

Think Trade Think DITP
สอวช. จับมือ อพท. ดัน 'การท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง' ยกระดับเศรษฐกิจไทย
สอวช. จับมือ อพท. ขับเคลื่อนแนวคิด "การท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง" (Regenerative Tourism) ดึงนวัตกรรมและงานวิจัยนำร่องพื้นที่ Living Lab 4 จุดหมาย เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ ยกระดับชุมชน และปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืนรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพ
รายละเอียด
-
มุ่งสู่ Meaningful & High Value Destination: สอวช. ผนึก อพท. ยกระดับการท่องเที่ยวไทยจากการเน้นปริมาณ สู่การสร้างมูลค่าและความยั่งยืนที่ฟื้นฟูธรรมชาติ วัฒนธรรม และชุมชน
-
ดึง อววน. ขับเคลื่อนเทคโนโลยีและโมเดลธุรกิจ: นำงานวิจัยและนวัตกรรมสร้างระบบการจัดการท่องเที่ยว แพลตฟอร์มดิจิทัล และโมเดลธุรกิจใหม่ ดึงดูดภาคเอกชนร่วมลงทุน
-
นำร่อง 4 พื้นที่ Living Lab ตอบโจทย์ ESG: ใช้แนวทางทดสอบจริงในพื้นที่นำร่อง 4 จุดหมาย ลดความเสี่ยงเชิงนโยบาย และเป็นจุดยุทธศาสตร์รองรับเงินทุนสาย ESG
-
กระจายโอกาสสู่ SMEs และชุมชน: ยกระดับผู้ประกอบการท้องถิ่น ทั้งการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เกษตรอินทรีย์ และหัตถกรรม ให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกลุ่มกำลังซื้อสูง
ความเคลื่อนไหวล่าสุดในภาคการท่องเที่ยวไทยกำลังส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญ เมื่อ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ผนึกกำลังกับ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่แนวคิด "การท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง" (Regenerative Tourism) ซึ่งถือเป็นการยกระดับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทยให้ก้าวข้ามจากการเน้นปริมาณนักท่องเที่ยวไปสู่การสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนในระยะยาว
ความร่วมมือครั้งสำคัญนี้มีเป้าหมายชัดเจนในการผลักดันประเทศไทยให้กลายเป็น "Meaningful & High Value Destination" หรือจุดหมายปลายทางที่ทรงคุณค่าและสร้างมูลค่าสูง โดยก้าวข้ามการมองการท่องเที่ยวเป็นเพียงเครื่องมือสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจแบบเดิม แต่ขับเคลื่อนให้เป็นกลไกหลักในการฟื้นฟูระบบนิเวศ วัฒนธรรม และคุณภาพชีวิตของชุมชนไปพร้อมกัน
นโยบายการท่องเที่ยวไทยกำลังส่งสัญญาณชัดเจนถึงการปรับตัวเข้าสู่ Global Tourism Trends ที่มุ่งเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพสูง (High-spending Travelers) ซึ่งให้ความสำคัญกับ ความยั่งยืน (Sustainability) และ ประสบการณ์ที่มีความหมาย (Meaningful Experience) นี่คือโจทย์ใหม่ที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรม และธุรกิจบริการต้องเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อชิงความได้เปรียบ
1. "อววน." เครื่องมือขับเคลื่อนใหม่ของภาคธุรกิจ
มิติใหม่ที่น่าจับตาคือการนำ อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) มาเป็นเครื่องมือหลัก สะท้อนว่าภาคการศึกษาและวิจัยกำลังเข้ามามีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ผ่าน 3 มิติสำคัญ:
-
Deep Tech & Environmental Restoration: การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อฟื้นฟูและบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นระบบ
-
Digital Infrastructure: การสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อบริหารจัดการพื้นที่ท่องเที่ยว
-
Sustainable Business Models: การออกแบบโมเดลธุรกิจใหม่ที่สร้างผลตอบแทนควบคู่ความยั่งยืน
กลไกนี้เปิดโอกาสให้ ภาคเอกชนขนาดใหญ่ ที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและเงินทุน เข้ามาร่วมลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับโครงสร้างตลาดใหม่นี้
2. โมเดล "Living Lab" สนามทดลองจริงของนักลงทุน ESG
ในเชิงปฏิบัติ ความร่วมมือนี้จะเริ่มนำร่องใน 4 พื้นที่ Living Lab ซึ่งทำหน้าที่เป็นห้องปฏิบัติการจริงในการพัฒนาโมเดล การท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง (Regenerative Tourism) ก่อนขยายผลทั่วประเทศ การใช้แนวทาง Living Lab ช่วยลดความเสี่ยงเชิงนโยบายผ่านการทดสอบและเรียนรู้จริง (Test & Learn)
Strategic Location for ESG Investment: พื้นที่ Living Lab ทั้ง 4 แห่งจะกลายเป็น จุดยุทธศาสตร์ใหม่ของนักลงทุนรายใหญ่ ในการทดลองโครงการที่สร้างผลตอบแทนทางการเงิน ควบคู่กับการตอบโจทย์ ESG (Environmental, Social, and Governance) ซึ่งเป็นมาตรฐานสำคัญที่นักลงทุนสถาบันระดับโลกกำลังให้ความสำคัญ
3. S-Curve ใหม่ของ SMEs และเศรษฐกิจฐานราก
แม้แกนหลักจะเน้นการปฏิรูปเชิงนโยบายระดับมหภาค แต่ผลกระทบเชิงบวกจะส่งผ่านไปยัง ผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ในพื้นที่นำร่องอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะธุรกิจในกลุ่ม:
-
ธุรกิจท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Ecotourism)
-
เกษตรอินทรีย์ (Organic Farming)
-
หัตถกรรมและวัฒนธรรมท้องถิ่น (Local Crafts & Heritage)
SMEs กลุ่มนี้จะได้รับการสนับสนุนด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อยกระดับสินค้าและบริการให้เข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง
บทสรุปเชิงยุทธศาสตร์
การผนึกกำลังระหว่าง สอวช. และ อพท. ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงข้อตกลงเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็น จุดเริ่มต้นของการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากลด้วยฐานคิดเรื่องความยั่งยืน หากดำเนินการได้ตามเป้าหมาย นี่จะเป็นการวางรากฐานสำคัญให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็น ผู้นำด้านการท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง (Regenerative Tourism Leader) ของภูมิภาค อย่างสมบูรณ์แบบ
บทถอดเสียง
สวัสดีค่ะ ต้อนรับเข้าสู่รายการ Businessleader podcast นะคะ วันนี้มาอัปเดตความเคลื่อนไหวสำคัญในภาคการท่องเที่ยวไทยค่ะ เมื่อสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ สอวช. ได้ผนึกกำลังกับองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่แนวคิดการท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง หรือ Regenerative Tourism ค่ะ นี่คือการยกระดับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวครั้งใหญ่ ที่จะเปลี่ยนจากการเน้นปริมาณนักท่องเที่ยว ไปสู่การสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนในระยะยาวค่ะ
ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายชัดเจนที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ทรงคุณค่าและสร้างมูลค่าสูงค่ะ โดยจะขับเคลื่อนการท่องเที่ยวให้เป็นกลไกสำคัญในการฟื้นฟูระบบนิเวศ วัฒนธรรม และคุณภาพชีวิตไปพร้อมกัน สิ่งนี้สอดรับกับเทรนด์ระดับโลกที่มุ่งเน้นนักท่องเที่ยวศักยภาพสูง ซึ่งให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและประสบการณ์ที่มีความหมายค่ะ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรม และธุรกิจบริการขนาดใหญ่ต้องเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อชิงความได้เปรียบนะคะ
มิติใหม่ที่น่าจับตาคือการนำองค์ความรู้ด้านอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อววน. มาเป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนขนาดใหญ่ที่มีพร้อมด้านเทคโนโลยีและเงินทุน เข้ามาร่วมลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับตลาดใหม่นี้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีเพื่อฟื้นฟูและบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัล หรือการออกแบบโมเดลธุรกิจที่สร้างผลตอบแทนควบคู่ความยั่งยืนค่ะ
ในเชิงปฏิบัติ ความร่วมมือนี้จะเริ่มนำร่องในสี่พื้นที่ Living Lab ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการจริงในการพัฒนาโมเดลการท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้างก่อนขยายผลไปทั่วประเทศค่ะ พื้นที่ Living Lab เหล่านี้จะกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ใหม่สำหรับนักลงทุนรายใหญ่ ในการทดลองโครงการที่สร้างผลตอบแทนทางการเงินควบคู่กับการตอบโจทย์ด้าน ESG ซึ่งเป็นมาตรฐานสำคัญที่นักลงทุนสถาบันระดับโลกให้ความสนใจอย่างมากค่ะ
โดยสรุปแล้ว การผนึกกำลังระหว่าง สอวช. และ อพท. ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงข้อตกลงเชิงสัญลักษณ์ค่ะ แต่เป็นการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากลด้วยฐานคิดเรื่องความยั่งยืน หากดำเนินการได้ตามเป้าหมาย ประเทศไทยจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้างของภูมิภาคได้อย่างสมบูรณ์แบบค่ะ สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ


