

Leaders
จาก IRC ถึง ส.อ.ท.: เส้นทางผู้นำของพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล
จากทายาทกลุ่มสิทธิผลผู้คุมอาณาจักรชิ้นส่วนยานยนต์ระดับภูมิภาค สู่ผู้นำสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ติดตามเส้นทางและวิสัยทัศน์ของพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ในการปรับโครงสร้างและยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยด้วยยุทธศาสตร์ 5I
รายละเอียด
-
ทายาทกลุ่มสิทธิผลสู่ผู้นำหญิงคนแรกของ ส.อ.ท.
พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ทายาทรุ่นที่สี่กลุ่มสิทธิผล สร้างผลงานจาก IRC ก้าวขึ้นเป็นประธาน ส.อ.ท. หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ วาระ 2569–2571 -
ยุทธศาสตร์ 5I พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทย
ชูวิสัยทัศน์ "The New Chapter of Thai Industry" ด้วยยุทธศาสตร์ 5I ครอบคลุม Innovation, Sustainability, Supply Chain, และ Human Capital เพื่อยกระดับไทยสู่ฐานอุตสาหกรรมมูลค่าสูง -
โรดแมปเชื่อมภาครัฐ–เอกชน–ภูมิภาค
วางแผนปฏิบัติการเป็นรูปธรรม เร่งประสานรัฐแก้ต้นทุนพลังงาน ผลักดัน Direct PPA และสร้างเครือข่าย Supply Chain ใหม่รับมือความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์
เส้นทางของนางพิมพ์ใจเริ่มต้นจากการเป็นนิสิตวิศวกรรมอุตสาหการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (วศ.2522) ในยุคที่นิสิตหญิงในคณะวิศวกรรมศาสตร์ยังมีจำนวนน้อยมาก จนถูกเปรียบให้เป็น “ไข่แดงของรุ่น” การเลือกเดินเข้าสู่สายวิศวกรรมตั้งแต่แรกสะท้อนบุคลิกที่ชอบโจทย์ยาก ชอบคิดเชิงระบบ และพร้อมเผชิญกับความท้าทายท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ผู้หญิงเป็นส่วนน้อย
หลังจบการศึกษาระดับปริญญาตรี เธอเริ่มชีวิตการทำงานในฐานะวิศวกรที่เครือซิเมนต์ไทย (SCG) ก่อนตัดสินใจไปต่อยอดความรู้ด้านการจัดการที่สหรัฐอเมริกา นางพิมพ์ใจสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA) สาขาการบริหารการดำเนินงาน (Operations Management) จาก Drexel University เมืองฟิลาเดลเฟีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งกลายเป็นฐานคิดสำคัญในการผสมผสาน “ตรรกะวิศวกร” กับ “มุมมองนักบริหาร” เข้าด้วยกัน
เมื่อกลับประเทศไทย เธอเข้ามาสานต่อธุรกิจครอบครัวในกลุ่มบริษัทสิทธิผล และเติบโตขึ้นเป็นหนึ่งในแกนหลักด้านกลยุทธ์และการบริหารของกลุ่ม ประสบการณ์ทำงานทั้งในองค์กรขนาดใหญ่ระดับชาติอย่าง SCG และในธุรกิจครอบครัวที่ต้องแข่งขันในตลาดโลก ทำให้วิธีคิดของเธอเชื่อมโยงทั้งมุม “ระบบอุตสาหกรรม” และ “สายปฏิบัติจริง” ได้อย่างแนบแน่น
บทบาทในกลุ่มสิทธิผล และการสร้างนวัตกรรมในอุตสาหกรรมยาง
หนึ่งในหมุดหมายสำคัญในเส้นทางอาชีพของนางพิมพ์ใจ คือบทบาทในฐานะประธานกรรมการบริหาร บริษัท อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ IRC ซึ่งเป็นบริษัทในเครือกลุ่มสิทธิผล ผู้นำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ยางอีลาสโตเมอร์และยางนอก–ยางในสำหรับรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย ภายใต้การนำของเธอ IRC ได้รับการยอมรับทั้งในมิติเทคโนโลยี นวัตกรรม และมาตรฐานสากล จนสามารถขยายตลาดออกสู่ต่างประเทศหลายภูมิภาคทั่วโลก
นางพิมพ์ใจยังเป็นผู้ผลักดันการจัดตั้งบริษัท ไออาร์ซี (เอเชีย) รีเสิร์ช จำกัด เพื่อทำหน้าที่เป็นฐานวิจัยและพัฒนาด้านอีลาสโตเมอร์โดยเฉพาะ ช่วยให้ IRC มีความแข็งแกร่งด้าน R&D และสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออกอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์เชิงโครงสร้างเหล่านี้ทำให้ IRC ได้รับรางวัล SET Sustainability Awards จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2560 สะท้อนว่าการเติบโตของธุรกิจภายใต้การนำของเธอเดินคู่กับมาตรฐานด้านความยั่งยืน
เกี่ยวกับเครือกลุ่มสิทธิผล
เครือกลุ่มสิทธิผล (The Sittipol Group) เป็นหนึ่งในกลุ่มทุนไทยแถวหน้าของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเติบโตจากธุรกิจร้านซ่อมจักรยานเล็กๆ เมื่อกว่าหนึ่งศตวรรษก่อน สู่เครือข่ายบริษัทด้านอะไหล่และชิ้นส่วนยานยนต์ครบวงจรที่มีบทบาททั้งในตลาดไทยและการส่งออกทั่วโลก ปัจจุบันดำเนินธุรกิจผ่านบริษัท สิทธิผล 1919 จำกัด และบริษัทในเครือเกือบร้อยแห่ง ครอบคลุมตั้งแต่กลุ่มยาง (แบรนด์ IRC) กลุ่มอุปกรณ์ส่องสว่างและชิ้นงานพลาสติก (ไทยสแตนเลย์) กลุ่มเหล็กและโซ่จักรยานยนต์ (D.I.D) ไปจนถึงธุรกิจพลังงานร่วมกับแบรนด์โททาลและเอลฟ์ รวมถึงบทบาทตัวแทนจำหน่ายอะไหล่รถยนต์และรถจักรยานยนต์แบรนด์ชั้นนำระดับโลกในไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ “คุณภาพคู่คุณธรรม” ที่ตระกูลลี้อิสสระนุกูลยึดถือสืบทอดกันมา และใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออกไปยังหลายประเทศ
เส้นทางสู่การก้าวขึ้นเป็นผู้นำภาคอุตสาหกรรม
การได้รับเลือกจากที่ประชุมคณะกรรมการ ส.อ.ท. ให้ดำรงตำแหน่งประธาน วาระปี 2569–2571 ด้วยมติเอกฉันท์สะท้อนทั้งความเชื่อมั่นในตัวผู้นำและความคาดหวังจากภาคเอกชนต่อบทบาทของสภาอุตสาหกรรมในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของเศรษฐกิจไทย การเลือกตั้งดังกล่าวจัดขึ้นภายหลังการประชุมที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีการวางกรอบไว้ล่วงหน้าผ่านมติคณะกรรมการ ส.อ.ท. ในปี 2569 ที่กำหนดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่สำหรับวาระ 2569–2571
การขึ้นมาของนางพิมพ์ใจเกิดขึ้นในจังหวะที่โครงสร้างบริหาร ส.อ.ท. ได้รับการปรับให้รองรับภารกิจใหญ่ระดับประเทศ ทั้งในมิติกลุ่มอุตสาหกรรม 48 กลุ่ม และเครือข่ายสภาอุตสาหกรรมจังหวัด 76 จังหวัดและ 18 กลุ่มจังหวัด ซึ่งทำให้บทบาทประธานต้องสามารถเชื่อม “ส่วนกลาง–ภูมิภาค–กลุ่มอุตสาหกรรม” เข้าเป็นแพลตฟอร์มเดียวกัน นี่คือโจทย์เชิงโครงสร้างที่ทำให้ตำแหน่งประธาน ส.อ.ท. ในวาระนี้แตกต่างจากอดีตอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากความไว้วางใจจากโครงสร้างภายใน ส.อ.ท. แล้ว การแสดงความยินดีจากองค์กรพันธมิตรและภาคส่วนต่าง ๆ ที่มองการขึ้นดำรงตำแหน่งของเธอว่าเป็น “อีกก้าวสำคัญของภาคอุตสาหกรรมไทย” ตอกย้ำว่า บทบาทผู้นำคนนี้ถูกคาดหวังให้เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับความสามารถการแข่งขันของประเทศในระดับโครงสร้าง ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
วิสัยทัศน์ “The New Chapter of Thai Industry”
ทันทีที่เข้ารับตำแหน่ง นางพิมพ์ใจประกาศวิสัยทัศน์ “The New Chapter of Thai Industry: Empowering Growth with 5I” ซึ่งเป็นกรอบยุทธศาสตร์เพื่อนำพาอุตสาหกรรมไทยผ่านภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง แนวคิดดังกล่าวสะท้อนความเชื่อว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมไทยยุคใหม่ต้องอาศัยทั้งนวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐานใหม่ และความร่วมมือแบบบูรณาการระหว่างภาครัฐ–เอกชน
กรอบ “5I” ถูกออกแบบมาเพื่อ “ติดปีก” ให้ภาคการผลิตของไทย โดยแปลงความท้าทายจากพลังงานแพง เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว และภูมิรัฐศาสตร์ที่แบ่งขั้ว เป็นโอกาสในการย้ายไทยจากฐานการผลิตแบบเดิม สู่ฐานการผลิตมูลค่าสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้บริบทดังกล่าว วาระ 2569–2571 ของ ส.อ.ท. จึงไม่ได้เป็นเพียงช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน แต่ถูกวางให้เป็น “บทใหม่” ของอุตสาหกรรมไทยทั้งระบบ
ยุทธศาสตร์ 5I: เขียนเกมใหม่ให้ภาคอุตสาหกรรมไทย
แม้แต่ละสื่อจะจัดวางรายละเอียด 5I แตกต่างกันเล็กน้อย แต่สารหลักของยุทธศาสตร์นี้มีแกนร่วมคือการใช้ “นวัตกรรม–ดิจิทัล–ความยั่งยืน–การเชื่อมโยงเครือข่าย–การพัฒนาคน” เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทยให้พร้อมแข่งขันในสมรภูมิโลก
ตัวอย่างแกนสำคัญของ 5I ได้แก่
-
ยุทธศาสตร์ด้านนวัตกรรมและดิจิทัล
เน้นการผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ และ AI เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และเปิดโมเดลธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะในบริบทที่ธุรกิจจำเป็นต้อง “เร็วกว่าและฉลาดกว่าเดิม” เพื่อรับมือการแข่งขันโลก -
ยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืน (Inclusive Sustainability)
ชูการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตคาร์บอนต่ำและเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบครบวงจร ตั้งแต่การเร่งรัดกฎหมาย ไปจนถึงการจัดตั้งกลไกทางการเงินรูปแบบกองทุนเพื่อสนับสนุนภาคการผลิตให้สามารถลงทุนในเทคโนโลยีและระบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้จริง -
ยุทธศาสตร์ด้านการเชื่อมโยงเครือข่ายและซัพพลายเชน
ให้ความสำคัญกับการปรับแผนที่คู่ค้า กระจายห่วงโซ่อุปทาน และสร้างพันธมิตรใหม่ในตลาดโลก ท่ามกลางบริบทการค้าโลกที่แบ่งขั้วและมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์สูงขึ้น -
ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาทุนมนุษย์และผู้ประกอบการ
มุ่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SME และผู้เล่นในห่วงโซ่เดิม ให้สามารถ “อัปสเกล” เข้าสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งในแง่ทักษะดิจิทัล การจัดการข้อมูล และการบริหารความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน
ภายใต้กรอบ 5I นางพิมพ์ใจวางโรดแมปสำหรับวาระการทำงานของทีมผู้บริหาร ส.อ.ท. เพื่อให้ทุกเสาหลักของยุทธศาสตร์ถูกแปลงเป็นโครงการและมาตรการที่จับต้องได้ ไม่ใช่เพียงกรอบนโยบายเชิงสัญลักษณ์ แนวคิดเรื่อง “เวลา” จึงกลายเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดความสำเร็จ เพราะ 700 วันคือหน้าต่างสำคัญในการพิสูจน์ว่า ส.อ.ท. สามารถเปลี่ยนวิสัยทัศน์ให้กลายเป็นผลลัพธ์จริงได้เพียงใด
บทบาทเชิงยุทธศาสตร์ต่อโครงสร้างเศรษฐกิจไทย
ในระดับมหภาค การเข้าดำรงตำแหน่งประธาน ส.อ.ท. วาระ 2569–2571 ของนางพิมพ์ใจถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ด้วยฐานสมาชิกที่เชื่อมโยงทั้ง 48 กลุ่มอุตสาหกรรมและเครือข่ายระดับภูมิภาคทั่วประเทศ ส.อ.ท. ในยุคของเธอจึงถูกคาดหวังให้เป็นกลไกกลางในการผลักดันไทยสู่ “อุตสาหกรรมแห่งอนาคต” ที่เน้นทั้งมูลค่าทางเศรษฐกิจและความยั่งยืน
วิสัยทัศน์ของเธอบรรจบกับแนวโน้มโลกที่ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจสีเขียว เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ซึ่งทำให้ ส.อ.ท. มีบทบาทมากกว่าการเป็นตัวแทนเจรจานโยบายด้านภาษีหรือกฎระเบียบ แต่กลายเป็น “แพลตฟอร์มยุทธศาสตร์” ที่เชื่อมผู้ผลิต เทคโนโลยี การเงิน และภาครัฐเข้าด้วยกัน ความร่วมมือระหว่าง ส.อ.ท. กับภาคเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเศรษฐกิจดิจิทัลยังช่วยเปิดพื้นที่ใหม่ให้ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ soft power และนวัตกรรมต่อยอดห่วงโซ่มูลค่าเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยภาพรวมทั้งหมดนี้ นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล จึงไม่ใช่เพียง “ประธานองค์กรธุรกิจ” แต่เป็นผู้นำที่ยืนอยู่บนจุดตัดสำคัญระหว่างอุตสาหกรรมดั้งเดิม เศรษฐกิจดิจิทัล และวาระด้านความยั่งยืนของประเทศ ผลลัพธ์ของวาระ 2569–2571 จะเป็นตัวชี้ว่าประเทศไทยสามารถเปลี่ยนผ่านจาก “ฐานการผลิตแบบเดิม” ไปสู่ “ฐานอุตสาหกรรมแห่งอนาคต” ได้ไกลแค่ไหน
ที่มา: เว็บไซต์สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, ข้อมูลบริษัทในเครือ, และรายงานข่าวธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
บทถอดเสียง
สวัสดีค่ะ ต้อนรับเข้าสู่รายการ Businessleader podcast The Leader นะคะ วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกบทบาทของคุณพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยคนใหม่ค่ะคุณพิมพ์ใจมีพื้นฐานวิศวกรรมอุตสาหการและบริหารธุรกิจ ประสบการณ์ทั้งในเครือซิเมนต์ไทยและธุรกิจครอบครัวกลุ่มสิทธิผล ทำให้เธอเชี่ยวชาญการผสานตรรกะเชิงวิศวะกับมุมมองด้านบริหาร เธอเคยนำพาบริษัท อีโนเว รับเบอร์ หรือ ไออาร์ซี ซึ่งเป็นธุรกิจในเครือกลุ่มสิทธิผล ก้าวสู่การเป็นผู้นำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ยางระดับโลก ด้วยการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาโดยเฉพาะ จนได้รับรางวัลด้านความยั่งยืนจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปีสองพันห้าร้อยหกสิบนะคะล่าสุด คุณพิมพ์ใจได้รับเลือกเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย วาระปีสองพันห้าร้อยหกสิบเก้าถึงสองพันห้าร้อยเจ็ดสิบเอ็ด ด้วยมติเอกฉันท์ ซึ่งเกิดขึ้นในจังหวะที่สภาอุตสาหกรรมฯ ปรับโครงสร้างเพื่อเชื่อมโยงกลุ่มอุตสาหกรรมทั้งสี่สิบแปดกลุ่ม และเจ็ดสิบหกจังหวัดเข้าด้วยกัน บทบาทผู้นำครั้งนี้จึงถูกคาดหวังให้ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันระดับโครงสร้างของประเทศค่ะ คุณพิมพ์ใจประกาศวิสัยทัศน์ "The New Chapter of Thai Industry: Empowering Growth with 5I" โดยมุ่งนำพาอุตสาหกรรมไทยผ่านความท้าทายทางเศรษฐกิจและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ด้วยนวัตกรรม และความร่วมมือภาครัฐเอกชนค่ะยุทธศาสตร์ห้าไอของคุณพิมพ์ใจ มุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมและดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตคาร์บอนต่ำ การปรับห่วงโซ่อุปทานและพันธมิตรใหม่ รวมถึงการพัฒนาทุนมนุษย์ให้พร้อมสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตนะคะการเข้าดำรงตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมฯ ของคุณพิมพ์ใจ จึงนับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยคาดหวังว่าสภาอุตสาหกรรมฯ ภายใต้การนำของเธอ จะเป็นแพลตฟอร์มเชิงยุทธศาสตร์ในการผลักดันประเทศไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ที่เน้นทั้งมูลค่าและความยั่งยืนค่ะวาระการทำงานของคุณพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าประเทศไทยจะสามารถเปลี่ยนผ่านสู่ฐานอุตสาหกรรมแห่งอนาคตได้ไกลแค่ไหนนะคะ สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ


