สีจิ้นผิงนำพาสายสัมพันธ์ 'จีน-สหรัฐฯ' มุ่งหน้าสู่เสถียรภาพ

สีจิ้นผิงนำพาสายสัมพันธ์ 'จีน-สหรัฐฯ' มุ่งหน้าสู่เสถียรภาพ

สรุปประเด็น

ปักกิ่ง, 23 ก.ย. 2569 (ซินหัว) — ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน เดินทางเยือนสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 23–25 กันยายน 2569 ตามคำเชิญของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โดยมีกำหนดหารือประเด็นความสัมพันธ์ทวิภาคีและสถานการณ์ระหว่างประเทศ การเยือนครั้งนี้นับเป็นการเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการครั้งที่ 2 ของสีจิ้นผิง หลังการเยือนครั้งแรกในปี 2015 และเกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่เดือนหลังจากทรัมป์เดินทางเยือนจีน สะท้อนการกลับมาใช้การพบหารือระดับผู้นำเพื่อบริหารความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศโดยตรงมากขึ้น

การพบกันครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงประเด็นการค้า แต่ครอบคลุมตั้งแต่ ภาษี เทคโนโลยี AI แร่สำคัญ ห่วงโซ่อุปทาน ไปจนถึงประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งล้วนส่งผลต่อเศรษฐกิจและธุรกิจทั่วโลก

จากการแข่งขัน สู่การบริหาร “ความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์”

ความสัมพันธ์จีน–สหรัฐฯ ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมาเผชิญทั้งข้อพิพาททางการค้า มาตรการควบคุมเทคโนโลยี และการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ขณะเดียวกันทั้งสองประเทศยังมีความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในระดับสูง ทำให้การบริหารความสัมพันธ์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องการทูต แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ การค้า การลงทุน เทคโนโลยี และห่วงโซ่อุปทานโลก

ก่อนหน้านี้ ในการพบกันที่กรุงปักกิ่งเมื่อเดือนพฤษภาคม สีจิ้นผิงได้หยิบยกแนวคิด “Thucydides Trap” ขึ้นมาเป็นหนึ่งในคำถามต่อความสัมพันธ์ระหว่างมหาอำนาจ โดยถามว่าจีนและสหรัฐฯ จะสามารถก้าวข้ามกับดักดังกล่าวและสร้างรูปแบบใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมหาอำนาจได้หรือไม่

แนวคิดดังกล่าว ซึ่งตั้งชื่อตามนักประวัติศาสตร์กรีก Thucydides ถูกนำมาใช้ในงานศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่ออธิบายความเสี่ยงของความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจเดิมกับมหาอำนาจที่กำลังเติบโต แม้จะยังเป็นประเด็นถกเถียงในวงวิชาการก็ตาม

“Constructive Strategic Stability” กับโจทย์ 3 ปีข้างหน้า

หลังการประชุมผู้นำในเดือนพฤษภาคม ทั้งสองฝ่ายมีท่าทีสนับสนุนกรอบความสัมพันธ์ที่เรียกว่า “constructive strategic stability” หรือเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์ที่สร้างสรรค์ โดยนักวิเคราะห์จาก Carnegie Endowment มองว่าแนวคิดนี้เป็นหนึ่งในประเด็นร่วมที่ปรากฏในท่าทีของทั้งสองฝ่าย แม้รายละเอียดและการตีความของแต่ละฝ่ายยังแตกต่างกัน

ในทางปฏิบัติ การสร้างเสถียรภาพไม่ได้หมายถึงการยุติการแข่งขันระหว่างจีนกับสหรัฐฯ แต่เกี่ยวข้องกับการสร้างช่องทางสื่อสารและกลไกเพื่อ บริหารความแตกต่าง ลดความเสี่ยงจากความเข้าใจผิด และรักษาพื้นที่สำหรับความร่วมมือในประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายมีผลประโยชน์ร่วมกัน

นี่จึงเป็นโจทย์สำคัญของการพบกันในกรุงวอชิงตันครั้งนี้ เพราะทั้งสองประเทศยังมีประเด็นที่ต้องจัดการหลายด้าน ตั้งแต่ ภาษีและการค้า ไปจนถึง AI เทคโนโลยีขั้นสูง และแร่สำคัญที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมโลก

การค้าไม่ใช่แค่เรื่องภาษี แต่คือโครงสร้าง Supply Chain

หนึ่งในประเด็นที่ภาคธุรกิจทั่วโลกจับตามองคืออนาคตของข้อตกลงด้านการค้าและมาตรการภาษีระหว่างสองประเทศ

Reuters รายงานว่า ทั้งสองฝ่ายยังต้องบริหารประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความตกลงด้านการค้าในปี 2025 รวมถึงแนวทางรักษาความต่อเนื่องของการพักรบทางการค้า ขณะที่ประเด็นเกี่ยวกับ แร่หายาก (Rare Earths) และสินค้าเกษตรก็อยู่ในกลุ่มเรื่องที่มีความสำคัญต่อการเจรจา

สำหรับภาคธุรกิจ ความหมายของเรื่องนี้กว้างกว่าการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษี เพราะบริษัทต้องประเมินตั้งแต่ แหล่งวัตถุดิบ โรงงาน ฐานการผลิต การขนส่ง ไปจนถึงตลาดปลายทาง

หากความสัมพันธ์มีเสถียรภาพมากขึ้น ธุรกิจอาจมีพื้นที่ในการวางแผน Supply Chain ระยะยาวได้มากขึ้น แต่หากการแข่งขันด้านเทคโนโลยีและการค้ากลับมารุนแรงขึ้น บริษัทที่พึ่งพาตลาดหรือวัตถุดิบจากประเทศใดประเทศหนึ่งก็ยังจำเป็นต้องบริหารความเสี่ยงและกระจายฐานการผลิตต่อไป

AI และเทคโนโลยี คือสมรภูมิใหม่ของการแข่งขัน

อีกประเด็นที่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างมากคือ Artificial Intelligence (AI)

แม้จีนและสหรัฐฯ จะมีผลประโยชน์ร่วมกันในการพัฒนาเทคโนโลยี แต่ทั้งสองฝ่ายยังแข่งขันกันอย่างเข้มข้นในเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะ AI และชิปประมวลผล

รายงานล่าสุดระบุว่า AI เป็นหนึ่งในประเด็นที่คาดว่าจะถูกหยิบยกขึ้นหารือในการเยือนครั้งนี้ ขณะที่ทั้งสองประเทศยังมีมาตรการควบคุมและข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ

สำหรับธุรกิจ นั่นหมายความว่า AI Supply Chain จะไม่ได้ประกอบด้วยเพียงผู้พัฒนาโมเดลหรือผู้ผลิตชิป แต่ยังเชื่อมโยงกับ Data Center, Cloud Computing, พลังงาน ระบบทำความเย็น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

ประเทศและบริษัทที่สามารถสร้างความยืดหยุ่นให้กับห่วงโซ่เหล่านี้จึงมีความสำคัญมากขึ้นในยุคที่การแข่งขันทางเทคโนโลยีและภูมิรัฐศาสตร์เดินไปพร้อมกัน

จากมหาอำนาจสู่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจเอเชีย

สำหรับประเทศในเอเชีย รวมถึงไทย ทิศทางความสัมพันธ์จีน–สหรัฐฯ มีผลต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในหลายมิติ

หากการเจรจาช่วยลดความไม่แน่นอนด้านการค้าได้ อาจช่วยให้บริษัทข้ามชาติสามารถวางแผนการผลิตและการลงทุนในภูมิภาคได้ชัดเจนขึ้น ขณะที่การแข่งขันด้านเทคโนโลยีและการกระจายความเสี่ยงของ Supply Chain ยังคงเป็นแรงผลักดันให้ธุรกิจมองหาฐานการผลิตและพันธมิตรใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับไทย ประเด็นที่ควรจับตาจึงอยู่ที่ การลงทุนใหม่ การย้ายหรือกระจายฐานการผลิต การค้าอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนอุตสาหกรรม EV ดิจิทัล Data Center พลังงาน และโลจิสติกส์

โอกาสทางธุรกิจไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติจากความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจ แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละประเทศในการสร้าง โครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบ บุคลากร และ Ecosystem ที่รองรับการลงทุนระยะยาว

“สะพาน” ระหว่างประชาชนกับโจทย์ความสัมพันธ์ระดับรัฐ

นอกจากเศรษฐกิจและเทคโนโลยี อีกมิติที่ซินหัวนำเสนอคือความสัมพันธ์ระดับประชาชน โดยกล่าวถึงโครงการของจีนที่เชิญชวนเยาวชนอเมริกันมาแลกเปลี่ยนและศึกษาต่อในจีน ซึ่งรัฐบาลจีนระบุว่าเป้าหมาย 50,000 คนภายใน 5 ปีสามารถบรรลุได้ก่อนกำหนด

เรื่องราวของ โรนัลด์ ซาโคลสกี ครูชาวอเมริกัน และ อินอวี้เจิน หญิงชาวจีนที่ร่วมกันสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการแปรสภาพเป็นทะเลทรายในมองโกเลียใน ก็ถูกนำเสนอเป็นตัวอย่างของความสัมพันธ์ระดับประชาชน

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวดังกล่าวเป็นการนำเสนอจากสื่อจีนและควรแยกออกจากผลลัพธ์ของการเจรจาระดับรัฐบาล เพราะความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ของรัฐเป็นคนละมิติ แม้ทั้งสองส่วนจะมีส่วนต่อบรรยากาศโดยรวมของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

สิ่งที่ภาคธุรกิจต้องติดตามหลังการพบกัน

การเยือนสหรัฐฯ ของสีจิ้นผิงครั้งนี้จึงมีความสำคัญในฐานะหนึ่งในกลไกสำหรับ บริหารความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจ มากกว่าการมองเพียงว่าเป็นการประชุมเพื่อหาข้อตกลงทางการค้า

สิ่งที่ภาคธุรกิจควรติดตามหลังการหารือ ได้แก่

  • ทิศทางภาษีและมาตรการการค้า ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ

  • การควบคุมเทคโนโลยีและ AI รวมถึงชิปและเทคโนโลยีขั้นสูง

  • Rare Earths และวัตถุดิบยุทธศาสตร์ ที่มีผลต่อภาคอุตสาหกรรม

  • การลงทุนและการกระจาย Supply Chain ในเอเชีย

  • กลไกสื่อสารระหว่างรัฐบาล เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความขัดแย้งที่ลุกลาม

  • ผลต่อ ค่าเงิน การค้า การลงทุน และต้นทุนของธุรกิจในภูมิภาค

ท้ายที่สุด การพบกันของสีจิ้นผิงและทรัมป์ไม่ได้หมายความว่าความแตกต่างเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ จะหายไป แต่สะท้อนความพยายามของทั้งสองฝ่ายที่จะรักษาช่องทางการสื่อสารและบริหารการแข่งขันให้อยู่ในระดับที่สามารถจัดการได้

สำหรับเศรษฐกิจโลก สิ่งที่สำคัญจึงไม่ใช่เพียงผลลัพธ์ของการประชุมครั้งเดียว แต่คือ ความต่อเนื่องของกลไกเจรจาและความสามารถในการรักษาเสถียรภาพของการค้า เทคโนโลยี และห่วงโซ่อุปทานโลก ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนของภาคธุรกิจในระยะต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จีนจัดพิธีฌาปนกิจร่าง 'จูหรงจี' อดีตนายกฯ ในกรุงปักกิ่ง

จีนจัดพิธีฌาปนกิจร่าง 'จูหรงจี' อดีตนายกฯ ในกรุงปักกิ่ง

จีนจัดพิธีฌาปนกิจร่าง 'จูหรงจี' อดีตนายกรัฐมนตรีจีน ณ สุสานการปฏิวัติปาเป่าซาน กรุงปักกิ่ง หลังเสียชีวิตในวัย 98 ปี โดยมีประธานาธิบดีสีจิ้นผิง พร้อมด้วยผู้นำระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐบาล ร่วมเดินทางมาคารวะศพและแสดงความไว้อยาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ยกย่องเป็นนักปฏิวัติและรัฐบุรุษผู้โดดเด่น

5 นาที
‘ทรัมป์’ เก็บภาษีนำเข้ารถ 25% กระทบลูกโซ่ ไทย - อาเซียน เสี่ยงถูกภาษีตอบโต้

‘ทรัมป์’ เก็บภาษีนำเข้ารถ 25% กระทบลูกโซ่ ไทย - อาเซียน เสี่ยงถูกภาษีตอบโต้

ทำเนียบขาวประกาศมาตรการเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ต่างชาติ 25% มีผล 3 เม.ย.นี้ อ้างปกป้องความมั่นคงอุตสาหกรรมยานยนต์อเมริกัน ส่อส่งผลกระทบลูกโซ่ถึงภูมิภาคอาเซียน ไทยเสี่ยง เพราะส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนไปสหรัฐฯ สูงถึง 1.9 พันล้านดอลลาร์

6 นาที
สีจิ้นผิง-ทรัมป์เห็นพ้อง 'วิสัยทัศน์ใหม่' สร้างสายสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ มีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์

สีจิ้นผิง-ทรัมป์เห็นพ้อง 'วิสัยทัศน์ใหม่' สร้างสายสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ มีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์

Xi Jinping และ Donald Trump เห็นพ้องสร้าง “วิสัยทัศน์ใหม่” เพื่อยกระดับความสัมพันธ์จีน–สหรัฐฯ สู่เสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์ มุ่งขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการเมืองระหว่างประเทศ พร้อมบริหารความแตกต่างและลดความเสี่ยงต่อความขัดแย้งในอนาคต

7 นาที
มิตรภาพจีน-DPRK ไม่เปลี่ยนแปลง พร้อมร่วมมือ 'คิมจองอึน' ผลักดันสัมพันธ์ทวิภาคี

มิตรภาพจีน-DPRK ไม่เปลี่ยนแปลง พร้อมร่วมมือ 'คิมจองอึน' ผลักดันสัมพันธ์ทวิภาคี

สีจิ้นผิงเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีอย่างเป็นทางการ พร้อมหารือคิมจองอึน ย้ำมิตรภาพดั้งเดิมจีน-DPRK ที่มั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง และพร้อมยกระดับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ รวมถึงผลักดันความสัมพันธ์ทวิภาคีให้ก้าวหน้าสู่ยุคใหม่

2 นาที
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงหนัก ดาวโจนส์ทรุด 1,679 จุด S&P 500 และ Nasdaq ร่วงแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงหนัก ดาวโจนส์ทรุด 1,679 จุด S&P 500 และ Nasdaq ร่วงแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงหนัก สูญเสียมูลค่า 81.6 ล้านล้านบาท เหตุทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้า 10% ทั่วโลก Nike-Apple ดิ่ง 14-9% ส่ง S&P 500 กลับสู่เขตปรับฐาน ต่ำกว่าระดับสูงสุด 12% นับเป็นวันที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563

5 นาที
สีจิ้นผิง-ปูติน พบสื่อในปักกิ่ง ตอกย้ำสัมพันธ์จีน-รัสเซียระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์

สีจิ้นผิง-ปูติน พบสื่อในปักกิ่ง ตอกย้ำสัมพันธ์จีน-รัสเซียระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์

สีจิ้นผิงและวลาดิเมียร์ ปูติน ร่วมพบสื่อในกรุงปักกิ่ง พร้อมตอกย้ำความสัมพันธ์จีน-รัสเซียที่ก้าวสู่ระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์ เดินหน้าความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ เศรษฐกิจ การศึกษา และการประสานบทบาทรักษาเสถียรภาพโลก

4 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง