกมาเป็นเหตุผลในการกำหนดมาตรการภาษีใหม่

เศรษฐกิจโลก 2025: ส่องทิศทางและความท้าทายจากมุมมองนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำ
เจาะลึกรายงานล่าสุดจาก World Economic Forum เผยการคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2025 พร้อมวิเคราะห์ผลกระทบจากสงครามการค้า การแยกขั้วเศรษฐกิจ และบทบาทของสหรัฐฯ ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าเศรษฐกิจโลก

นายกฯ ออกแถลงการณ์ ประกาศนำเข้าพลังงาน เครื่องบิน สินค้าเกษตร จากสหรัฐฯ เพิ่ม
นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ออกแถลงการณ์ ท่าทีของประเทศไทยกับนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ระบุ ภาษี ทรัมป์ กระทบหนัก สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ อาหารแปรรูป สินค้าเกษตร เตรียมเพิ่มการนำเข้าสินค้าพลังงาน เครื่องบิน สินค้าเกษตร จากสหรัฐฯ เพิ่ม
