3 บริษัทยักษ์ใหญ่เยอรมัน Volkswagen, BMW และ Mercedes-Benz จับมือพัฒนาซอฟต์แวร์ยานยนต์อัจฉริยะร่วมกัน

3 บริษัทยักษ์ใหญ่เยอรมัน Volkswagen, BMW และ Mercedes-Benz จับมือพัฒนาซอฟต์แวร์ยานยนต์อัจฉริยะร่วมกัน

สรุปประเด็น

1. พันธมิตรพัฒนาซอฟต์แวร์ Open Source ร่วมกัน
Volkswagen, BMW และ Mercedes-Benz พร้อมซัพพลายเออร์ชั้นนำรวม 11 บริษัท ได้ร่วมลงนาม MoU ภายใต้การนำของสมาคม VDA เพื่อพัฒนา "open-source software stack" สำหรับรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ (SDV)

2. เป้าหมาย: ลดต้นทุน และเร่งการออกรถรุ่นใหม่
เป้าหมายหลักของความร่วมมือคือ ลดต้นทุนการพัฒนาซอฟต์แวร์ และ เร่งระยะเวลาเปิดตัวรถรุ่นใหม่ เพื่อรับมือกับแรงกดดันจากผู้ผลิตรถยนต์จีนที่รุกตลาดอย่างรวดเร็วทั้งด้านราคา การออกแบบ และเทคโนโลยี โดยใช้แนวทาง "code-first"

3. บทเรียนจากอดีตและเส้นทางข้างหน้า
ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นหลังอุตสาหกรรมยานยนต์เยอรมันเผชิญปัญหาซอฟต์แวร์ล้มเหลวครั้งใหญ่ โดยเฉพาะกรณี VW Group ที่บริษัทลูก Cariad ก่อให้เกิดความล่าช้าในการเปิดตัวรถ Porsche และ Audi ถึง 3 ปี


 

กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของเยอรมนี ได้แก่ Volkswagen Group, BMW และ Mercedes-Benz ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับซัพพลายเออร์ชั้นนำของประเทศ รวม 11 บริษัท ภายใต้การนำของสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์เยอรมัน (VDA) เพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์พื้นฐานสำหรับรถยนต์สมัยใหม่ร่วมกัน

โครงการนี้มีเป้าหมายในการสร้าง “โอเพ่นซอร์สซอฟต์แวร์สแต็ก” ที่จะช่วยยืนยันตัวตนของชิ้นส่วนต่าง ๆ ภายในรถยนต์ และจัดการการสื่อสารระหว่างชิ้นส่วนเหล่านั้น รวมถึงเชื่อมต่อกับบริการคลาวด์ อินเทอร์เฟซสำหรับลูกค้า และระบบปฏิบัติการหลักของรถยนต์ ซอฟต์แวร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นส่วนใหญ่จะเป็นซอฟต์แวร์ “ที่ไม่สร้างความแตกต่าง” กล่าวคือ ไม่ใช่ส่วนที่ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารใช้งานโดยตรง เช่น อินเทอร์เฟซผู้ใช้ของแต่ละค่ายอย่าง BMW iDrive หรือ Mercedes-Benz MBUX ยังคงพัฒนาแยกกันและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สมาชิกในกลุ่มพันธมิตรยังคงสามารถพัฒนาและใช้งานซอฟต์แวร์ของตนเองได้อย่างอิสระ

เป้าหมายเพื่อลดต้นทุนการพัฒนาซอฟต์แวร์

การรวมตัวกันครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนการพัฒนาซอฟต์แวร์ และเร่งระยะเวลาในการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ ๆ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก ท่ามกลางแรงกดดันจากผู้ผลิตรถยนต์จีนที่รุกตลาดอย่างรวดเร็วทั้งในด้านราคา การออกแบบ และเทคโนโลยีที่โดดเด่น คาดว่าซอฟต์แวร์เวอร์ชันแรกจะถูกนำไปใช้กับรถต้นแบบในปี 2026 และจะเริ่มใช้งานจริงในรถที่วางจำหน่ายภายในปี 2030 โดยมีบริษัทชั้นนำอย่าง Bosch, Continental, ETAS, Hella, Qorix, Valeo Brain, Vector และ ZF เข้าร่วมด้วย นอกจากนี้ ยังมีการเจรจาเพื่อขยายความร่วมมือไปยังผู้ผลิตและซัพพลายเออร์จากฝรั่งเศสผ่านสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ของฝรั่งเศสอีกด้วย

เป้าหมายหลักของความร่วมมือระหว่าง Volkswagen, BMW และ Mercedes-Benz

เป้าหมายหลักคือการลดต้นทุนในการพัฒนาซอฟต์แวร์ พร้อมทั้งเร่งความเร็วในการเปิดตัวโมเดลใหม่ เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ดีขึ้น กลุ่มบริษัทหวัง ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ยานยนต์ร่วมกัน คือ การลดต้นทุนในการพัฒนาซอฟต์แวร์ และ เร่งความเร็วในการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ดีขึ้น กลุ่มบริษัทหวังว่าการรวมทรัพยากรและความเชี่ยวชาญจะช่วยลดความซ้ำซ้อนในการพัฒนา เพิ่มประสิทธิภาพ และลดค่าใช้จ่ายที่แต่ละบริษัทต้องแบกรับหากพัฒนาแยกกัน นอกจากนี้ โครงการนี้ยังมุ่งเน้นการพัฒนาซอฟต์แวร์ “โอเพ่นซอร์ส” ที่สามารถนำไปใช้ร่วมกันได้ในอุตสาหกรรม โดยแต่ละบริษัทสามารถปรับแต่งหรือเพิ่มเติมฟีเจอร์ที่แตกต่างกันตามเอกลักษณ์ของตนเองได้ ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการพัฒนาเร็วขึ้นและสามารถเปิดตัวรถรุ่นใหม่ได้ทันต่อการแข่งขันในตลาดโลก การรวมตัวกันครั้งนี้จึงสะท้อนถึงความพยายามของอุตสาหกรรมยานยนต์ยุโรปในการรับมือกับความท้าทายด้านเทคโนโลยีและต้นทุนที่สูงขึ้น พร้อมทั้งรักษาความสามารถในการแข่งขันกับผู้ผลิตรายใหญ่จากสหรัฐฯ และจีน

ในความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ยุโรป

บริษัทชั้นนำ 11 ราย รวมถึง Volkswagen, BMW และ Mercedes-Benz ได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อก่อตั้งพันธมิตรพัฒนาซอฟต์แวร์รถยนต์แบบเปิด (open source) โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์พื้นฐานที่ไม่แตกต่างกันมากนัก (non-differentiating software) สำหรับรถยนต์ยุคใหม่ที่เน้นการขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ (software-defined vehicle – SDV) ซึ่งรวมถึงโมดูลสำหรับระบบขับขี่อัตโนมัติด้วยพันธมิตรนี้ได้รับการสนับสนุนจากสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์เยอรมัน (VDA) และมีบริษัทซัพพลายเออร์รายใหญ่อย่าง Bosch, Continental, ZF และ ETAS เข้าร่วมด้วย โดยจะดำเนินงานภายใต้กรอบของ Eclipse Foundation และโครงการ S-CORE ซึ่งจะเป็นแกนกลางซอฟต์แวร์แบบเปิดที่สามารถตรวจสอบและรับรองตามมาตรฐาน ISO 26262 ด้านความปลอดภัยในระบบยานยนต์

การพัฒนาจะใช้แนวทาง “code-first”

ซึ่งหมายถึงการสร้างซอฟต์แวร์ที่ใช้งานได้จริงตั้งแต่แรก แทนที่จะเป็นเพียงการกำหนดข้อกำหนดเท่านั้น เพื่อช่วยลดเวลาการพัฒนาและเร่งการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่สู่ตลาด ขณะเดียวกันซอฟต์แวร์ในส่วนที่ผู้ใช้ไม่เห็น เช่น ระบบการสื่อสารภายในรถและการยืนยันตัวตนของชิ้นส่วน จะถูกพัฒนาร่วมกัน ส่วนอินเทอร์เฟซผู้ใช้และฟีเจอร์เฉพาะของแต่ละแบรนด์ยังคงพัฒนาแยกต่างหากเพื่อรักษาเอกลักษณ์ ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมรถยนต์เยอรมันประสบปัญหาเรื่องซอฟต์แวร์อย่างหนัก เช่น VW Group ที่รวมการพัฒนาซอฟต์แวร์ไว้ในบริษัทลูก Cariad แต่เกิดความล่าช้าและกลายเป็นคอขวดในการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ของ Porsche และ Audi ทำให้เกิดความล่าช้าถึง 3 ปี VW จึงได้ร่วมมือกับสตาร์ทอัพไฟฟ้าจากสหรัฐฯ อย่าง Rivian และในจีนกับ Xpeng เพื่อเร่งพัฒนาซอฟต์แวร์ให้ทันสมัยและแข่งขันได้ แผนงานของโครงการนี้คือการพัฒนาเครื่องมือและแกนซอฟต์แวร์พื้นฐานให้เสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2026 และจะเริ่มนำไปใช้ในรถยนต์รุ่นผลิตจริงภายในปี 2030 โดยซอฟต์แวร์เหล่านี้จะถูกแจกจ่ายในรูปแบบที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน เพื่อให้ผู้ผลิตและซัพพลายเออร์สามารถนำไปใช้และพัฒนาฟีเจอร์เฉพาะของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้บริหารของ VDA ระบุว่า “เรากำลังสร้างระบบนิเวศซอฟต์แวร์ที่มีความทันสมัย แข็งแกร่ง โปร่งใส และปลอดภัย เพื่อยืนยันความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของยุโรปในเวทีโลก” ขณะที่ Mercedes-Benz และ BMW ต่างแสดงความมุ่งมั่นที่จะผลักดันนวัตกรรมผ่านโครงการนี้อย่างเต็มที่ พันธมิตรนี้ยังเปิดกว้างสำหรับบริษัทอื่น ๆ ที่สนใจเข้าร่วม เพื่อสร้างเครือข่ายซอฟต์แวร์ยานยนต์แบบเปิดที่มีความปลอดภัยสูง ลดต้นทุนการพัฒนา และส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมในระดับโลก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Mercedes-Benz G-Class: รถทรงกล่องที่ปฏิเสธกาลเวลา และยิ้มเยาะใส่กฎฟิสิกส์

Mercedes-Benz G-Class: รถทรงกล่องที่ปฏิเสธกาลเวลา และยิ้มเยาะใส่กฎฟิสิกส์

เปิดตำนาน Mercedes-Benz G-Class เอสยูวีทรงกล่องที่ท้าทายกฎฟิสิกส์ จากยานพาหนะทหารสุดแกร่งสู่สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จของมหาเศรษฐีทั่วโลก เจาะลึกความบ้าคลั่งของขุมพลัง V8 ใน AMG G 63 และก้าวใหม่แห่งอนาคตกับ G 580 พลังงานไฟฟ้า 100% ที่พิสูจน์ให้เห็นว่ารถคันนี้ปฏิเสธกาลเวลาได้อย่างแท้จริง

10 นาที
เมื่อ Mercedes-Benz, BMW และ Porsche ผนึกกำลัง PR ฉลอง 140 ปีรถคันแรกของโลก

เมื่อ Mercedes-Benz, BMW และ Porsche ผนึกกำลัง PR ฉลอง 140 ปีรถคันแรกของโลก

สำรวจกลยุทธ์การจัดการ PR ของค่ายรถยนต์เยอรมันยักษ์ใหญ่ Mercedes-Benz, BMW และ Porsche ที่เปลี่ยนจากคู่แข่งมาเป็นพันธมิตรเฉลิมฉลอง 140 ปีรถยนต์คันแรก พร้อมเรียนรู้บทเรียน Blue Ocean Strategy และการวาง Brand Positioning ที่ชัดเจน เพื่อหนีพ้นจากกับดัก Red Ocean แบบรถยนต์จีน

6 นาที
Tesla นำ AI จีน Doubao ของ ByteDance เข้าห้องโดยสาร สัญญาณที่บอกว่าสงคราม AI ในรถยนต์กำลังเปลี่ยนขั้ว

Tesla นำ AI จีน Doubao ของ ByteDance เข้าห้องโดยสาร สัญญาณที่บอกว่าสงคราม AI ในรถยนต์กำลังเปลี่ยนขั้ว

ออสเตรเลียผ่านกฎหมาย News Bargaining Incentive บังคับบิ๊กเทคอย่าง Meta, Google, TikTok และ LinkedIn ทำข้อตกลงจ่ายเงินให้สำนักข่าวท้องถิ่น หรือต้องจ่ายภาษีจากรายได้โฆษณาดิจิทัล ชวนวิเคราะห์บทเรียน ช่องโหว่ และผลกระทบต่อทิศทางนโยบายสื่อดิจิทัลในไทยและอาเซียน

9 นาที
Mercedes‑Benz C‑Class EV: “เบบี้เบนซ์ยุคไฟฟ้า” จุดเริ่มต้นใหม่ของผู้บริหารรุ่นใหม่ในตลาดซีดานหรู

Mercedes‑Benz C‑Class EV: “เบบี้เบนซ์ยุคไฟฟ้า” จุดเริ่มต้นใหม่ของผู้บริหารรุ่นใหม่ในตลาดซีดานหรู

ถอดสเปก Mercedes-Benz C-Class EV ซีดานไฟฟ้า 800V วิ่งไกลกว่า 760 กม. ชาร์จไวตอบโจทย์โลกธุรกิจ พร้อมห้องโดยสารระบบดิจิทัล MBUX Hyperscreen 39.1 นิ้ว และระบบ AI อัจฉริยะ คันแรกที่ใช่สำหรับผู้บริหารรุ่นใหม่ยุคปัจจุบัน พร้อมย้อนรอยตำนานจากยุค "เบบี้เบนซ์" 190 E สู่ประตูบานแรกของผู้นำรุ่นใหม่ในยุคยานยนต์ไฟฟ้า

8 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง