

Industry Insight
SUPER (ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น) เตรียม COD โรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนามเพิ่ม 102 MW ดันกำลังผลิตสะสมตาม PPA แตะ 129 MW ในช่วงปลายปี
บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SUPER กำลังเดินหน้าสู่หมุดหมายสำคัญของธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในระดับภูมิภาค ด้วยการเตรียมเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศเวียดนามเพิ่มอีก 102 เมกะวัตต์ จาก 2 โครงการหลัก
รายละเอียด
-
เตรียม COD วินด์ฟาร์มเวียดนามเพิ่ม 102 MW: SUPER เตรียมเปิด COD โครงการ Soc Trang (30 MW) และ Bac Lieu (99 MW) ดันกำลังผลิตสะสมตาม PPA โรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนามแตะ 129 MW ช่วง ส.ค.-ก.ย. และดันกำลังผลิตรวมของบริษัทเป็น 1,532.86 MW
-
ผลประกอบการ H1/2569 โตแรง: รายงานกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 859.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 246.64% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้รวม 3,940.04 ล้านบาท สะท้อนผลบวกจากการขยายพอร์ตในต่างประเทศ
-
โครงสร้างการเงินแข็งแกร่งขึ้น: ลดอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ลงเหลือ 1.94 เท่า พร้อมรับสินเชื่อระยะยาวจากสถาบันการเงิน และรอรับเงินค่าไฟค้างรับจาก EVN อีกกว่า 3,500 ล้านบาท เสริมสภาพคล่อง
-
สร้างโอกาสขยายตลาดให้ SME ไทย: การขยายโครงการพลังงานหมุนเวียนในระดับภูมิภาคช่วยเปิดช่องทางให้ธุรกิจ SME ไทยในกลุ่มบริการและบำรุงรักษาศึกษาการเติบโตตามผู้เล่นรายใหญ่
บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SUPER กำลังเดินหน้าสู่หมุดหมายสำคัญของธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในระดับภูมิภาค ด้วยการเตรียมเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศเวียดนามเพิ่มอีก 102 เมกะวัตต์ จาก 2 โครงการหลัก ได้แก่ โครงการ Soc Trang กำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ และโครงการ Bac Lieu กำลังการผลิต 99 เมกะวัตต์ ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ของโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนามรวมเพิ่มขึ้นเป็น 129 เมกะวัตต์
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการขยายกำลังการผลิตทั่วไป แต่สะท้อนถึงกลยุทธ์การเติบโตแบบมุ่งเป้าของ SUPER ที่ต้องการปักหมุดในตลาดพลังงานหมุนเวียนของเวียดนาม ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพด้านพลังงานลมสูงในภูมิภาคอาเซียน โดย นายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่าแนวโน้มธุรกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2569 มีทิศทางที่สดใส โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการรับรู้รายได้ของทั้งสองโครงการดังกล่าว ซึ่งมีกำหนดทยอย COD ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายนปีนี้ และจะช่วยผลักดันกำลังการผลิตรวมของบริษัทให้เพิ่มขึ้นจาก 1,430.88 เมกะวัตต์ เป็น 1,532.86 เมกะวัตต์
ในมุมมองของนักลงทุนและผู้บริหารระดับสูง ตัวเลขที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ที่ SUPER รายงานกำไรสุทธิ 859.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 246.64% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 3,940.04 ล้านบาท ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าการลงทุนขยายพอร์ตในต่างประเทศของบริษัทเริ่มส่งผลบวกต่อกระแสเงินสดและผลตอบแทนอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงแผนงานบนกระดาษ
SUPER รายงานกำไรสุทธิ 859.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 246.64% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 3,940.04 ล้านบาท
สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือโครงสร้างทางการเงินของบริษัทที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย SUPER สามารถลดอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ลงมาอยู่ที่ 1.94 เท่า พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนสินเชื่อระยะยาวจากสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศสำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในเวียดนาม ซึ่งเป็นสัญญาณที่สถาบันการเงินให้ความเชื่อมั่นในคุณภาพของโครงการและศักยภาพในการสร้างกระแสเงินสดของบริษัท นอกจากนี้ ความชัดเจนที่มากขึ้นของเงินค่าไฟค้างรับจาก EVN (การไฟฟ้าเวียดนาม) มูลค่ากว่า 3,500 ล้านบาท ยังเป็นอีกปัจจัยที่จะช่วยเสริมสภาพคล่องให้บริษัทในระยะถัดไป
สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยและซัพพลายเชนที่เกี่ยวข้อง การขยายกำลังผลิตพลังงานลมขนาดใหญ่ของผู้เล่นไทยในเวียดนามเช่นนี้ อาจเปิดโอกาสทางอ้อมให้ธุรกิจ SME ไทยในกลุ่มบริการ อุปกรณ์ หรือการบำรุงรักษาที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียนได้ศึกษาแนวทางขยายตลาดสู่ภูมิภาคตามรอยผู้เล่นรายใหญ่ในระยะยาว แม้ผลกระทบโดยตรงในระยะสั้นยังไม่ชัดเจนนัก
โดยรวมแล้ว การเดินหน้า COD โครงการวินด์ฟาร์มเวียดนามครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ตอกย้ำสถานะของ SUPER ในฐานะผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียนที่มีพอร์ตกระจายตัวทั้งในและต่างประเทศ และเป็นหมุดหมายที่นักลงทุนสามารถใช้ประเมินทิศทางการเติบโตของบริษัทในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ไปจนถึงปีถัดไปได้อย่างมีนัยสำคัญ
การขยายกำลังผลิตพลังงานลมขนาดใหญ่ของผู้เล่นไทยในเวียดนามเช่นนี้ อาจเปิดโอกาสทางอ้อมให้ธุรกิจ SME ไทยในกลุ่มบริการ อุปกรณ์ หรือการบำรุงรักษาที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียนได้ศึกษาแนวทางขยายตลาดสู่ภูมิภาคตามรอยผู้เล่นรายใหญ่ในระยะยาว
บทถอดเสียง
สวัสดีค่ะ ต้อนรับเข้าสู่รายการ Businessleader podcast นะคะ วันนี้มาอัปเดตเรื่องราวการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนที่น่าสนใจค่ะ บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด มหาชน หรือ SUPER กำลังเดินหน้าสู่หมุดหมายสำคัญในประเทศเวียดนาม ด้วยการเตรียมเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมเพิ่มอีกหนึ่งร้อยสองเมกะวัตต์ค่ะ ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนามรวมเพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งร้อยยี่สิบเก้าเมกะวัตต์ค่ะ
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้นะคะ ไม่ใช่เพียงแค่การขยายกำลังการผลิตทั่วไป แต่สะท้อนถึงกลยุทธ์การเติบโตแบบมุ่งเป้าของซุปเปอร์ ที่ต้องการปักหมุดในตลาดพลังงานหมุนเวียนของเวียดนาม ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพด้านพลังงานลมสูงในภูมิภาคอาเซียนค่ะ ท่านประธานเจ้าหน้าที่บริหารได้ระบุว่าแนวโน้มธุรกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้มีทิศทางที่สดใสมากนะคะ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการรับรู้รายได้ของโครงการดังกล่าว ซึ่งมีกำหนดทยอยเปิดดำเนินการในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายนค่ะ และจะช่วยผลักดันกำลังการผลิตรวมของบริษัทให้เพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณหนึ่งพันสี่ร้อยสามสิบเมกะวัตต์ เป็นหนึ่งพันห้าร้อยสามสิบสองเมกะวัตต์เลยทีเดียวค่ะ
ในมุมมองของผู้บริหารและนักลงทุน ผลประกอบการในช่วงหกเดือนแรกของปีนี้น่าสนใจไม่แพ้กันค่ะ ซุปเปอร์รายงานกำไรสุทธิแปดร้อยห้าสิบเก้าล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นถึงสองร้อยสี่สิบหกเปอร์เซ็นต์จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ประมาณสามพันเก้าร้อยสี่สิบล้านบาทค่ะ ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการลงทุนขยายพอร์ตในต่างประเทศของบริษัท เริ่มส่งผลบวกต่อกระแสเงินสดและผลตอบแทนอย่างเป็นรูปธรรมแล้วนะคะ
สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือโครงสร้างทางการเงินของบริษัทที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่องค่ะ โดยซุปเปอร์สามารถลดอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนลงมาอยู่ที่เพียงหนึ่งจุดเก้าสี่เท่า พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนสินเชื่อระยะยาวจากสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศสำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในเวียดนามด้วยค่ะ นี่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าสถาบันการเงินให้ความเชื่อมั่นในคุณภาพของโครงการและศักยภาพในการสร้างกระแสเงินสดของบริษัทค่ะ นอกจากนี้ ความชัดเจนที่มากขึ้นของเงินค่าไฟค้างรับจากการไฟฟ้าเวียดนาม มูลค่ากว่าสามพันห้าร้อยล้านบาท ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเสริมสภาพคล่องให้บริษัทในระยะถัดไปค่ะ
โดยรวมแล้ว การเดินหน้าเปิดดำเนินการโครงการวินด์ฟาร์มในเวียดนามครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ตอกย้ำสถานะของซุปเปอร์ในฐานะผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียน และเป็นหมุดหมายที่นักลงทุนสามารถใช้ประเมินทิศทางการเติบโตของบริษัทในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ไปจนถึงปีถัดไปได้อย่างมีนัยสำคัญเลยค่ะ สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ


