

Industry Insight
สายการบินเอมิเรตส์ เผยแผนขยายเส้นทางบินเชื่อมไทยและลงทุนเทคโนโลยีห้องโดยสารชั้นประหยัดพรีเมียม ตอบรับเทรนด์ท่องเที่ยวเดินทางไกลปี 2569
สายการบิน เอมิเรตส์ กำลังส่งสัญญาณชัดเจนถึงความเชื่อมั่นในตลาดประเทศไทย ผ่านการทุ่มงบลงทุนระดับพันล้านดอลลาร์อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ล่าสุดในปีงบประมาณ 2568-2569 กลุ่มบริษัทเอมิเรตส์ประกาศลงทุนรวมถึง 4.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเครื่องบินใหม่ เทคโนโลยี และสิ่งอำนวยความสะดวก
รายละเอียด
-
เอมิเรตส์ทุ่มงบ 4.9 พันล้านดอลลาร์ ขยายเครือข่ายเชื่อมไทยสู่ทั่วโลก: กลุ่มบริษัทเอมิเรตส์ประกาศลงทุนมหาศาลในปีงบประมาณ 2568-2569 ย้ำความเชื่อมั่นในไทย ด้วยการเพิ่มเที่ยวบินกรุงเทพฯ-ดูไบเป็น 35 เที่ยว/สัปดาห์ และภูเก็ตเป็น 21 เที่ยว/สัปดาห์ พร้อมเชื่อมโยงกว่า 140 จุดหมายทั่วโลก
-
รุกตลาดชั้นประหยัดพรีเมียม ตอบรับกำลังซื้อนักเดินทางไทย: ตั้งเป้าขยายที่นั่งชั้นประหยัดพรีเมียมเป็น 4 ล้านที่นั่งต่อปีทั่วโลกภายในสิ้นปี 2569 หลังพบว่าเส้นทางกรุงเทพฯ-ดูไบ และเส้นทางเชื่อมต่อสู่นิวยอร์ก ลอนดอน มิลาน มีผลการดำเนินงานดีที่สุด สะท้อนกำลังซื้อยุคใหม่ที่เน้นความสบาย
-
ทุ่มงบปรับปรุงฝูงบิน ยกระดับเทคโนโลยีประสบการณ์ผู้โดยสาร: ลงทุนกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ในโครงการรีโทรฟิตปรับปรุงเครื่องบินกว่า 120 ลำ ติดตั้ง Wi-Fi ผ่าน Starlink บน A380 เป็นครั้งแรกของโลก และจับมือ Safran พัฒนาที่นั่งรุ่นใหม่ สะท้อนการแข่งขันยกระดับบริการมากกว่าสงครามราคา
-
ส่งสัญญาณบวกต่อภาคธุรกิจ การท่องเที่ยว และการลงทุนในไทย: การขยายตัวของเอมิเรตส์ช่วยยกระดับไทยเป็นศูนย์กลางการบินและขนส่งสินค้า (Emirates SkyCargo) อีกทั้งยังช่วยหนุนภาคท่องเที่ยวและบริการ สร้างอานิสงส์เชิงบวกแก่ผู้ประกอบการไทยในภาพรวม
สายการบิน เอมิเรตส์ กำลังส่งสัญญาณชัดเจนถึงความเชื่อมั่นในตลาดประเทศไทย ผ่านการทุ่มงบลงทุนระดับพันล้านดอลลาร์อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ล่าสุดในปีงบประมาณ 2568-2569 กลุ่มบริษัทเอมิเรตส์ประกาศลงทุนรวมถึง 4.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเครื่องบินใหม่ เทคโนโลยี และสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเติบโตระยะยาวที่มีไทยเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ปัจจุบันเอมิเรตส์ให้บริการเที่ยวบินกรุงเทพฯ-ดูไบสูงถึง 35 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และเพิ่มเที่ยวบินภูเก็ตเป็นวันละ 3 เที่ยว รวม 21 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ พร้อมเสริมบทบาทกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางการบินภูมิภาคผ่านเส้นทางสิทธิเสรีภาพที่ 5 สู่เสียมราฐและดานัง การขยายโครงข่ายนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนที่นั่ง แต่เป็นกลยุทธ์เชื่อมไทยเข้ากับเครือข่ายกว่า 140 จุดหมายปลายทางทั่วโลกของสายการบิน ซึ่งมีนัยสำคัญต่อภาคธุรกิจไทยในแง่การเข้าถึงตลาดต่างประเทศทั้งด้านการเดินทางของผู้บริหารและการขนส่งสินค้าผ่าน Emirates SkyCargo ที่ขนส่งสินค้ารวมกว่า 2.4 ล้านตันทั่วโลกในปีที่ผ่านมา
ประเด็นที่น่าจับตาสำหรับนักลงทุนและผู้บริหารองค์กรคือทิศทางการลงทุนด้านผลิตภัณฑ์บนเครื่องบิน โดยเฉพาะห้องโดยสารชั้นประหยัดพรีเมียมที่เอมิเรตส์ตั้งเป้าขยายเป็น 4 ล้านที่นั่งต่อปี ทั่วเครือข่ายภายในสิ้นปี 2569
ซึ่งเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปีก่อนหน้า สะท้อนการอ่านเกมตลาดที่แม่นยำ เนื่องจากข้อมูลจากสายการบินระบุว่า เส้นทางกรุงเทพฯ-ดูไบ คือเส้นทางที่มีผลการดำเนินงานของชั้นประหยัดพรีเมียมดีที่สุดในไทย ตามด้วยเส้นทางเชื่อมต่อสู่นิวยอร์ก ลอนดอน และมิลาน ซึ่งบ่งชี้ถึงกำลังซื้อของนักเดินทางไทยที่พร้อมจ่ายเพิ่มเพื่อความสะดวกสบายในการเดินทางระยะไกล
เบื้องหลังการขยายห้องโดยสารนี้คือโครงการรีโทรฟิตขนาดใหญ่ภายใต้สโลแกน "Fly Better" ที่เอมิเรตส์ทุ่มงบกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อปรับปรุงเครื่องบินกว่า 120 ลำ (ล่าสุดปรับปรุงสำเร็จแล้ว 93 ลำ) พร้อมนำเทคโนโลยี Wi-Fi ผ่านระบบ Starlink มาใช้บนเครื่องบิน A380 เป็นครั้งแรกของโลก ควบคู่กับการลงนามสัญญามูลค่า 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐกับ Safran เพื่อพัฒนาที่นั่งรุ่นใหม่สำหรับฝูงบิน A350 และ Boeing 777X-9 ในอนาคต แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมการบินระดับโลกกำลังแข่งขันกันที่ประสบการณ์ผู้โดยสารเป็นหัวใจหลัก มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว
สำหรับภาคธุรกิจไทย การขยายตัวของเอมิเรตส์ในลักษณะนี้ถือเป็นปัจจัยบวกทางอ้อมที่สำคัญ โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยวและบริการที่จะได้รับอานิสงส์จากนักเดินทางต่างชาติที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรวมถึงผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตที่อาจได้รับประโยชน์จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาผ่านเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น
แต่ในภาพใหญ่ ความเคลื่อนไหวของเอมิเรตส์ครั้งนี้สะท้อนความเชื่อมั่นของทุนต่างชาติที่มีต่อศักยภาพของไทยในฐานะประตูเชื่อมภูมิภาค ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายด้านการบินและท่องเที่ยวของไทยควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนรองรับการเติบโตของอุปสงค์การเดินทางระดับพรีเมียมที่กำลังขยายตัวต่อเนื่องในปี 2569
บทถอดเสียง
สวัสดีค่ะ ต้อนรับเข้าสู่รายการ Businessleader podcast นะคะ วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกวิสัยทัศน์ของสายการบินเอมิเรตส์ ที่กำลังมองเห็นศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางระดับภูมิภาคค่ะ สายการบินเอมิเรตส์กำลังส่งสัญญาณชัดเจนถึงความเชื่อมั่นในตลาดไทย ด้วยการทุ่มงบลงทุนระดับพันล้านดอลลาร์สหรัฐอย่างต่อเนื่องนะคะ โดยเฉพาะในปีงบประมาณสองพันหกร้อยหกสิบแปดถึงสองพันหกร้อยหกสิบเก้า ที่กลุ่มบริษัทเอมิเรตส์ประกาศลงทุนรวมสูงถึงสี่จุดเก้าพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเครื่องบินใหม่ เทคโนโลยี และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ค่ะ ซึ่งไทยเองก็เป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของภูมิภาคนี้
ปัจจุบันเอมิเรตส์ให้บริการเที่ยวบินกรุงเทพฯ-ดูไบ ถึงสามสิบห้าเที่ยวบินต่อสัปดาห์ และเพิ่มเที่ยวบินภูเก็ตเป็นวันละสามเที่ยว หรือรวมยี่สิบเอ็ดเที่ยวบินต่อสัปดาห์เลยทีเดียวค่ะ นอกจากนี้ยังเสริมบทบาทกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางการบินภูมิภาคผ่านเส้นทางสิทธิเสรีภาพที่ห้า สู่เสียมราฐและดานังนะคะ การขยายโครงข่ายนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภาคธุรกิจไทย ในแง่ของการเข้าถึงตลาดต่างประเทศ ทั้งด้านการเดินทางของผู้บริหาร และการขนส่งสินค้าผ่านเอมิเรตส์ สกายคาร์โก ที่ขนส่งสินค้ารวมกว่าสองจุดสี่ล้านตันทั่วโลกในปีที่ผ่านมาค่ะ
ประเด็นที่น่าจับตาสำหรับนักลงทุนและผู้บริหารองค์กรก็คือ ทิศทางการลงทุนด้านผลิตภัณฑ์บนเครื่องบิน โดยเฉพาะห้องโดยสารชั้นประหยัดพรีเมียม ที่เอมิเรตส์ตั้งเป้าขยายเป็นสี่ล้านที่นั่งต่อปีทั่วเครือข่าย ภายในสิ้นปีสองพันหกร้อยหกสิบเก้า ซึ่งเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปีก่อนหน้า สะท้อนการอ่านเกมตลาดที่แม่นยำนะคะ เนื่องจากข้อมูลจากสายการบินระบุว่า เส้นทางกรุงเทพฯ-ดูไบ คือเส้นทางที่มีผลการดำเนินงานของชั้นประหยัดพรีเมียมดีที่สุดในประเทศไทย ตามด้วยเส้นทางเชื่อมต่อไปยังนิวยอร์ก ลอนดอน และมิลานค่ะ สิ่งนี้บ่งชี้ถึงกำลังซื้อของนักเดินทางชาวไทย ที่พร้อมจะจ่ายเพิ่มเพื่อความสะดวกสบายในการเดินทางระยะไกลนั่นเอง
เบื้องหลังการขยายห้องโดยสารนี้คือโครงการรีโทรฟิตขนาดใหญ่ ที่เอมิเรตส์ทุ่มงบกว่าสองพันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อปรับปรุงเครื่องบินกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบลำ โดยล่าสุดปรับปรุงสำเร็จไปแล้วถึงเก้าสิบสามลำค่ะ พร้อมนำเทคโนโลยีไวไฟผ่านระบบสตาร์ลิงก์ มาใช้บนเครื่องบินเอสามร้อยแปดสิบ เป็นครั้งแรกของโลก ควบคู่กับการลงนามสัญญามูลค่าหนึ่งจุดสองพันล้านดอลลาร์สหรัฐกับซาฟราน เพื่อพัฒนาที่นั่งรุ่นใหม่สำหรับฝูงบินเอสามร้อยห้าสิบ และโบอิ้งเจ็ดร้อยเจ็ดสิบเจ็ดเอ็กซ์เก้าในอนาคต สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมการบินระดับโลก กำลังแข่งขันกันที่ประสบการณ์ผู้โดยสารเป็นหัวใจหลัก มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียวค่ะ
สำหรับภาคธุรกิจไทย การขยายตัวของเอมิเรตส์ในลักษณะนี้ ถือเป็นปัจจัยบวกทางอ้อมที่สำคัญ โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยวและบริการ ที่จะได้รับอานิสงส์จากนักเดินทางต่างชาติที่เพิ่มขึ้น แต่ในภาพใหญ่ ความเคลื่อนไหวของเอมิเรตส์ครั้งนี้ สะท้อนความเชื่อมั่นของทุนต่างชาติที่มีต่อศักยภาพของไทย ในฐานะประตูเชื่อมภูมิภาค ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายด้านการบินและการท่องเที่ยวของไทย ควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนรองรับการเติบโตของอุปสงค์การเดินทางระดับพรีเมียม ที่กำลังขยายตัวต่อเนื่องในปีสองพันหกร้อยหกสิบเก้าค่ะ สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ


