แอมานุแอล มาครง: ซีอีโอสายเทคโนแครตแห่งฝรั่งเศส กับการฟื้นฟูเศรษฐกิจยุคใหม

THE LEADERS

แอมานุแอล มาครง: ซีอีโอสายเทคโนแครตแห่งฝรั่งเศส กับการฟื้นฟูเศรษฐกิจยุคใหม

Élysée ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศส

แอมานุแอล มาครง: ซีอีโอสายเทคโนแครตแห่งฝรั่งเศส กับการฟื้นฟูเศรษฐกิจยุคใหม

ฟังบทความนี้โดย AI

Business Leader Podcast

0:00
0:00

สรุปประเด็น

หากถามว่างผู้นำประเทศที่มีสไตล์การบริหารใกล้เคียงกับ "ซีอีโอ" บริษัท มากที่สุด ชื่อของ แอมานุแอล มาครง (Emmanuel Macron) ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ย่อมขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ นับตั้งแต่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศ เขาไม่ได้วางตัวเป็นเพียงนักการเมืองแบบดั้งเดิม แต่เขาคือ "นักบริหารเศรษฐกิจเชิงรุก" ที่พยายามรีแบรนด์ประเทศฝรั่งเศสจากรัฐสวัสดิการที่ตึงตัว ให้กลายเป็น "Start-up Nation" ที่ยืดหยุ่นและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากทั่วโลก โดยหนึ่งเดือนหลังจากการรับตำแหน่งประธานาธิบดีในครั้งแรก "ประธานาธิบดี แอมานุแอล มาครง ได้ประกาศวิสัยทัศน์ของเขาอย่างชัดเจน ว่าเขาต้องการเปลี่ยนฝรั่งเศสให้กลายเป็นประเทศที่ 'คิดและขับเคลื่อนเหมือนสตาร์ทอัพ'" 

แอมานุแอล มาครง ได้เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ ด้วยวัยเพียง 39 ปี ในเดือนพฤษภาคม 2017 ส่งผลให้เขากลายเป็นประธานาธิบดีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส และเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่เกิดหลังจากการสถาปนาสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 5 ในปี 1958 นับเป็นผู้นำประเทศที่มีอายุน้อยที่สุดนับตั้งแต่ยุคของจักรพรรดินโปเลียน (Napoleon) ซึ่งปูมหลังอันเป็นเอกลักษณ์และแนวคิดของคนรุ่นใหม่นี้เอง ที่กลายเป็นเชื้อไฟสำคัญในการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดดให้กับฝรั่งเศสในเวลาต่อมา"

Business Leader ขอเจาะลึกแนวคิดการบริหาร (Management Philosophy) และมิติด้านการพัฒนาเศรษฐกิจของชายผู้เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์เศรษฐกิจฝรั่งเศสให้และยุโรปคนนี้

จาก Investment Banker สู่เก้าอี้ผู้นำประเทศ

ปูมหลังของมาครงคือสิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างจากนักการเมืองฝรั่งเศสทั่วไป เขาจบการศึกษาจากสถาบันชั้นสูงอย่าง ÉNA (École Nationale d'Administration) และเคยทำงานเป็นนักธนาคารเพื่อการลงทุน (Investment Banker) ที่ Rothschild & Co ซึ่งที่นี่เองที่เขาได้บ่มเพาะทักษะการเจรจาระดับดีลหมื่นล้าน และเข้าใจลึกซึ้งถึงสิ่งที่ "ทุนนิยมโลก" และ "นักลงทุน" ต้องการ

เมื่อก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมืองในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ และก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีในเวลาต่อมา มาครงได้นำแนวคิดแบบ "Neither Left nor Right" (ไม่ซ้าย ไม่ขวา แต่อยู่ที่ความก้าวหน้า) มาใช้ โดยเน้นการพังทลายกำแพงระบบราชการเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจเป็นหลัก

แนวคิดการบริหาร: ประเทศคือบริษัทนวัตกรรม

สไตล์การบริหารของมาครงถูกเรียกว่าเป็นแบบ "Top-down Technocratic" หรือการบริหารโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสิทธิภาพสูง เขามักถูกเปรียบเทียบว่าเป็นผู้นำที่บริหารประเทศเหมือนบอร์ดบริหารบริษัทที่ล็อกเป้าหมายชัดเจน (Results-Oriented) โดยมีเสาหลัก 3 ประการคือ:

  • Agility & Deregulation (ความยืดหยุ่นและการลดกฎเกณฑ์): มาครงเชื่อว่ากฎหมายแรงงานที่เก่าเกินไปคืออุปสรรคของการเติบโต เขาปรับแก้กฎหมายควบคุมแรงงาน (Macron Decrees) ให้บริษัทต่างๆ สามารถจ้างงานและเลิกจ้างได้ยืดหยุ่นขึ้นตามกลไกตลาด ซึ่งส่งผลให้รายงานจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ (INSEE) และ Eurostat ระบุว่าอัตราการว่างงานของฝรั่งเศสลดลงจากเดิมที่สูงเกือบ 10% ในปี 2017 ลงมาเหลือเพียงราว 7.1% - 7.5% ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบกว่า 40 ปีของฝรั่งเศส

