

Industry Insight
MMM ปิดดีลคว้าสิทธิ์บริหารงานขายโครงการ BLESS เฟส 3 มูลค่ารวม 80.5 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ไตรมาส 4/2569
ธุรกิจบริหารงานขายอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบ Sales Management with Purchase Guarantee กำลังกลายเป็นหนึ่งในโมเดลที่ผู้พัฒนาโครงการหันมาพึ่งพามากขึ้น ท่ามกลางภาวะตลาดที่อยู่อาศัยยังต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการปิดยอดขาย
รายละเอียด
-
MMM Capital คว้างานใหม่ 80.5 ล้านบาท: ได้รับสิทธิ์บริหารงานขายโครงการ Bless City Park Wongwaen – Lam Luk Ka เฟส 3 จำนวน 23 หลัง จากบริษัท เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BLESS
-
ต่อยอดความสำเร็จและสร้างความเชื่อมั่น: ดีลนี้เกิดจากผลงานการบริหารงานขายในเฟสก่อนหน้าที่ทำยอดขายได้ตามเป้า ตอกย้ำคุณภาพทีมขายและประสิทธิภาพการปิดดีล
-
ทยอยรับรู้รายได้ไตรมาส 4/2569: ตั้งเป้าปิดการขายทั้ง 23 หลังภายในสิ้นปี 2569 พร้อมทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ Q4/2569 ช่วยหนุนผลการดำเนินงานครึ่งปีหลัง
-
สะท้อนแนวโน้มธุรกิจอสังหาฯ พึ่งพาผู้เชี่ยวชาญภายนอก: ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หันมาใช้โมเดล Sales Management with Purchase Guarantee มากขึ้น เพื่อลดต้นทุนการสร้างทีมขายเองและระบายสต๊อกได้รวดเร็ว
ธุรกิจบริหารงานขายอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบ Sales Management with Purchase Guarantee กำลังกลายเป็นหนึ่งในโมเดลที่ผู้พัฒนาโครงการหันมาพึ่งพามากขึ้น ท่ามกลางภาวะตลาดที่อยู่อาศัยยังต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการปิดยอดขาย ล่าสุด MMM Capital ประกาศคว้างานใหม่จาก บริษัท เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BLESS ให้เข้าบริหารงานขายโครงการ Bless City Park Wongwaen – Lam Luk Ka เฟส 3 ซึ่งมีมูลค่าโครงการรวม 80.5 ล้านบาท จำนวน 23 หลัง นับเป็นการต่อยอดความร่วมมือที่ต่อเนื่องจากเฟสก่อนหน้า และตอกย้ำสถานะของ MMM Capital ในฐานะพันธมิตรด้านการขายที่ผู้พัฒนาโครงการไว้วางใจ
ประเด็นที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนและผู้บริหารระดับสูงคือ ดีลนี้ไม่ใช่ความร่วมมือครั้งแรกระหว่างสองบริษัท แต่เป็นผลสืบเนื่องจากความสำเร็จในการบริหารงานขายโครงการก่อนหน้าที่ MMM Capital สามารถทำยอดขายได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ความไว้วางใจที่เกิดขึ้นซ้ำสะท้อนถึง คุณภาพของทีมขายและความสามารถในการปิดดีลอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้พัฒนาโครงการเลือกใช้บริการบริหารงานขายจากภายนอกแทนการสร้างทีมขายในองค์กรเอง โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ต้องการการบริหารจัดการสต๊อกที่รวดเร็วและแม่นยำ
ในมุมของแผนธุรกิจ MMM Capital ตั้งเป้าปิดการขายบ้านทั้ง 23 หลังให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2569 ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถทยอยรับรู้รายได้จากโครงการนี้ตั้งแต่ ไตรมาส 4/2569 เป็นต้นไป
การรับรู้รายได้ในช่วงปลายปีถือเป็นจังหวะที่ดีสำหรับการเสริมภาพรวมผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังให้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ และยังเป็นการสร้างฐานรายได้ระยะยาวที่มั่นคงให้กับบริษัท ท่ามกลางการขยายพอร์ตธุรกิจบริหารงานขายอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง
สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรม การที่ผู้พัฒนาโครงการขนาดกลางและขนาดใหญ่หันมาใช้บริการบริหารงานขายจากบริษัทมืออาชีพมากขึ้น สะท้อนถึงแนวโน้มการปรับโครงสร้างต้นทุนและกลยุทธ์การตลาดในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่ผู้ประกอบการเลือกโฟกัสที่ความเชี่ยวชาญหลักของตนเอง คือการพัฒนาโครงการ ขณะที่มอบหมายงานขายให้กับพันธมิตรที่มีเครือข่ายและระบบบริหารจัดการที่แข็งแกร่งกว่า ทั้งนี้ ผู้พัฒนาอสังหาฯ รายกลางและรายเล็กที่ต้องการระบายสต๊อกก็มีแนวโน้มจะพึ่งพาบริการลักษณะนี้มากขึ้นเช่นกัน ซึ่งเปิดโอกาสให้ MMM Capital ขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มผู้พัฒนาโครงการที่หลากหลายยิ่งขึ้นในอนาคต
บทสรุป: จับตา Execution ในไตรมาส 4
ดีลบริหารงานขายโครงการ BLESS เฟส 3 มูลค่า 80.5 ล้านบาท บอกอะไรบางอย่างที่มากกว่าตัวเลขมูลค่าโครงการ: มันบอกว่า MMM Capital มีความสามารถในการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าผ่านผลงานที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่ข้อสัญญา
คำถามที่นักลงทุนควรติดตามต่อจากนี้คือ: MMM Capital จะสามารถปิดยอดขายบ้าน 23 หลังได้ตามเป้าภายในสิ้นปีหรือไม่? และหากทำได้ ดีลในลักษณะเดียวกันนี้จะตามมาอีกในปริมาณและมูลค่าที่มากขึ้นได้หรือไม่?
คำตอบในไตรมาส 4 จะเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดว่า growth story ของ MMM Capital นั้นยั่งยืนเพียงใด
บทถอดเสียง
สวัสดีค่ะ ต้อนรับเข้าสู่รายการ Businessleader podcast นะคะ
วันนี้เรามาจับประเด็นข่าวที่น่าสนใจในแวดวงอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจบริหารงานขายกันค่ะ ล่าสุด บริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด หรือ เอ็มเอ็มเอ็ม ได้ประกาศคว้างานบริหารงานขายโครงการใหม่จาก บริษัท เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป จำกัด มหาชน หรือ เบล็ส ซึ่งก็คือโครงการเบล็ส ซิตี้ พาร์ค วงแหวน-ลำลูกกา เฟสสามค่ะ มูลค่าโครงการรวมอยู่ที่ประมาณแปดสิบล้านห้าแสนบาท กับจำนวนบ้านยี่สิบสามหลัง
ดีลนี้นับเป็นการสานต่อความร่วมมืออย่างต่อเนื่องจากเฟสก่อนหน้านี้ ที่ทางเอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล สามารถสร้างยอดขายได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ สะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจที่ผู้พัฒนาโครงการมอบให้ และยังตอกย้ำถึงคุณภาพของทีมขาย รวมถึงประสิทธิภาพในการปิดดีล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้พัฒนาโครงการขนาดใหญ่เลือกใช้บริการบริหารงานขายจากภายนอก แทนการสร้างทีมขายในองค์กรเอง โดยเฉพาะในสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการการบริหารจัดการสต็อกอย่างรวดเร็วและแม่นยำนะคะ
ในมุมของแผนธุรกิจ ทางเอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล ตั้งเป้าหมายที่จะปิดการขายบ้านทั้งยี่สิบสามหลังให้สำเร็จภายในช่วงสิ้นปีสองพันหกร้อยหกสิบเก้า ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทสามารถทยอยรับรู้รายได้จากโครงการนี้ตั้งแต่ไตรมาสสี่ของปีสองพันหกร้อยหกสิบเก้าเป็นต้นไปค่ะ การรับรู้รายได้ในช่วงปลายปีนี้ ถือเป็นจังหวะที่ดีในการเสริมภาพรวมผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีหลังให้เติบโตตามเป้าหมาย และยังเป็นการสร้างฐานรายได้ที่มั่นคงให้กับบริษัทในระยะยาว ท่ามกลางการขยายพอร์ตธุรกิจบริหารงานขายอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่องด้วยค่ะ
สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรม การที่ผู้พัฒนาโครงการขนาดกลางและขนาดใหญ่หันมาใช้บริการบริหารงานขายจากบริษัทมืออาชีพมากขึ้น สะท้อนถึงแนวโน้มการปรับโครงสร้างต้นทุนและกลยุทธ์การตลาดในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างชัดเจนนะคะ ผู้ประกอบการจะเลือกโฟกัสที่ความเชี่ยวชาญหลักของตนเอง นั่นก็คือการพัฒนาโครงการ ขณะที่มอบหมายงานขายให้กับพันธมิตรที่มีเครือข่ายและระบบบริหารจัดการที่แข็งแกร่งกว่า ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล สามารถขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มผู้พัฒนาโครงการที่หลากหลายยิ่งขึ้นในอนาคตค่ะ
สิ่งที่นักลงทุนและผู้บริหารควรจับตาต่อไปก็คือ เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จะสามารถปิดยอดขายบ้านยี่สิบสามหลังได้ตามเป้าภายในสิ้นปีหรือไม่ และหากทำได้ ดีลในลักษณะเดียวกันนี้จะตามมาอีกในปริมาณและมูลค่าที่มากขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน คำตอบในไตรมาสสี่จะเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดว่าเรื่องราวการเติบโตของเอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล นั้นยั่งยืนเพียงใดนะคะ
สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ


