IMD ชี้ AI เขย่าตลาดแรงงานโลก - ประเทศไทยอยู่ตรงไหนในเกมนี้?"

IMD ชี้ AI เขย่าตลาดแรงงานโลก - ประเทศไทยอยู่ตรงไหนในเกมนี้?"

รายงาน IMD เผยการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของตลาดแรงงานจาก AI ค้นพบตำแหน่งของไทยและวิธีรับมือกับความท้าทายนี้ 

IMD สวิตเซอร์แลนด์ ได้จัดทำรายงาน IMD World Talent Ranking 2024 World Competitiveness Center ซึ่งหนึ่งในประเด็นสำคัญคือรายงานหัวข้อ The socio-economic implications of AI in the workplace หรือ ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมของ AI ในสถานที่ทำงาน

IMD ระบุว่า การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้อย่างรวดเร็วกำลังปฏิวัติโลกการทำงาน สร้างทั้งโอกาสและความท้าทายใหม่ๆ ให้กับตลาดแรงงานทั่วโลก ผลการศึกษาล่าสุดชี้ให้เห็นว่า AI กำลังส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการจ้างงาน ทักษะแรงงาน และความเหลื่อมล้ำทางสังคม

ศักยภาพของ AI ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
AI มีศักยภาพในการเสริมความสามารถของมนุษย์ในด้านต่างๆ เช่น ความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา และการสื่อสาร อย่างไรก็ตาม การบูรณาการ AI เข้ากับกระบวนการทำงานก็นำมาซึ่งความท้าทายใหม่ๆ ในการพัฒนาบุคลากร ทั้งในแง่ของการปรับเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาทักษะ การเกิดขึ้นของรูปแบบการศึกษาใหม่ๆ และความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโอกาสที่เกี่ยวข้องกับ AI

ผลกระทบต่อความมั่นคงในการทำงาน
ขณะที่ระบบ AI มีความสามารถมากขึ้นในการจัดการงานที่เคยทำโดยมนุษย์ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การบริการลูกค้า และการตัดสินใจ เศรษฐกิจทั่วโลกกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนในด้านความมั่นคงของการทำงาน AI มีศักยภาพในการทดแทนแรงงานมนุษย์ในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะในงานที่มีลักษณะซ้ำๆ และสามารถทำให้เป็นระบบอัตโนมัติได้

ความเสี่ยงของการเลือกปฏิบัติที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ การนำ AI มาใช้ในกระบวนการจ้างงาน การเลื่อนตำแหน่ง และการประเมินผลงาน อาจนำไปสู่รูปแบบใหม่ของการเลือกปฏิบัติ เช่น อัลกอริธึมที่มีอคติ ซึ่งอาจเสริมความไม่เท่าเทียมที่มีอยู่และส่งผลกระทบทางสังคมในวงกว้างต่อกลุ่มคนชายขอบ

ผลการสำรวจผู้บริหารทั่วโลก
จากการสำรวจผู้บริหารทั่วโลก พบว่า 58% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่า AI ถูกใช้เป็นหลักเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานที่ทำโดยแรงงานมนุษย์ ขณะที่ 23% เห็นว่า AI ยังไม่ได้ถูกบูรณาการเข้ากับกระบวนการทำงานอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม มี 12% ที่ระบุว่า AI กำลังแทนที่งานที่มีอยู่ ส่งผลให้มีการลดขนาดของกำลังแรงงาน และ 7% เห็นว่า AI ทำให้พนักงานเลือกที่จะลาออกอย่างเงียบๆ หรือเกษียณก่อนกำหนด

ผลกระทบที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ
การศึกษาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ชี้ให้เห็นว่า ผลกระทบของ AI ต่อการจ้างงานมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่างประเทศที่มีระดับรายได้ต่างกัน โดยประเทศที่มีรายได้สูงมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบมากกว่า แต่ก็มีโอกาสที่จะได้รับประโยชน์โดยรวมมากกว่าเช่นกัน

ตัวอย่างเช่น มีเพียง 0.4% ของงานในประเทศรายได้ต่ำที่มีความเสี่ยงต่อการถูกแทนที่ด้วย AI ในขณะที่ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นเป็น 5.5% ในประเทศรายได้สูง

ผลกระทบที่แตกต่างกันระหว่างเพศ
นอกจากนี้ ยังพบว่า AI ส่งผลกระทบต่อการจ้างงานของผู้หญิงและผู้ชายแตกต่างกัน โดยในประเทศรายได้สูง การจ้างงานของผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบจากการทำงานอัตโนมัติมากกว่าผู้ชายถึงสองเท่า (7.9% เทียบกับ 2.9%) ขณะที่ในประเทศรายได้ปานกลางค่อนข้างสูง ตัวเลขนี้อยู่ที่ 2.7% สำหรับผู้หญิง เทียบกับ 1.3% สำหรับผู้ชาย

อย่างไรก็ตาม ในประเทศรายได้สูง คาดว่าประโยชน์ที่จะได้รับจาก AI จะมีความสมดุลมากกว่า โดย 6.5% ของการจ้างงานที่ผู้หญิงเป็นหลักคาดว่าจะได้รับประโยชน์ เทียบกับ 6.7% สำหรับผู้ชาย

 

ความเสี่ยงต่อความก้าวหน้าในการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในตลาดแรงงาน
การสูญเสียงานที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่กระจุกตัวอยู่ในภาคส่วนที่ผู้หญิงเป็นหลักอาจเป็นอันตรายต่อความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นในทศวรรษที่ผ่านมาในการเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในตลาดแรงงาน ซึ่งอาจนำไปสู่ระดับการกีดกันที่สูงขึ้น

การเพิ่มขึ้นของการเลือกปฏิบัติในบางประเทศ
การวิเคราะห์ข้อมูลจาก World Justice Project แสดงให้เห็นว่า บางประเทศที่มีการนำ AI มาใช้ในการทำงานอย่างกว้างขวาง กำลังประสบกับระดับการเลือกปฏิบัติที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในญี่ปุ่น แคนาดา สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร และไทย ซึ่งมีแนวโน้มการลดลงของดัชนีการไม่มีการเลือกปฏิบัติในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

ผลกระทบต่อการแข่งขันด้านบุคลากรที่มีความสามารถ
การเพิ่มขึ้นของการเลือกปฏิบัติส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถของประเทศในการแข่งขันด้านบุคลากรที่มีความสามารถ โดยพบว่าประเทศที่มีระดับการเลือกปฏิบัติต่ำกว่ามีแนวโน้มที่จะมีความสามารถในการดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีความสามารถสูงกว่า

ตัวอย่างเช่น สิงคโปร์ซึ่งมีดัชนีการไม่มีการเลือกปฏิบัติสูง (0.81 จาก 1) มีคะแนนการดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีความสามารถสูงถึง 8.56 (จาก 10) ในขณะที่ประเทศไทยซึ่งมีดัชนีการไม่มีการเลือกปฏิบัติต่ำกว่า มีคะแนนเพียง 53 จาก 100 ในด้านการแข่งขันด้านบุคลากรที่มีความสามารถโดยรวม

ความสำคัญของคุณภาพชีวิตในการดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถ
นอกจากนี้ ยังพบว่าคุณภาพชีวิตเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดบุคลากรที่มีทักษะสูง โดยประเทศที่มีคุณภาพชีวิตสูงมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จมากกว่าในการดึงดูดบุคคลที่มีทักษะสูง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริหารระดับสูง

ตัวอย่างเช่น นอร์เวย์ซึ่งมีดัชนีการไม่มีการเลือกปฏิบัติสูง (0.83 จาก 1) มีคะแนนคุณภาพชีวิตสูงถึง 8.61 (จาก 10) ในขณะที่สหรัฐอเมริกาและฮังการีซึ่งมีดัชนีการไม่มีการเลือกปฏิบัติต่ำกว่า (0.48 และ 0.40 ตามลำดับ) มีคะแนนคุณภาพชีวิตที่ต่ำกว่า (7.13 และ 4.23 ตามลำดับ)

บทสรุป

การนำ AI มาใช้ในตลาดแรงงานทั่วโลกกำลังสร้างทั้งโอกาสและความท้าทายใหม่ๆ ในขณะที่ AI มีศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและสร้างโอกาสใหม่ๆ แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะเพิ่มความเหลื่อมล้ำและการเลือกปฏิบัติในตลาดแรงงาน

ประเทศต่างๆ จำเป็นต้องพัฒนานโยบายที่สมดุลเพื่อส่งเสริมการนำ AI มาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันก็ต้องปกป้องสิทธิของแรงงานและส่งเสริมความเท่าเทียมในโอกาสการทำงาน การลงทุนในการพัฒนาทักษะของแรงงาน การส่งเสริมคุณภาพชีวิต และการสร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่มีการเลือกปฏิบัติจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านบุคลากรในยุค AI

นอกจากนี้ ภาครัฐและเอกชนควรร่วมมือกันในการพัฒนาแนวทางการใช้ AI อย่างมีจริยธรรมและรับผิดชอบ เพื่อลดความเสี่ยงจากอคติในอัลกอริธึม และส่งเสริมการใช้ AI เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของมนุษย์มากกว่าการทดแทน

ในท้ายที่สุด การเตรียมความพร้อมของแรงงานสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึง ผ่านการฝึกอบรมและการศึกษาตลอดชีวิต จะเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความยืดหยุ่นให้กับตลาดแรงงานและช่วยให้เศรษฐกิจสามารถใช้ประโยชน์จากศักยภาพของ AI ได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

การติดตามและประเมินผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงานอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ผู้กำหนดนโยบายสามารถปรับตัวและตอบสนองต่อความท้าทายที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที เพื่อสร้างอนาคตของการทำงานที่ยุติธรรมและยั่งยืนสำหรับทุกคนในยุค AI

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The K-Shaped Reality: นำทัพธุรกิจอย่างไรในยุคเศรษฐกิจสองขั้ว

The K-Shaped Reality: นำทัพธุรกิจอย่างไรในยุคเศรษฐกิจสองขั้ว

เจาะลึกปรากฏการณ์ K-Shaped Recovery หรือภาวะเศรษฐกิจสองขั้วที่กำลังสร้างความเหลื่อมล้ำอย่างรุนแรงในไทย เมื่อตลาดมวลชนกำลังจะหายไป ผู้นำองค์กรและซีอีโอจึงจำเป็นต้องเร่งปรับยุทธศาสตร์สองความเร็ว (The Dual-Speed Strategy) เพื่อแยกแยะพอร์ตลูกค้าและนำทัพธุรกิจให้รอดพ้นจากมรสุมนี้

10 นาที
ถอดรหัสความสำเร็จญี่ปุ่น พลิกโฉมโคเนื้อไทย

ถอดรหัสความสำเร็จญี่ปุ่น พลิกโฉมโคเนื้อไทย

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า สนค. ได้ศึกษาความสำเร็จของอุตสาหกรรมโคเนื้อของญี่ปุ่น โดยเฉพาะเนื้อวากิว ที่ถือเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการพัฒนาสินค้าเกษตรมูลค่าสูงที่ได้รับการยอมรับในตลาดโลก

9 นาที
โอกาสพลิกเกมธุรกิจที่ผู้นำมองข้าม - McKinsey เผยความจริงเรื่อง AI

โอกาสพลิกเกมธุรกิจที่ผู้นำมองข้าม - McKinsey เผยความจริงเรื่อง AI

McKinsey เผยความจริงที่น่าตกใจ: พนักงานพร้อมใช้ AI มากกว่าที่ผู้บริหารคิดถึง 3 เท่า แต่องค์กร 99% ยังไม่ถึงจุดเต็มวุฒิภาวะในการใช้งาน เรียนรู้อุปสรรคหลักและกลยุทธ์สำคัญเพื่อพลิกโอกาสทางธุรกิจด้วย AI ก่อนคู่แข่ง

18 นาที
Monday Recap 1-19 ต.ค. 2568 : ข่าวธุรกิจ รอบประจำสัปดาห์ ทั้งข่าวไทยและ ข่าวต่างประเทศ

Monday Recap 1-19 ต.ค. 2568 : ข่าวธุรกิจ รอบประจำสัปดาห์ ทั้งข่าวไทยและ ข่าวต่างประเทศ

ภาพรวมข่าวธุรกิจในสัปดาห์ที่ผ่านมา (1-19 กันยายน 2568) มุ่งเน้นไปที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ การผนึกกำลังระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย และการปรับตัวของผู้ประกอบการเพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนได้แสดงความคิดเห็นและตั้งความหวังต่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยเรียกร้องให้เร่งแก้ปัญหาปากท้องและฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจโดยเร็วที่สุด

6 นาที
ถอดรหัสเทรนด์แรงงาน Gen AI: เมื่อ ‘ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง’ อาจไม่พอ

ถอดรหัสเทรนด์แรงงาน Gen AI: เมื่อ ‘ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง’ อาจไม่พอ

เจาะลึกเทรนด์แรงงานยุค Gen AI เมื่อความเชี่ยวชาญเฉพาะทางอาจไม่เพียงพออีกต่อไป พบบทวิเคราะห์จาก Harvard Business Review ที่ชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของตลาดงาน พร้อมเปิด 3 ทักษะสำคัญแห่งอนาคตที่พนักงานรุ่นใหม่ต้องมี เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้ควบคุมเทคโนโลยีและขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด

8 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง