เมกะเทรนด์อาเซียนกำลังเปลี่ยนโลกการเงินCIMB Group พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจสู่ยุค Digital Economy ด้วยทีม Industry Specialists

เมกะเทรนด์อาเซียนกำลังเปลี่ยนโลกการเงินCIMB Group พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจสู่ยุค Digital Economy ด้วยทีม Industry Specialists

ฟังบทความนี้โดย AI

Business Leader Podcast

0:00
0:00

สรุปประเด็น

เม็ดเงินลงทุนกว่า 1.6 ล้านล้านบาท คือมูลค่าโครงการ Data Center ที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพียงในช่วงปี 2567 ถึงกลางปี 2569 (BOI, 2569) ตัวเลขนี้ไม่ได้สะท้อนแค่ความร้อนแรงของอุตสาหกรรมเดียว แต่คือสัญญาณของการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจอาเซียนทั้งภูมิภาคที่กำลังเกิดขึ้นเบื้องหลัง

ปนิดา ตั้งศรีวงษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) มองว่าหนึ่งใน Megatrend ที่ชัดเจนที่สุดของอาเซียนวันนี้คือการเติบโตของ Digital Economy ซึ่งไม่เพียงขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี แต่กำลังปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ของทั้งภูมิภาค โดยมี Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่รองรับทั้ง Cloud Computing, Artificial Intelligence (AI), E-Commerce และ Digital Financial Services กว่า 20 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมนี้พัฒนาเป็นลำดับ เริ่มจากสิงคโปร์ในฐานะศูนย์กลางการเงินและดิจิทัลของภูมิภาค ก่อนขยายไปยังมาเลเซีย และวันนี้คลื่นการลงทุนลูกใหม่กำลังไหลเข้าสู่ประเทศไทยและอินโดนีเซีย

บทความนี้จะพาไปสำรวจว่าเม็ดเงินลงทุน Data Center กระจายไปตลอดห่วงโซ่มูลค่าอย่างไร อุตสาหกรรมไทยกลุ่มใดที่มีศักยภาพรับอานิสงส์ CIMB Group วางบทบาทตัวเองอย่างไรในฐานะพันธมิตรทางการเงินของภูมิภาค และโจทย์ด้านความยั่งยืนที่ประเทศไทยต้องจับตาต่อจากนี้

Data Center เมกะเทรนด์ที่กำลังปรับโครงสร้างเศรษฐกิจอาเซียน

ปนิดาอธิบายว่า จุดที่น่าสนใจของอุตสาหกรรมนี้คือ Data Center ไม่ใช่แค่ "อุตสาหกรรม" แต่คือ Multiplier Industry ที่สร้างผลคูณทางเศรษฐกิจ

การลงทุนใน Data Center หนึ่งโครงการ จะก่อให้เกิดการลงทุนต่อเนื่องตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่งานก่อสร้าง วิศวกรรม ระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น ไปจนถึงผู้ให้บริการด้านดิจิทัลและซอฟต์แวร์ ทำให้เม็ดเงินลงทุนขยายตัวออกไปในหลายอุตสาหกรรมพร้อมกัน

หากพิจารณาโครงสร้างห่วงโซ่มูลค่า (Value Chain) ของอุตสาหกรรม Data Center โดยอ้างอิงสัดส่วนการลงทุนโดยประมาณของแต่ละองค์ประกอบ ที่สถาบันการเงิน ที่ปรึกษาทางการเงิน และบริษัทออกแบบและก่อสร้างโครงการแบบครบวงจร (EPC) ทั่วโลกใช้เป็นเกณฑ์ประเมินมูลค่าโครงการ เมื่อนำสัดส่วนดังกล่าวมาเทียบเคียงกับมูลค่าโครงการ Data Center ที่ได้รับอนุมัติจาก BOI จะเห็นได้ว่าเม็ดเงินลงทุนไม่ได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะผู้พัฒนา Data Center แต่กระจายไปตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ครอบคลุมหลายอุตสาหกรรมที่ผู้ประกอบการไทยมีความพร้อมและศักยภาพในการแข่งขัน

เจาะห่วงโซ่มูลค่า 1.6 ล้านล้านบาท เงินลงทุน Data Center ไหลไปที่ไหนบ้าง

ข้อมูลล่าสุดจาก BOI ระบุว่ามีโครงการ Data Center ที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนรวมประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท (BOI, 2569) แบ่งตามช่วงเวลาได้ดังนี้

ช่วงเวลา จำนวนโครงการ เงินลงทุน (ล้านบาท)
ปี 2567 9 97,967
ปี 2568 26 491,625
มกราคม–มีนาคม 2569 6 90,556
พฤษภาคม 2569 3 913,838
รวม 44 1,593,986

ที่มา: BOI (2569) — ข้อมูลปี 2567 ถึงมีนาคม 2569 จากเว็บไซต์ BOI และข้อมูลเดือนพฤษภาคม 2569 จากข่าวประชาสัมพันธ์ BOI ฉบับที่ 66/2569 (อ. 34) ณ วันที่ 6 พฤษภาคม 2569

เมื่อนำสัดส่วนการลงทุนตามมาตรฐานสากลมาเทียบเคียงกับมูลค่าโครงการที่ได้รับอนุมัติ จะเห็นภาพว่าเม็ดเงินกระจายไปยังอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกลุ่มใดบ้าง และผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพแข่งขันมากน้อยเพียงใดในแต่ละกลุ่ม

อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง สัดส่วนการลงทุน มูลค่าอ้างอิงจาก BOI (พันล้านบาท) ศักยภาพผู้ประกอบการไทย
ระบบไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน (Electrical Infrastructure) 25–35% 400–560 ☆☆☆☆
ระบบทำความเย็นและระบบเครื่องกล (Cooling & Mechanical) 20–30% 320–480 ☆☆☆
งานโยธา โครงสร้าง และอาคาร (Civil, Structural & Building) 15–20% 240–320 ☆☆☆☆☆
ค่าใช้จ่ายทางอ้อมและวิชาชีพ (Soft Costs) 10–15% 160–240 ☆☆☆☆☆
ที่ดินและการพัฒนาพื้นที่ (Land & Site Development) 5–15% 80–240 ☆☆☆☆☆
ค่าใช้จ่าย EPC และงานบริหารโครงการ 8–12% 128–192 ☆☆☆☆☆
ระบบป้องกันอัคคีภัย ระบบบริหารอาคาร และระบบรักษาความปลอดภัย (Fire, BMS/DCIM & Security) 6–10% 96–160 ☆☆☆
อุปกรณ์ IT (CPU, GPU, Server, Storage, Network) ขึ้นกับโครงการ ขึ้นกับสัดส่วนจริง ☆–☆☆

ที่มา: คำนวณจากสัดส่วนการลงทุนตามมาตรฐานสากลของอุตสาหกรรม เทียบเคียงกับมูลค่าโครงการ Data Center ที่ BOI อนุมัติส่งเสริมการลงทุนประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท (BOI, 2569)

ตารางนี้สะท้อนว่าโอกาสของประเทศไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการดึงดูดผู้ประกอบการ Data Center แต่คือการพัฒนาระบบนิเวศทางเศรษฐกิจทั้งระบบ โดยเฉพาะกลุ่มงานโยธาและโครงสร้างอาคาร Soft Costs และที่ดิน/การพัฒนาพื้นที่ ที่ผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพสูงสุด

 

 

โอกาสของผู้ประกอบการไทยตลอดห่วงโซ่อุปทาน

ประเทศไทยมีศักยภาพโดดเด่นในหลายธุรกิจที่อยู่ในห่วงโซ่การลงทุนดังกล่าว ได้แก่

  • การผลิตแผงวงจรพิมพ์ (PCB) และวัสดุอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง
  • การผลิตอุปกรณ์และระบบไฟฟ้า เช่น หม้อแปลงไฟฟ้า ตู้ควบคุมและจ่ายไฟ (Switchgear) เครื่องสำรองไฟ (UPS) และสายไฟฟ้าคุณภาพสูง
  • ระบบทำความเย็นและโซลูชันด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Energy Efficiency Solutions)
  • งานก่อสร้างและวิศวกรรมเฉพาะทาง
  • นิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานรองรับการลงทุน

นอกจากแรงหนุนจาก Digital Economy แล้ว กระแสการย้ายฐานการผลิตภายใต้นโยบาย China+1 ยังช่วยเร่งการลงทุนจากผู้ผลิตชั้นนำของไต้หวันและจีนเข้าสู่ประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่ม PCB และ AI Server Supply Chain ซึ่งกำลังเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของภาคอุตสาหกรรมไทย และได้รับประโยชน์จากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ AI และ Data Center ทั่วโลก

CIMB Group สะพานเชื่อมอาเซียนด้วยทีม Industry Specialists

ปนิดามองว่า Megatrend นี้เป็นโอกาสของทั้งภูมิภาคอาเซียน โดย Data Center คือตัวอย่างที่ชัดเจนของการเชื่อมโยงเศรษฐกิจอาเซียนเข้าด้วยกัน CIMB Group มีเครือข่ายแข็งแกร่งครอบคลุม 4 ประเทศหลักของอุตสาหกรรม Data Center ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย และอินโดนีเซีย ทำให้มองเห็นทิศทางการลงทุนและการย้ายฐานการผลิต พร้อมเข้าไปมีส่วนร่วมสนับสนุนทางการเงินแก่ธุรกิจยุคใหม่ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น

ปัจจุบัน CIMB Group ใช้ศักยภาพของทีม Industry Specialists ผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Infrastructure และ Data Center ที่มีประสบการณ์ตรงจากหลายประเทศทั่วอาเซียน เชื่อมโยงการเป็นพันธมิตรทางการเงินเข้ากับองค์ความรู้เชิงลึก เพื่อให้คำแนะนำแก่ลูกค้าที่ต้องการลงทุนใน Data Center และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยทำงานร่วมกับทีม Relationship Managers และผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินทั่วทั้งภูมิภาค รวมถึงธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ครอบคลุมทั้งการประเมินโอกาสการลงทุนในแต่ละประเทศ การวิเคราะห์แนวโน้มอุตสาหกรรม การเชื่อมโยงพันธมิตรทางธุรกิจในห่วงโซ่อุปทาน และการจัดหาโซลูชันทางการเงินที่เหมาะสมสำหรับผู้พัฒนา Data Center นักลงทุน และผู้ประกอบการใน Supply Chain ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กลุ่มพลังงาน ระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น อิเล็กทรอนิกส์ PCB, AI Infrastructure รวมถึงธุรกิจก่อสร้างและวิศวกรรม

"โลกการเงินกำลังเผชิญโจทย์ใหม่ การสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนในธุรกิจแห่งอนาคตต้องมาพร้อมความเข้าใจเชิงลึกในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต CIMB Group และ CIMB THAI มุ่งมั่นที่จะเป็นสะพานเชื่อมอาเซียน THINK ASEAN, THINK CIMB สนับสนุนเงินทุน ผู้พัฒนา Data Center ผู้ประกอบการใน Supply Chain นักลงทุน และธุรกิจไทยที่ต้องการขยายโอกาสสู่ตลาดอาเซียน และเชื่อมโยงองค์ความรู้ โอกาสทางธุรกิจ และเครือข่ายการลงทุนตลอดทั้ง Data Center Ecosystem ของอาเซียน ในโอกาสฉลอง ASEAN Day เราเชื่อว่าอนาคตของอาเซียนจะขับเคลื่อนด้วย 3 พลังสำคัญ ได้แก่ Digitalisation, Supply Chain Transformation และ Regional Connectivity การเติบโตครั้งต่อไปของอาเซียนจะไม่ได้เกิดขึ้นจากประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพัง แต่เกิดจากการเชื่อมโยงของทั้งภูมิภาค"  ปนิดากล่าวทิ้งท้าย

แท็กที่เกี่ยวข้อง