
มาตรการของ ศบก. เร่งกระจายน้ำมันทั่วประเทศและผ่อนปรนขนส่ง 24 ชั่วโมง
สรุปประเด็น
-
ศบก. ผ่อนปรนให้ขนส่งน้ำมันได้ 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ เพื่อเร่งการกระจายน้ำมันในภาวะตะวันออกกลางตึงเครียด พร้อมยืนยันไทยมีน้ำมันสำรองพอใช้ 100 วัน
-
กระทรวงพลังงานปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 50 สตางค์/ลิตร แต่ตรึงเพดานไม่เกิน 33 บาท/ลิตร ส่งผลให้ต้นทุนธุรกิจ SMEs ขนส่งเพิ่มขึ้น ต้องพิจารณาปรับราคาหรือรับต้นทุนเอง
-
SMEs ควรบริหารต้นทุนเชื้อเพลิงให้มีประสิทธิภาพ เช่น วางแผนเส้นทาง ดูแลรถให้ประหยัดน้ำมัน และพิจารณาใช้เชื้อเพลิงทางเลือกอย่าง B20 เพื่อความยั่งยืนระยะยาว
ศบก. เร่งออกมาตรการกระจายน้ำมันทั่วประเทศ พร้อมผ่อนปรนการขนส่ง 24 ชั่วโมง เพื่อแก้ปัญหาการกระจายน้ำมันที่อาจไม่ทันท่วงที ท่ามกลางสถานการณ์ตะวันออกกลาง ด้านนายกฯ ยืนยันไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอ 100 วัน แม้กระทรวงพลังงานจะปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 50 สตางค์/ลิตร ตรึงเพดานไม่เกิน 33 บาท/ลิตร ส่งผลให้ธุรกิจ SMEs ด้านขนส่งต้องปรับตัว แต่ก็มีโอกาสจากความคล่องตัวที่เพิ่มขึ้น
ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ได้เร่งออกมาตรการเชิงรุกเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและแก้ไขปัญหาการกระจายน้ำมันที่อาจไม่ทันท่วงทีทั่วประเทศ แม้ว่าปริมาณน้ำมันสำรองของไทยจะเพียงพอต่อการใช้งานถึง 100 วัน ตามที่นายกรัฐมนตรียืนยัน อย่างไรก็ตาม เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของสถานการณ์โลกและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดส่ง กระทรวงพลังงานจึงได้ดำเนินมาตรการต่างๆ ที่ส่งผลโดยตรงต่อภาคธุรกิจและประชาชน
มาตรการผ่อนปรนขนส่งน้ำมัน 24 ชั่วโมง หนุนความคล่องตัวของ SMEs
หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ การผ่อนปรนข้อจำกัดด้านการขนส่งน้ำมัน โดยอนุญาตให้รถบรรทุกน้ำมันสามารถวิ่งได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเพิ่มจำนวนรถขนส่งและรอบการวิ่ง รวมถึงเปิดคลังน้ำมันตลอดเวลา เพื่อเร่งการกระจายน้ำมันจากคลังสู่สถานีบริการให้ทั่วถึงและรวดเร็วยิ่งขึ้น มาตรการนี้ถือเป็นข่าวดีสำหรับ SMEs ในภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ เพราะจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในห่วงโซ่อุปทาน ลดระยะเวลาการรอคอย และลดปัญหาการจราจรในช่วงเวลาเร่งด่วน ทำให้ธุรกิจสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ตลอดเวลาและมีความยืดหยุ่นในการดำเนินงานมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงานมีความจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลอีก 50 สตางค์ต่อลิตร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นการตรึงเพดานราคาไม่ให้เกิน 33 บาทต่อลิตร มาตรการนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานของ SMEs ที่ใช้ยานพาหนะดีเซลเป็นหลัก อาทิ รถขนส่งสินค้า รถส่งอาหาร หรือรถบริการต่างๆ โดยตรง ธุรกิจอาจต้องพิจารณาทางเลือกในการปรับโครงสร้างราคาค่าบริการ หรือแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นเองหากไม่สามารถผลักภาระไปยังผู้บริโภคได้
แนวทางที่ SMEs ควรปรับตัวรับความผันผวนของราคาน้ำมัน
เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงและลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันในอนาคต SMEs ควรพิจารณาแนวทางการบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงอย่างรอบคอบ เช่น การวางแผนเส้นทางการขนส่งให้มีประสิทธิภาพสูงสุด การบำรุงรักษายานพาหนะให้ประหยัดน้ำมัน และที่สำคัญคือการศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับเปลี่ยนไปใช้เชื้อเพลิงทางเลือกอื่น ๆ ที่รัฐบาลส่งเสริม เช่น B20 ซึ่งมีราคาต่ำกว่า หรือพลังงานทางเลือกอื่น ๆ เพื่อสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้กับธุรกิจในระยะยาว การปรับตัวและแสวงหาทางเลือกใหม่ๆ จะเป็นกุญแจสำคัญให้ SMEs สามารถก้าวผ่านความท้าทายนี้ไปได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แผนการขยายพอร์ตสินเชื่อ Micro SMEs ของธนาคารไทยเครดิตและการควบคุม NPL
ธนาคารไทยเครดิตเร่งเครื่องรุกตลาดสินเชื่อ Micro SMEs และ Nano Finance พร้อมทุ่มงบ Digital Transformation กว่า 600 ล้านบาท มุ่งเป้าพอร์ตสินเชื่อ 3 แสนล้านบาท ภายในปี 2572 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

รัฐบาลอนุทินแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ปี 2568: เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หนี้ประชาชน และฟื้นความเชื่อมั่นประเทศ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา วันที่ 29 กันยายน 2568 มุ่งแก้ปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ทั้งเศรษฐกิจ หนี้ประชาชน ความเหลื่อมล้ำ และความมั่นคง พร้อมผลักดันการใช้เทคโนโลยี พลังงานสีเขียว และการค้าระหว่างประเทศ

ผู้ว่าแบงก์ชาติยืนยันไทยยังไม่เผชิญภาวะ Stagflation
ธปท. ยืนยันว่าประเทศไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะ Stagflation จากเงินเฟ้อและการจ้างงานที่ยังคงมีเสถียรภาพ แต่ภาคธุรกิจ SME โดยเฉพาะร้านอาหาร ยังคงเผชิญความยากลำบากจากกำลังซื้อที่ลดลงและค่าครองชีพที่สูงขึ้น

จับตาการประชุม Global SME Ministerial Meeting 2025 จุดเปลี่ยน SMEs ในเวทีโลก
การประชุม Global SME Ministerial Meeting 2025 จัดขึ้นเป็นครั้งแรกระหว่างวันที่ 22–24 กรกฎาคม ณ เมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับบทบาทของผู้ประกอบการ SMEs ในเศรษฐกิจโลก ผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก G20, ประเทศกำลังพัฒนา และองค์กรระหว่างประเทศ เช่น ITC, WTO และ UNCTAD

NIA ร่วมมือเครือข่าย GIFT นำนวัตกรรมแก้ปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาด
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และเครือข่าย GIFT ผนึกกำลังนำนวัตกรรมเข้าแก้ปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาด พร้อมยกระดับรายได้เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน

กลยุทธ์การปรับตัวของบริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ในภาวะตลาด FMCG อิ่มตัว
ไลอ้อน (ประเทศไทย) ประกาศแผนทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี ภายใต้การนำของประเสริฐ สุรัตนเมธากุล เพื่อเป้ารายได้ 30,000 ล้านบาท รับมือตลาด FMCG ไทยอิ่มตัวและจำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลง
