Overtourism ในยุโรปใต้: บทเรียนและโอกาสของการท่องเที่ยวไทย

Overtourism ในยุโรปใต้: บทเรียนและโอกาสของการท่องเที่ยวไทย

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2568 กลุ่มผู้ประท้วงหลายพันคนได้รวมตัวกันในเมืองสำคัญทางตอนใต้ของยุโรป เช่น บาร์เซโลนา (สเปน), เวนิสและมิลาน (อิตาลี) และลิสบอน (โปรตุเกส) เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อปัญหาการท่องเที่ยวที่มากเกินไป หรือที่เรียกว่า “overtourism” กิจกรรมประท้วงครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Southern Europe against Overtourism” โดยผู้เข้าร่วมต่างชูสโลแกนเช่น “Your vacations, my suffering” และ “mass tourism destroys the city” พร้อมใช้อาวุธสุดแปลกอย่าง “ปืนฉีดน้ำ” เพื่อดึงดูดความสนใจจากสื่อและสังคม

ผู้ประท้วงระบุว่า การท่องเที่ยวที่มากเกินไปส่งผลให้เกิดวิกฤติที่อยู่อาศัย ค่าเช่าบ้านพุ่งสูงขึ้น และชาวเมืองหลายคนถูกผลักออกจากย่านที่เคยอยู่อาศัย นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อวิถีชีวิตท้องถิ่น โดยร้านค้าดั้งเดิมถูกแทนที่ด้วยธุรกิจที่เน้นนักท่องเที่ยว เช่น ร้านของที่ระลึกและร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด ตัวอย่างเช่น ในบาร์เซโลนา ซึ่งมีประชากร 1.6 ล้านคน แต่มีนักท่องเที่ยวถึง 26 ล้านคนในปี 2567 ทำให้ 31% ของผู้อยู่อาศัยระบุว่าการท่องเที่ยวส่งผลเสียต่อเมือง

กลุ่มนักท่องเที่ยวหลักของประเทศใน Southern Europe (ยุโรปใต้) สามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ดังนี้

  1. กลุ่มนักท่องเที่ยวจากยุโรปเหนือและสหราชอาณาจักร ได้แก่ นักท่องเที่ยวจากประเทศในยุโรปเหนือ เช่น เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ สวีเดน เดนมาร์ก นอร์เวย์ และฟินแลนด์ รวมถึงนักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักร กลุ่มนี้เป็นกลุ่มสำคัญที่นิยมเดินทางมาพักร้อนในประเทศแถบเมดิเตอร์เรเนียน โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน เพื่อสัมผัสอากาศอบอุ่นและชายหาดอันสวยงาม

  2. กลุ่มนักท่องเที่ยวจากอเมริกาเหนือ ได้แก่ นักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีที่ผ่านมา กลุ่มนี้มักเดินทางในช่วงวันหยุดฤดูร้อนหรือช่วงฤดูหนาว เพื่อหลีกหนีอากาศหนาวและสัมผัสวัฒนธรรมที่แตกต่าง

  3. กลุ่มนักท่องเที่ยวจากเอเชีย ได้แก่ นักท่องเที่ยวจากจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะยังมีสัดส่วนน้อยกว่ากลุ่มยุโรปเหนือและอเมริกาเหนือ แต่ก็มีศักยภาพในการเติบโตสูงในอนาคต

สำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร ปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องกำลังสร้างทั้งโอกาสและความท้าทายให้กับเมืองท่องเที่ยวและชุมชนท้องถิ่น แม้ว่าจะยังไม่มีกระแสการประท้วง “การท่องเที่ยวที่มากเกินไป” (overtourism) อย่างชัดเจนเหมือนในยุโรป แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็มีให้เห็นอย่างเด่นชัดในหลายพื้นที่ เช่น

  • ราคาที่อยู่อาศัยและห้องพักพุ่งสูงขึ้น

การขยายตัวของแพลตฟอร์มที่พักระยะสั้นอย่าง Airbnb หรือ การเปิดห้องพักให้เช่าแบบผิดกฎหมาย ทำให้ราคาค่าเช่าบ้านและห้องพักในย่านท่องเที่ยวปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชาวเมืองหลายคนไม่สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายเหมือนเดิม โดยเฉพาะในพื้นที่ยอดนิยมอย่างภูเก็ตและพัทยา

  • ราคาอาหารและค่าครองชีพในย่านท่องเที่ยวสูงขึ้น

ร้านอาหารและร้านค้าในย่านท่องเที่ยวปรับราคาสูงขึ้น เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้คนในพื้นที่ต้องแบกรับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น

