
“น้ำท่วมกรุงเทพฯ แก้ได้ ถ้าเริ่มลงมือทำตอนนี้” – ข้อเสนอเชิงระบบจาก ศ. ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์
ในช่วงที่กรุงเทพมหานครต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก แทบทุกครั้งที่ฝนตกหนัก เสียงเตือนจาก ศ. ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และประธานมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารฯ ได้ส่งแรงสะเทือนถึงใจคนกรุงอีกครั้ง ผ่านโพสต์บนเฟซบุ๊กส่วนตัว
ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก🔗 เอ้ สุชัชวีร์
ในช่วงที่กรุงเทพมหานครต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก แทบทุกครั้งที่ฝนตกหนัก เสียงเตือนจาก ศ. ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และประธานมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารฯ ได้ส่งแรงสะเทือนถึงใจคนกรุงอีกครั้ง ผ่านโพสต์บนเฟซบุ๊กส่วนตัว
“ฝนตก น้ำท่วม กทม.จมน้ำ” อย่าเพิ่งปักใจว่า "แก้ไม่ได้" เพราะเรายังมีทางออก—หากเริ่มลงมือทำเดี๋ยวนี้
ศ. ดร.สุชัชวีร์ ชี้ให้เห็นว่า คนไทยอาจคุ้นชินกับภัยธรรมชาติอย่างแผ่นดินไหวที่เกิดไม่บ่อยนัก แต่กับ "น้ำท่วม" กลับเป็นภัยที่เกิดซ้ำซาก ตกเมื่อไร ท่วมเมื่อนั้น สูญเสียโอกาส สูญเสียพลังชีวิต ประเมินมูลค่าไม่ได้ และสิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ คนกรุงเริ่มสิ้นหวังว่าอะไร ๆ จะดีขึ้น
“ยิ่งหากไม่คิดระยะยาว ทำแต่ระยะสั้น วันหนึ่งกรุงเทพฯ จมน้ำจริง คงไม่มีโอกาสย้อนกลับมาขอโทษลูกหลาน”
น้ำท่วมกรุงเทพฯ คือปัญหาเชิงระบบใหญ่
ศ. ดร.สุชัชวีร์ เปรียบเทียบปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ เหมือน “เส้นเลือดใหญ่” ที่อุดตัน หากไม่แก้ที่โครงสร้างระบบหลัก การหวังพึ่งแต่ระบบย่อย หรือ “เส้นเลือดฝอย” ก็ไร้ผล
จากนักวิชาการทั่วโลกถึงนักวิชาการไทย ต่างเห็นตรงกันว่า หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง เมืองหลวงของไทยอาจต้องเผชิญชะตากรรมแบบเดียวกับที่จาการ์ตากำลังเผชิญ
สามแนวทางแก้ไขโครงสร้างระบบน้ำกรุงเทพฯ
-
ระบบเครื่องสูบน้ำต้องทำงาน “เป็นระบบเดียวกัน”
สถานการณ์ในปัจจุบันคือหน่วยงานต่างคนต่างทำ ต่างซื้อเครื่องสูบน้ำ ต่างวางระบบโดยไม่บูรณาการ ทำให้เกิดปัญหา เช่น สถานีสูบน้ำยักษ์พระโขนง มีเครื่องสูบน้ำถึง 45 เครื่อง แต่ใช้ได้เพียงไม่กี่เครื่อง เพราะ "น้ำมาไม่ถึง" สะท้อนปัญหาการจัดการที่ไม่เป็นระบบ
-
"แก้มลิงใต้ดิน" ต้องมีจริง
เนื่องจากเมืองใหญ่มีพื้นที่ผิวสำหรับรองรับน้ำลดลงมาก การสร้าง "แก้มลิงใต้ดิน" เพื่อเก็บน้ำฝนไว้ชั่วคราวจึงเป็นคำตอบที่หลายเมืองระดับโลกนำไปใช้ เช่น โตเกียว ฮ่องกง สิงคโปร์ และกัวลาลัมเปอร์ เมื่อฝนหยุด จึงค่อยสูบน้ำออกสู่แม่น้ำอย่างเป็นระบบ
-
ประตูกั้นน้ำทะเลหนุนที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา
จุดตายของกรุงเทพฯ คือการที่ “น้ำเหนือ” และ “น้ำทะเลหนุน” มาบรรจบกันโดยไม่มีระบบควบคุมระดับน้ำทะเล ศ. ดร.สุชัชวีร์ ยกตัวอย่างโครงการ "Garuda Seawall" ของจาการ์ตา ที่ร่วมมือกับรัฐบาลเนเธอร์แลนด์และเกาหลีใต้ เพื่อป้องกันเมืองหลวงของตนจากการจมลงทะเล
“อย่าคิดว่าคนอินโดนีเซียทิ้งเมืองหลวง พวกเขาย้ายเมืองหลวงเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ไม่ละเลยการป้องกันจาการ์ตาอย่างจริงจัง”
ถึงเวลาต้อง “จัดลำดับความสำคัญใหม่”
ศ. ดร.สุชัชวีร์ ฝากกำลังใจถึงประชาชนคนกรุงเทพฯ และขอให้ผู้มีอำนาจหน้าที่กลับมาทบทวนและจัดลำดับความสำคัญของงาน เพราะการแก้ปัญหาน้ำท่วมไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่อาจแก้ได้ด้วยการลงมือเฉพาะหน้าหรือแก้แบบเฉพาะจุดอีกต่อไป
“ต้องแก้ที่ปัญหาใหญ่เท่านั้น และต้องเริ่มเดี๋ยวนี้ ก่อนจะสายเกินไป”
และต้องเริ่มเดี๋ยวนี้ ก่อนสายไป
ด้วยความห่วงใย
ศ. ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และประธานมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารฯ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เชียงใหม่ คว้าอันดับ 2 เมืองที่ดีที่สุดในโลกปี 2025 แต่อาจยังไม่ดีพอ?
ถือว่าเป็นข่าวที่น่ายินดีสำหรับการท่องเที่ยวไทย เมืองเชียงใหม่ได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับ 2 ของเมืองที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2025 จากการจัดอันดับของนิตยสารท่องเที่ยวชื่อดังระดับสากลอย่าง Travel + Leisure โดยผลการสำรวจนี้ได้มาจากการโหวตของนักท่องเที่ยวเกือบ 180,000 คนทั่วโลก จากเกณฑ์ต่าง ๆ เช่น สถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรม อาหาร มิตรภาพ การช้อปปิ้ง และความคุ้มค่า

“ความรักชาติ” แบบสร้างสรรค์ ทางออกประเทศไทยสู่เวทีโลกอย่างสง่างาม
ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ตึงเครียดกับประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมกับกระแสข่าวที่ไหลบ่าในสื่อทั้งออนไลน์และโทรทัศน์ ทำให้คนไทยหลายคนรู้สึกวิตกกังวลและตั้งคำถามถึงท่าทีของรัฐบาล ล่าสุด ศ. ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และประธานมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารฯ ได้ออกมาแสดงความเห็นผ่านเพจส่วนตัว โดยย้ำถึง “ความรักชาติ” ที่ควรเป็นพลังบวกในการพัฒนาประเทศ มากกว่าจะกลายเป็นกระแสชาตินิยมแบบสุดโต่ง

ทำไมเศรษฐีโลกถึงหลั่งไหลเข้ากรุงเทพฯ จนกระโดดขึ้น TOP 11 เมืองแพงสุดในปีเดียว?
กรุงเทพมหานครก้าวกระโดดขึ้นสู่อันดับ 11 เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกสำหรับเศรษฐี เพิ่มขึ้นถึง 6 อันดับจากปีที่ผ่านมา ตามรายงาน Global Wealth and Lifestyle Report 2025 ของธนาคาร Julius Baer ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของตลาดหรูหราเอเชีย
