
สีจิ้นผิง-โมดีแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึก เห็นพ้องจีน-อินเดียควรเป็นหุ้นส่วนกัน
ฟังบทความนี้โดย AI
Business Leader Podcast
สรุปประเด็น
เมื่อวันเสาร์ (12 ก.ย.) สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ซึ่งพบปะหารือนอกรอบการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศบริกส์ (BRICS) ครั้งที่ 18 ในกรุงนิวเดลีของอินเดีย ได้แลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึกอย่างตรงไปตรงมาและบรรลุฉันทามติสำคัญว่าจีนและอินเดียควรเป็นหุ้นส่วนกัน
สีจิ้นผิง กล่าวว่าจีนพัฒนาความสัมพันธ์กับอินเดียจากมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ระดับสูงในระยะยาวเสมอมา และการพบปะกับโมดีสองครั้งในช่วงสองปีที่ผ่านมาได้ชี้นำความสัมพันธ์ทวิภาคีจากจุดเริ่มต้นใหม่สู่การพัฒนาอันดียิ่งขึ้น การแลกเปลี่ยนเชิงองค์กรระหว่างสองประเทศค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมา ความร่วมมือด้านต่างๆ เติบโตต่อเนื่อง และการค้าทวิภาคีพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
จีนและอินเดียแม้มีสภาพการณ์ที่แตกต่างกัน แต่สามารถอาศัยจุดแข็งของกันและกัน สนับสนุนกันและกัน ช่วยเหลืออีกฝ่ายประสบความสำเร็จ และแสวงหาการพัฒนาร่วมกันได้ โดยจีนและอินเดียที่เป็นสองประเทศที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดและสมาชิกสำคัญของกลุ่มประเทศโลกใต้ควรแสดงความรับผิดชอบที่สำคัญท่ามกลางภูมิทัศน์ระหว่างประเทศที่ปั่นป่วน
ทั้งสองฝ่ายควรคำนึงถึงอนาคตของมนุษยชาติและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่มีคุณภาพสูงของความร่วมมือบริกส์ (BRICS) ที่ขยายใหญ่ขึ้น และมีส่วนส่งเสริมพลังงานเชิงบวกสู่สันติภาพ เสถียรภาพ การพัฒนา และความเจริญรุ่งเรืองของโลกมากขึ้น
สีจิ้นผิงเน้นย้ำมุมมองเชิงยุทธศาสตร์อันเป็นกลางและสมเหตุสมผลในการปรับปรุงความสัมพันธ์จีน-อินเดีย โดยจีนและอินเดียเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือกัน ไม่ใช่ศัตรูกัน ทั้งสองประเทศมอบโอกาสการพัฒนาแก่กันมากกว่าสร้างภัยคุกคามต่อกัน สิ่งนี้เป็นดุลยพินิจเชิงยุทธศาสตร์ตามระยะการพัฒนาของสองประเทศและสถานการณ์ระหว่างประเทศ รวมถึงเป็นผลประโยชน์ร่วมกัน
จีนและอินเดียควรช่วยเหลืออีกฝ่ายประสบความสำเร็จผ่านความร่วมมือที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาเป็นตัวหารร่วมกันที่สำคัญที่สุด เสริมสร้างการแลกเปลี่ยนฉันมิตรและความร่วมมือที่เป็นประโยชน์แก่กัน ขยายความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน เที่ยวบินตรง และอื่นๆ เพื่อเพิ่มแรงสนับสนุนความสัมพันธ์ทวิภาคีจากภาคประชาชน
นอกจากนั้นจีนและอินเดียควรรักษาสมดุลและแก้ไขข้อกังวลทางเศรษฐกิจและการค้าของอีกฝ่าย ส่งเสริมการพัฒนาอันมีเสถียรภาพดีของสายสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าทวิภาคี ใช้ภูมิปัญญาทางการเมืองของการเคารพและเข้าใจกันและกันในการก้าวผ่านอุปสรรค และสร้างความก้าวหน้าของความสัมพันธ์ทวิภาคีและประเด็นชายแดนด้วยการสนับสนุนกันและกัน
ทั้งนี้ จีนและอินเดียควรส่งเสริมความร่วมมือพหุภาคีเพื่อประโยชน์ของโลก ควรสนับสนุนอีกฝ่ายในฐานะประธานหมุนเวียนของกลุ่มประเทศบริกส์ เสริมสร้างการประสานงานภายในกลไกพหุภาคีอย่างสหประชาชาติ องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ และกลุ่ม G20 ยืนเคียงข้างกันในการรับมือความท้าทายระดับโลก และสนับสนุนความยุติธรรมและเป็นธรรมอย่างชัดแจ้ง
ด้านโมดีกล่าวว่าอินเดียพร้อมรักษาการแลกเปลี่ยนระดับสูงกับจีนบนพื้นฐานของความเคารพและไว้วางใจซึ่งกันและกัน เสริมสร้างการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ ส่งเสริมความร่วมมืออันเป็นประโยชน์แก่กัน และยกระดับการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน เพื่อเดินหน้าความสัมพันธ์ทวิภาคีสู่ระดับสูงยิ่งขึ้น
อินเดียมองความสัมพันธ์อินเดีย-จีนจากมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ระดับสูงในระยะยาวเสมอมา และยินดีจะเป็นหุ้นส่วนมากกว่าศัตรูคู่แข่งกับจีน และยกให้การพัฒนาของอีกฝ่ายเป็นโอกาสมากกว่าความท้าทาย โดยอินเดียและจีนควรทำงานร่วมกันเพื่อคุ้มครองสันติภาพและความสุขสงบในพื้นที่ชายแดน
อินเดียขอบคุณจีนสำหรับการสนับสนุนอินเดียในฐานะเจ้าภาพการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศบริกส์ และอินเดียจะสนับสนุนจีนอย่างเต็มกำลังในการเป็นประธานบริกส์ในปี 2027 โดยอินเดียพร้อมประสานงานและร่วมมือกับจีนอย่างใกล้ชิดเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในกลุ่มประเทศโลกใต้ ส่งเสริมโลกหลายขั้วยิ่งขึ้นและการเติบโตของเศรษฐกิจโลก และเป็นพลังเพื่อเสถียรภาพและความก้าวหน้าในโลกที่วุ่นวาย
ข้อมูลอ้างอิง:
(แฟ้มภาพซินหัว : สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย พบปะกันนอกรอลการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศบริกส์ ครั้งที่ 18 ในกรุงนิวเดลีของอินเดีย วันที่ 12 ก.ย. 2026)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเล่าสีจิ้นผิงกับ 'รถเมล์' สายแห่งการเปลี่ยนแปลง สะท้อนนโยบายลดช่องว่างเมือง-ชนบทจีน
เรื่องราวการนั่งรถโดยสารของสีจิ้นผิงในเมืองเจียซิงเมื่อปี 2004 สะท้อนแนวคิดการพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับประชาชนเป็นศูนย์กลาง และนโยบายบูรณาการเมือง-ชนบทของจีน ซึ่งช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับบริการสาธารณะ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ชุมชนชนบท จนกลายเป็นหนึ่งในต้นแบบการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ

หนังสือ 'ยุทธศาสตร์การบริหารประเทศจีนภายใต้การนำของสีจิ้นผิง' เล่ม 1 ฉบับภาษารัสเซีย เปิดตัวในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
หนังสือ “ยุทธศาสตร์การบริหารประเทศจีนภายใต้การนำของสีจิ้นผิง” เล่ม 1 ฉบับภาษารัสเซีย เปิดตัวในงานประชุมเศรษฐกิจนานาชาติเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (SPIEF) 2026 โดยนำเสนอแนวคิดการบริหารประเทศและเส้นทางการพัฒนาของจีนในยุคใหม่ พร้อมส่งเสริมความเข้าใจและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างจีนและรัสเซีย

สีจิ้นผิงชี้ สายสัมพันธ์เศรษฐกิจจีน-สหรัฐฯ เอื้อประโยชน์ร่วมกัน ย้ำสงครามการค้าไม่มีผู้ชนะ
สีจิ้นผิงระบุว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ เป็นความร่วมมือที่เกื้อหนุนและสร้างประโยชน์ร่วมกัน พร้อมย้ำว่าสงครามการค้าไม่มีผู้ชนะ และการเจรจาบนพื้นฐานความเท่าเทียมคือแนวทางสำคัญในการลดความขัดแย้ง สร้างเสถียรภาพ และผลักดันเศรษฐกิจโลกให้เติบโตอย่างยั่งยืน

บทความคิดเห็น : สืบสานมิตรภาพดั้งเดิม 'จีน-DPRK' ร่วมมือเพื่อประโยชน์ของประชาชน
การเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (DPRK) ของสีจิ้นผิงในปี 2026 สะท้อนความสำคัญของมิตรภาพดั้งเดิมจีน-เกาหลีเหนือ พร้อมผลักดันความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า วัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน ท่ามกลางวาระครบรอบ 65 ปี สนธิสัญญามิตรภาพระหว่างสองประเทศ

ปูตินชี้สัมพันธ์รัสเซีย-จีนก้าวสู่ระดับ “ไม่เคยมีมาก่อน” ย้ำความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์หนุนเสถียรภาพโลก
วลาดิเมียร์ ปูติน ระบุความสัมพันธ์รัสเซีย-จีนก้าวสู่ระดับ “ไม่เคยมีมาก่อน” ก่อนเยือนจีนอย่างเป็นทางการ พร้อมย้ำความไว้วางใจ ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ การค้า การศึกษา และบทบาทร่วมกันในการรักษาเสถียรภาพและสันติภาพของโลก

“รวยด้วยกัน” ดีกว่า “รบกัน” ถอดรหัสสัญญาณสีจิ้นผิง–ทรัมป์ กับอนาคตภูมิรัฐศาสตร์โลก
บทวิเคราะห์สัญญาณทางการทูตจากการพบกันของสีจิ้นผิงและโดนัลด์ ทรัมป์ สะท้อนแนวคิด “แข่งขันแต่ไม่ทำลายกัน” ท่ามกลางเกมภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เปลี่ยนจากสนามรบสู่สนามการค้า พร้อมตั้งคำถามสำคัญว่าไทยควรวางตำแหน่งตัวเองอย่างไรในโลกยุคใหม่