  • The "Start-up Nation" Vision: ยุทธศาสตร์ที่เด่นชัดที่สุดเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน 2017 เมื่อประธานาธิบดีมาครงได้ประกาศวิสัยทัศน์ต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการว่า เขาต้องการเปลี่ยนฝรั่งเศสให้กลายเป็นประเทศที่ "คิดและขับเคลื่อนเหมือนสตาร์ทอัพ" (Thinks and moves like a startup) เขาปรับเปลี่ยนปารีสให้กลายเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีของยุโรป ผ่านโครงการ French Tech Visa คือโครงการวีซ่าเร่งด่วน (Fast-track scheme) ของรัฐบาลฝรั่งเศสที่ออกแบบมาเพื่อดึงดูดบุคลากรต่างชาติสายเทคโนโลยีจากนอกกลุ่มสหภาพยุโรป (Non-EU) ให้เข้ามาทำงานและเติบโตในระบบนิเวศสตาร์ทอัพของฝรั่งเศส  และมีการสนับสนุนเงินทุนก้อนใหญ่ โดยมีศูนย์กลางอย่าง Station F ในปารีส ซึ่งเป็น Campus สตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในปี 2017 ฝรั่งเศสมีบริษัทระดับยูนิคอร์น (Unicorns) เพียงไม่กี่บริษัท แต่เขาสามารถทำยอดทะลุเป้าหมาย 25 ยูนิคอร์นได้สำเร็จก่อนกำหนดตั้งแต่ช่วงต้นปี 20

  • Pro-Business Tax Reforms: มาครงลดภาษีนิติบุคคล (Corporate Tax) จากเดิมที่สูงถึง 33.3% ลงมาอยู่ที่ประมาณ 25% เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำธุรกิจและแข่งขันในเวทีระดับโลกได้

มิติด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและการดึงดูดทุนข้ามชาติ

ผลงานชิ้นโบแดงที่นักธุรกิจทั่วโลกยอมรับในตัวมาครงคือ แคมเปญ "Choose France" ซึ่งเป็นงานซัมมิตประจำปีที่เขาจะเชิญซีอีโอระดับโลก (เช่น Elon Musk และผู้บริหารสูงสุดจากองค์กรชั้นนำ) มาร่วมเจรจาเพื่อปิดดีลการลงทุน ส่งผลให้รายงานดัชนีความน่าเชื่อถือระดับโลกจาก EY (European Attractiveness Survey) จัดอันดับให้ฝรั่งเศสเป็น อันดับ 1 ของยุโรปในการดึงดูดโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ติดต่อกันหลายปี แซงหน้าทั้งสหราชอาณาจักรและเยอรมนี

ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของมาครงประกอบด้วย

  • Reindustrialization ดึงอุตสาหกรรมไฮเทคและโรงงานผลิตแบตเตอรี่ EV กลับสู่ฝรั่งเศส (Gigafactories) ผ่านการอำนวยความสะดวกด้านกฎหมายและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อปลี่ยนฝรั่งเศสให้เป็น Battery Valley ของยุโรป และ ลดการพึ่งพาแบตเตอรี่นำเข้าจากเอเชีย เพื่อความมั่นคงทางพลังงานและการขนส่งในระยะยาว
     
  • Green Transition ขับเคลื่อนผ่านแผนยุทธศาสตร์อนาคต France 2030 วงเงินลงทุนรวม 3 หมื่นล้านยูโร มุ่งเป้าพลังงานนิวเคลียร์ยุคใหม่ (SMRs) ไฮโดรเจนสะอาด และเทคโนโลยีสีเขียว
     
  • Labor & Pension Reform การปฏิรูประบบบำนาญและการศึกษาเพื่อเพิ่มแรงงานทักษะสูงเข้าสู่ตลาดทดแทนสังคมสูงวัย และลดภาระทางการคลังในระยะยาว

มาครง พิสูจน์ให้เห็นว่า "แบรนด์ดิ้งของประเทศ" สามารถเปลี่ยนได้ หากผู้นำเข้าใจภาษาของนักลงทุน รายงานดัชนีความน่าเชื่อถือระบุว่าเขาสามารถทำให้ฝรั่งเศสครองแชมป์ประเทศที่ดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) สูงที่สุดในยุโรปจากการประเมินของสถาบันชั้นนำ

รากฐานการศึกษาที่หล่อหลอมและความรักที่แสนโรแมนติก

แอมานุแอล มาครง เติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่มีพื้นฐานทางการแพทย์ในเมืองอาเมียงส์ (Amiens) ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส แต่เขากลับเลือกเดินเส้นทางสายมนุษยศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารระดับสูง มาครงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านปรัชญาจากมหาวิทยาลัย Paris-Nanterre โดยเคยเป็นผู้ช่วยวิจัยให้กับปอล ริเกอร์ (Paul Ricœur) นักปรัชญาชื่อดัง ก่อนจะเข้าศึกษาต่อที่สถาบัน Sciences Po และจบการศึกษาจาก ÉNA (École Nationale d'Administration) โรงเรียนผลิตผู้บริหารระดับประเทศ ซึ่งปูทางให้เขากลายเป็นนักธนาคารเพื่อการลงทุนที่ประสบความสำเร็จในเวลาต่อมา ในด้านชีวิตครอบครัว มาครงสมรสกับ บรีฌิต ทรอเญอ (Brigitte Trogneux) อดีตครูสอนวิชาภาษาฝรั่งเศสและดราม่าในวัยเด็กของเขาในปี 2007 แม้ว่าทั้งคู่จะไม่มีบุตรด้วยกัน แต่มาครงก็ทำหน้าที่เป็นคุณพ่อบุญธรรมและคุณตาให้กับลูกและหลานๆ ของบรีฌิตอย่างอบอุ่น ซึ่งชีวิตรักที่มั่นคงและแหวกขนบนี้ถือเป็นแรงสนับสนุนสำคัญในเส้นทางการเมืองของเขา

ไลฟ์สไตล์แบบเทคโนแครตรุ่นใหม่

สำหรับไลฟ์สไตล์ส่วนตัว ประธานาธิบดีมาครงสะท้อนภาพลักษณ์ของผู้นำยุคใหม่ที่มีความกระฉับกระเฉงและชื่นชอบความท้าทาย เขามีความหลงใหลในกีฬาฟุตบอลอย่างมากและเป็นแฟนบอลตัวยงของสโมสร ออแล็งปิก เดอ มาร์แซย์ (Olympique de Marseille) รวมถึงชอบใช้เวลาว่างในการเล่นเทนนิส สกี และขี่จักรยาน นอกจากมิติด้านกีฬาแล้ว มาครงยังมีรสนิยมทางศิลปะที่ลุ่มลึก เขาเป็นนักเปียโนฝีมือดีที่เคยฝึกฝนในระดับสถาบันดนตรีจนได้รับฉายาจากสื่อมวลชนว่าเป็น "โมซาร์ทแห่งทำเนียบประธานาธิบดี" (Mozart of the Élysée) ในช่วงเวลาที่ต้องการพักผ่อนจากภารกิจระดับประเทศ มาครงและภริยามักจะเดินทางไปพักผ่อนที่ ป้อมเบรกองซง (Fort de Brégançon) ที่พำนักตากอากาศอย่างเป็นทางการริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาใช้ชาร์จพลังงานและใช้เวลาคุณภาพร่วมกับครอบครัวท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัว

บทสรุป: บทเรียนจาก "ซีอีโอแห่งฝรั่งเศส"

แม้ว่าสไตล์การบริหารที่เฉียบขาดและเน้นตัวเลขทางเศรษฐกิจของมาครง จะทำให้เขาต้องเผชิญกับแรงต้านภายในประเทศจากกลุ่มแรงงานและผู้นิยมระบบรัฐสวัสดิการเดิม (เช่น วิกฤตเสื้อกั๊กเหลือง หรือการประท้วงกฎหมายบำนาญ) แต่ในมุมมองของโลกธุรกิจและการบริหารจัดการ แอมานุแอล มาครง คือกรณีศึกษา ที่น่าสนใจของการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรขนาดใหญ่อย่าง "ประเทศ" ให้มีความสามารถในการแข่งขันในยุคดิสรัปชัน ชายคนนี้แสดงให้เห็นว่า การจะเป็นผู้นำในศตวรรษที่ 21 ไม่ใช่แค่การประนีประนอมทางการเมือง แต่คือการมองการณ์ไกล ขจัดสิ่งกีดขวาง และสร้าง Ecosystem ที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

การจะเป็นผู้นำในศตวรรษที่ 21 ไม่ใช่แค่การประนีประนอมทางการเมือง แต่คือการมองการณ์ไกล ขจัดสิ่งกีดขวาง และสร้าง Ecosystem ที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

ข้อมูลอ้างอิง:

  • EY. (2025). EY European Attractiveness Survey 2025: How can Europe, and France as its leader, reset its foreign investment appeal? EY Global Research.  EY Official Website

  • INSEE. (2025). France's Economic Outlook and Unemployment Rate Performance (2017–2025). National Institute of Statistics and Economic Studies.  INSEE Official Website

  • Gouvernement Français. (2024). France 2030 Investment Plan: Accelerating the Ecological Transition and Next-Gen Technologies. Secrétariat général pour l'investissement (SGPI).  Gouvernement Français Official Website

  • La French Tech. (2024). The Growth of the French Tech Ecosystem: Achieving the 25 Unicorns Milestone ahead of France 2030 Vision. Mission French Tech.  La French Tech Official Website

  • Eurostat. (2025). Euro-area Unemployment Indicators: Longitudinal Analysis of the French Labour Market. European Commission.  Eurostat Official Database

  • Reuters. (2017). Macron wants France to 'think and move like a startup'. Technology and Public Policy Report. Retrieved from Reuters Official Website

แท็กที่เกี่ยวข้อง