
PEAK Account: โปรแกรมบัญชีออนไลน์ที่เจ้าของธุรกิจ SME ไม่ต้องรู้บัญชีก็ใช้ได้
ฟังบทความนี้โดย AI
Business Leader Podcast
สรุปประเด็น
เจ้าของธุรกิจ SME ส่วนใหญ่ไม่ได้เรียนบัญชีมา แต่ต้องรับผิดชอบตัวเลขทุกอย่างตั้งแต่วันแรกที่เปิดกิจการ ไม่ว่าจะเป็นการออกใบเสร็จ ดูสต็อกสินค้า ติดตามลูกหนี้ ไปจนถึงยื่นภาษีรายไตรมาส หลายคนจึงพึ่ง Excel หรือจดสมุดบัญชีด้วยมือ ซึ่งทำงานได้ในช่วงแรก แต่เมื่อธุรกิจโตขึ้น ระบบเหล่านี้กลับกลายเป็นตัวฉุดรั้งแทนที่จะช่วยให้เติบโต
PEAK Account คือโปรแกรมบัญชีออนไลน์สัญชาติไทยที่ออกแบบมาสำหรับ SME โดยเฉพาะ ปัจจุบันมีกิจการกว่า 30,000 บริษัท ใช้งานอยู่ และมีสำนักงานบัญชีมากกว่า 1,800 แห่ง ที่ดูแลลูกค้าผ่านระบบนี้ ด้วยมูลค่ารายการค้าที่ผ่านระบบสูงถึง 80,000 ล้านบาทต่อเดือน
บทความนี้จะพาเจ้าของธุรกิจ SME ทำความรู้จัก PEAK อย่างตรงไปตรงมา — ว่าโปรแกรมนี้ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้จริง เหมาะกับธุรกิจแบบไหน และมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่
ปัญหาที่เจ้าของ SME เจอซ้ำๆ ทุกเดือน
ก่อนจะพูดถึงตัวโปรแกรม ลองเช็กดูว่าคุณเจอปัญหาเหล่านี้อยู่หรือเปล่า:
- ไม่รู้ว่าธุรกิจกำไรหรือขาดทุนจริงๆ จนกว่าจะสิ้นเดือนหรือสิ้นปี เพราะตัวเลขกระจายอยู่ในหลายที่ ทั้ง Excel บัญชีธนาคาร และบิลกระดาษที่กองอยู่บนโต๊ะ
- ไม่รู้ว่าสต็อกสินค้าเหลือเท่าไหร่ จนกว่าจะมีลูกค้าสั่งของแล้วพบว่าของหมด หรือสั่งของเข้ามาเกินความจำเป็น ทำให้เงินจมอยู่ในคลัง
- ตามลูกหนี้ไม่ทัน ลูกค้าที่ค้างชำระหายไปจากสายตา เพราะไม่มีระบบเตือนอัตโนมัติ บางรายการค้างนานหลายเดือนโดยไม่รู้ตัว
- ยื่นภาษีแบบลุ้น เพราะไม่มีระบบรวบรวมเอกสารให้ครบ ต้องมานั่งหาใบกำกับภาษีทีละใบทุกครั้งที่ถึงกำหนดยื่น
PEAK แก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร
PEAK Account ทำงานบน Cloud 100% เข้าใช้ได้ทั้งบนเว็บเบราว์เซอร์และแอปมือถือ ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม ไม่ต้องกลัวข้อมูลหายเมื่อคอมพิวเตอร์พัง และทีมงานทุกคนสามารถเข้าถึงตัวเลขเดียวกันแบบ Real-time ได้พร้อมกัน
โครงสร้างของ PEAK แบ่งเป็น 5 โมดูลที่ทำงานร่วมกันใน PEAK Ecosystem:
- PEAK Account — บัญชีและเอกสารการเงิน เป็นแกนหลักของระบบ
- PEAK Payroll — คำนวณเงินเดือนและประกันสังคมอัตโนมัติ
- PEAK Asset — บริหารสินทรัพย์ถาวรของกิจการ
- PEAK Board — Dashboard สรุปตัวเลขธุรกิจสำหรับเจ้าของกิจการ
- PEAK Tax — จัดการเอกสารภาษีออนไลน์
เจ้าของ SME ส่วนใหญ่เริ่มต้นที่ PEAK Account และเพิ่ม PEAK Payroll หรือ PEAK Tax ตามความต้องการที่โตขึ้น
ฟีเจอร์ที่เจ้าของธุรกิจใช้บ่อยที่สุด
ออกเอกสารครบ จบในที่เดียว
PEAK รองรับเอกสารทางธุรกิจครบทุกประเภท ตั้งแต่ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบวางบิล ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี ไปจนถึง ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) ที่กรมสรรพากรกำลังขยายขอบเขตบังคับใช้มากขึ้นเรื่อยๆ
เอกสารทุกใบสามารถส่งให้ลูกค้าทางอีเมลได้โดยตรงจากระบบ ไม่ต้อง print แล้วถ่ายรูปส่ง Line อีกต่อไป นอกจากนี้ยังมีระบบ รับชำระเงินออนไลน์ ที่ให้ลูกค้าจ่ายได้หลายช่องทาง และระบบจะบันทึกการรับเงินเชื่อมเข้าบัญชีอัตโนมัติ
รู้กำไร-ขาดทุน และสต็อกแบบ Real-time
นี่คือจุดที่เจ้าของ SME ได้ประโยชน์มากที่สุด PEAK คำนวณต้นทุนสินค้าและกำไรให้อัตโนมัติทุกครั้งที่มีการขาย ไม่ต้องรอสิ้นเดือนให้นักบัญชีสรุปตัวเลข เจ้าของกิจการเปิด Dashboard ได้เลยว่าวันนี้กำไรเท่าไหร่ สินค้าไหนขายดี และสต็อกเหลืออีกเท่าไหร่
ระบบ PEAK ช่วยให้เจ้าของธุรกิจเห็นภาพรวมการเงินแบบ Real-time โดยไม่ต้องรู้บัญชี — ลดการพึ่งพาข้อมูลจากนักบัญชีที่มักได้รับช้ากว่าที่ควร
เชื่อมต่อร้านค้าออนไลน์ ไม่ต้องคีย์ซ้ำ
สำหรับ SME ที่ขายสินค้าบนแพลตฟอร์ม e-Commerce เช่น Shopee หรือ Lazada PEAK รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลจากร้านค้าออนไลน์เข้ามาลงบัญชีได้โดยอัตโนมัติ ทำให้ไม่ต้องมานั่งคีย์ยอดขายทีละออเดอร์ ซึ่งประหยัดเวลาได้มากสำหรับร้านที่มีคำสั่งซื้อหลักร้อยถึงหลักพันรายการต่อเดือน [1]
ติดตามลูกหนี้และเจ้าหนี้
ระบบ PEAK ช่วยให้เจ้าของกิจการเห็นภาพรวมว่าใครค้างชำระอยู่บ้าง ค้างมากี่วันแล้ว และยอดรวมลูกหนี้ทั้งหมดเท่าไหร่ ลดความเสี่ยงที่จะลืมตามเงินลูกค้า หรือพลาดจ่ายเจ้าหนี้จนเสียความสัมพันธ์ทางธุรกิจ
ราคา: เริ่มต้นเท่าไหร่
PEAK มีแพ็กเกจ FREE สำหรับผู้ใช้คนเดียวที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจ ซึ่งมีฟีเจอร์พื้นฐานให้ใช้งานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับกิจการที่ต้องการฟีเจอร์ครบขึ้น แพ็กเกจ Starting Business เริ่มต้นที่ 2,500 บาท/ปี ซึ่งรองรับผู้ใช้งานได้ 3 คน และมีระบบ AI ช่วยลงข้อมูล
สำหรับกิจการที่โตขึ้นและต้องการฟีเจอร์เต็มรูปแบบ แพ็กเกจ Small Business ขึ้นไปรองรับผู้ใช้งานมากขึ้น มีระบบสต็อก รายงานผู้บริหาร และการเชื่อมต่อ API ในระดับที่ลึกขึ้น โดย PEAK ระบุราคาเริ่มต้นแพ็กเกจ Business ที่ 1,200 บาท/เดือน [1]
เมื่อเปรียบเทียบกับการจ้างพนักงานบัญชีเพิ่ม 1 คน ซึ่งมีต้นทุนตั้งแต่ 15,000–25,000 บาทต่อเดือน ค่าโปรแกรม PEAK ถือว่าคุ้มค่าอย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับ SME ที่เพิ่งเริ่มขยาย
นอกจากนี้ PEAK ยังมีเครือข่ายสำนักงานบัญชีพาร์ทเนอร์กว่า 1,800 แห่ง ที่คุ้นเคยกับระบบ PEAK อยู่แล้ว หากต้องการให้นักบัญชีภายนอกช่วยดูแล ก็สามารถเลือกจากรายชื่อพาร์ทเนอร์ของ PEAK ได้โดยตรง [1]
ความปลอดภัยของข้อมูล: ไม่ต้องกังวลเรื่องข้อมูลรั่ว
หลายคนกังวลเรื่องการฝากข้อมูลทางการเงินไว้บน Cloud PEAK ใช้ Microsoft Azure เป็นโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นระบบ Cloud มาตรฐานสากลที่บริษัทขนาดใหญ่ทั่วโลกใช้งาน พร้อมมีระบบป้องกันหลายชั้น ได้แก่ การยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (2FA) PIN 6 หลัก และการกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งานในแต่ละเมนูว่าใครเข้าถึงข้อมูลอะไรได้บ้าง [1]
สำหรับเจ้าของกิจการที่เคยกลัวว่าพนักงานจะเห็นข้อมูลที่ไม่ควรเห็น ระบบสิทธิ์ของ PEAK ช่วยแก้ปัญหานี้ได้ตรงจุด
PEAK เหมาะกับธุรกิจแบบไหน
PEAK ตอบโจทย์ได้ดีที่สุดสำหรับ 3 กลุ่มธุรกิจ:
ธุรกิจซื้อมาขายไป ที่ต้องการระบบสต็อก ออกใบเสนอราคา และติดตามลูกหนี้ เพราะ PEAK รวมทุกส่วนไว้ในที่เดียว
ธุรกิจ e-Commerce ที่ขายหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน เพราะระบบ API ของ PEAK ช่วยดูดข้อมูลยอดขายเข้ามารวมกันโดยไม่ต้องคีย์ซ้ำ
ธุรกิจบริการ ที่ต้องออกใบแจ้งหนี้และติดตามการชำระเงินจากลูกค้าหลายราย เพราะระบบติดตามลูกหนี้ของ PEAK ช่วยให้ไม่มีรายการหลุดสายตา
ในทางกลับกัน หากธุรกิจมีโครงสร้างบัญชีซับซ้อนมาก เช่น มีหลายนิติบุคคลหรือดำเนินธุรกิจในหลายประเทศ ควรปรึกษาทีม PEAK โดยตรงว่าระบบรองรับความต้องการเหล่านั้นได้มากน้อยแค่ไหน
บทสรุป: จากที่เคยกลัวบัญชี สู่การเห็นตัวเลขธุรกิจทุกวัน
ระบบบัญชีที่ดีไม่ควรเป็นภาระ แต่ควรเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เจ้าของกิจการตัดสินใจได้เร็วและมั่นใจขึ้น PEAK Account ออกแบบมาด้วยหลักการนี้ — ไม่ได้มุ่งเป้าหมายนักบัญชีมืออาชีพ แต่มุ่งเป้าเจ้าของธุรกิจที่อยากรู้ว่าวันนี้กิจการเป็นอย่างไร โดยไม่ต้องรอสรุปยอดสิ้นเดือน
สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือการพัฒนา AI ใน PEAK ที่ช่วยลดขั้นตอนการลงข้อมูลลงไปอีก และการขยาย PEAK Ecosystem ที่เริ่มครอบคลุมตั้งแต่บัญชี เงินเดือน ภาษี ไปจนถึงการวิเคราะห์ธุรกิจ — ซึ่งอาจเปลี่ยนโปรแกรมบัญชีจากแค่ "ระบบบันทึกตัวเลข" ให้กลายเป็น "ที่ปรึกษาทางการเงิน" ของเจ้าของ SME ได้จริงในอนาคต
ข้อมูลอ้างอิง:
- PEAK Account. (2569). หน้าผลิตภัณฑ์และแพ็กเกจ PEAK Account. PEAK Account Co., Ltd. https://www.peakaccount.com/
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

DBD SMEs360 แพลตฟอร์มดิจิทัล พลังสำคัญขับเคลื่อนธุรกิจ SME ไทยสู่ความสำเร็จในยุคดิจิทัล
DBD SMEs360 คือแพลตฟอร์มดิจิทัลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่รวบรวมเครื่องมือและซอฟต์แวร์บริหารจัดการธุรกิจ SME ครบวงจร ช่วยเสริมศักยภาพและเพิ่มโอกาสในการแข่งขันของ SMEs ไทยผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในด้านการตลาด การเงิน การวิเคราะห์ข้อมูล และทรัพยากรบุคคล เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจไทยสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล

4 กลยุทธ์ธุรกิจร้านอาหาร พิชิตเศรษฐกิจชะลอตัว
ในยุคที่เศรษฐกิจชะลอตัว ร้านอาหารต้องปรับตัวอย่างชาญฉลาดเพื่อรักษารายได้และความอยู่รอด บทความนี้นำเสนอ 4 กลยุทธ์สำคัญ ทั้งด้านการเงิน การตลาด การกระจายรายได้ และการใช้เทคโนโลยี เพื่อช่วยให้ธุรกิจร้านอาหารฝ่าวิกฤตและเติบโตอย่างยั่งยืน