  • ปัญหาความแออัดและโครงสร้างพื้นฐาน

การจราจรติดขัด ช่วงฤดูท่องเที่ยวสูง และการใช้บริการขนส่งสาธารณะที่แออัดมากเป็นพิเศษในช่วงวันหยุดหรือเทศกาลสำคัญแม้กรุงเทพมหานครจะยังไม่ประสบปัญหาการท่องเที่ยวที่มากเกินไปในระดับเดียวกับเมืองเล็ก ๆ ของยุโรป แต่ความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวในบางพื้นที่ก็เกินระดับที่เหมาะสมได้เช่นกัน ปัญหาจึงอยู่ที่ “จำนวน” ไม่ใช่แค่ “ปริมาณ” แต่ยังรวมถึง “การกระจายตัว” ของนักท่องเที่ยวด้วย

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนของไทยควรติดตามกระแส overtourism อย่างใกล้ชิด ศึกษาบทเรียนจากต่างประเทศ และนำมาปรับใช้เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบกระจายตัวไปยังเมืองรองและแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบขนส่งที่รองรับนักท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น

การเตรียมพร้อมและวางแผนอย่างรอบคอบจะช่วยให้ไทยสามารถใช้โอกาสจากกระแสการท่องเที่ยวโลกได้อย่างเต็มที่ ทั้งยังป้องกันและลดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในเมืองท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

ผลดีต่อการท่องเที่ยวของไทย

  • โอกาสในการเป็นทางเลือกใหม่: การประท้วงในยุโรปใต้ทำให้หลายเมืองเริ่มใช้มาตรการจำกัดนักท่องเที่ยวและเพิ่มข้อจำกัดด้านที่พัก เช่น จำกัดการให้เช่าบ้านผ่าน Airbnb ซึ่งอาจทำให้บางกลุ่มนักท่องเที่ยวมองหาปลายทางใหม่ที่เปิดกว้างและเป็นมิตรมากกว่า ส่งผลให้ประเทศไทยกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไทยมีมาตรฐานการบริการที่สูงและมีจุดหมายปลายทางที่หลากหลาย

  • กระแสการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน: การประท้วงครั้งนี้ตอกย้ำความสำคัญของการท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบและยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลก ประเทศไทยจึงมีโอกาสนำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เน้นชุมชน วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่ใส่ใจเรื่องความยั่งยืน

  • กระจายนักท่องเที่ยวสู่เมืองรอง: ไทยกำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรองและแหล่งท่องเที่ยวใหม่ เพื่อลดความแออัดในจุดหมายปลายทางหลัก เช่น พัทยา ภูเก็ต และเกาะสมุย มาตรการนี้จะช่วยกระจายรายได้และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

คำแนะนำต่อผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทย

การพัฒนาผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่ม (Niche Product Development)

ก้าวข้ามโมเดล "ทะเล หาดทราย และแสงแดด" (sea, sand and sun) ไปสู่การพัฒนาตลาดเฉพาะกลุ่มที่มีมูลค่าสูงและผลกระทบต่ำ เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (wellness tourism), การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (eco-tourism) และ ตลาดนักท่องเที่ยวระดับหรู (Luxury Segment)

การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการแพทย์ (Wellness & Medical Tourism): ใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกด้านการดูแลสุขภาพ (เคยได้รับการจัดอันดับที่ 6 ของโลกในดัชนีความมั่นคงด้านสุขภาพโลกก่อนยุคโควิด) 22 ข้อเสนอเชิงรูปธรรมคือการสร้าง "ระเบียงเศรษฐกิจเวลเนส" (Wellness Corridor) ที่เชื่อมโยงโรงพยาบาลชั้นนำกับรีสอร์ทเพื่อสุขภาพ, พัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรม เช่น "Tourapy" (ทัวร์ที่นำโดยนักจิตวิทยา) และสร้างแพลตฟอร์มสำหรับเรียกใช้บริการนักนวดบำบัดที่ผ่านการรับรองตามความต้องการ 23

การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ผจญภัย และจิตวิญญาณ (Eco-Adventure & Spiritual Tourism): ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดโลกที่กำลังเติบโตในด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและการเดินทางเพื่อค้นหาความสงบภายใน 25 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพัฒนาและทำตลาดกิจกรรมที่มีผลกระทบต่ำ เช่น การเดินป่า, การดำน้ำ และโปรแกรมปฏิบัติธรรมในชุมชน โดยต้องมั่นใจว่ากิจกรรมเหล่านี้ได้รับการรับรองภายใต้มาตรฐานความยั่งยืนที่น่าเชื่อถือ

ตลาดนักท่องเที่ยวระดับหรู (Luxury Segment): การดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความมั่งคั่งสูงต้องการมากกว่าโรงแรม 5 ดาว มันต้องการประสบการณ์ที่ราบรื่น เป็นส่วนตัว และปลอดภัยสูงสุด ซึ่งหมายถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการบินส่วนตัว, บริการคอนเซียร์จระดับหรู และการรับประกันความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยขั้นสูงสุด ซึ่งทั้งหมดนี้เชื่อมโยงกลับไปสู่การแก้ไขปัญหาการรับรู้ด้านความปลอดภัยที่เป็นรากฐานสำคัญ ยุโรป,ปืนฉีดน้ำ,การประท้วง,Sustainability,overtourism

วิกฤติ Overtourism ในยุโรปใต้

วิกฤติ Overtourism ในยุโรปใต้ ส่งผลให้เกิดการประท้วงจากประชาชนในเมืองสำคัญ เช่น บาร์เซโลนา เวนิส มิลาน และลิสบอน เนื่องจากปัญหาค่าเช่าที่พุ่งสูง ชาวเมืองถูกผลักออกจากย่านอยู่อาศัย และวิถีชีวิตท้องถิ่นถูกทำลายจากการขยายตัวของธุรกิจที่เน้นนักท่องเที่ยว สำหรับประเทศไทย แม้จะยังไม่ประสบปัญหาขนาดเดียวกัน แต่เมืองท่องเที่ยวหลักและชุมชนท้องถิ่นก็เผชิญความท้าทายจากนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น เช่น ปัญหาค่าเช่าและค่าครองชีพสูงขึ้น ความแออัด และโครงสร้างพื้นฐานไม่เพียงพอ

อย่างไรก็ตาม วิกฤติในยุโรปยังเปิดโอกาสให้ไทยสามารถเป็นทางเลือกใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวโลก โดยเน้นการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน กระจายนักท่องเที่ยวสู่เมืองรอง และพัฒนาผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่ม เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ นิเวศ และหรูหรา เพื่อสร้างมูลค่าและลดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ผู้ประกอบการไทยควรเรียนรู้จากบทเรียนของยุโรป เพื่อเตรียมพร้อมรับมือและใช้โอกาสจากกระแสการท่องเที่ยวโลกอย่างเต็มที่และยั่งยืนในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แผนกระตุ้นการท่องเที่ยวและขยายมาตรการฟรีวีซ่าของรัฐบาลไทย

แผนกระตุ้นการท่องเที่ยวและขยายมาตรการฟรีวีซ่าของรัฐบาลไทย

รัฐบาลไทยได้ประกาศเดินหน้าแผนกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ โดยมีเป้าหมายในการใช้การท่องเที่ยวเป็นกลไกหลักเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศ ในมาตรการเร่งด่วนนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้มุ่งเน้นไปที่โครงการสำคัญอย่าง "ไทยเที่ยวไทย พลัส"

6 นาที
เชียงใหม่ คว้าอันดับ 2 เมืองที่ดีที่สุดในโลกปี 2025 แต่อาจยังไม่ดีพอ?

เชียงใหม่ คว้าอันดับ 2 เมืองที่ดีที่สุดในโลกปี 2025 แต่อาจยังไม่ดีพอ?

ถือว่าเป็นข่าวที่น่ายินดีสำหรับการท่องเที่ยวไทย เมืองเชียงใหม่ได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับ 2 ของเมืองที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2025 จากการจัดอันดับของนิตยสารท่องเที่ยวชื่อดังระดับสากลอย่าง Travel + Leisure โดยผลการสำรวจนี้ได้มาจากการโหวตของนักท่องเที่ยวเกือบ 180,000 คนทั่วโลก จากเกณฑ์ต่าง ๆ เช่น สถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรม อาหาร มิตรภาพ การช้อปปิ้ง และความคุ้มค่า

11 นาที
Tomorrowland เทศกาลดนตรีระดับโลก: ความเป็นมา ความยิ่งใหญ่ และโอกาสของธุรกิจท่องเที่ยวไทย

Tomorrowland เทศกาลดนตรีระดับโลก: ความเป็นมา ความยิ่งใหญ่ และโอกาสของธุรกิจท่องเที่ยวไทย

Tomorrowland คือเทศกาลดนตรีที่สร้างประสบการณ์สุดอลังการให้กับผู้ร่วมงานจากทั่วโลก ด้วยธีมและเวทีที่เปลี่ยนไปในทุกปี ดีเจระดับโลก และบรรยากาศแห่งความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสำเร็จของงานนี้ไม่เพียงแต่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศเจ้าภาพ แต่ยังสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล

11 นาที
FTA ไทย–EU เข้าสู่โค้งสำคัญ จับตาเงื่อนไขเปิดตลาด–มาตรฐานสีเขียว โอกาสและความท้าทายของผู้ประกอบการไทย

FTA ไทย–EU เข้าสู่โค้งสำคัญ จับตาเงื่อนไขเปิดตลาด–มาตรฐานสีเขียว โอกาสและความท้าทายของผู้ประกอบการไทย

การเจรจา FTA ไทย–EU เข้าสู่โค้งสำคัญในการหาข้อสรุปภายในปี 2569 ท่ามกลางความท้าทายเรื่องการเปิดตลาดสินค้าและบริการ เงื่อนไขทรัพย์สินทางปัญญา UPOV 1991 และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ผู้ประกอบการไทยจึงต้องเร่งประเมินโอกาส ตรวจสอบกฎถิ่นกำเนิดสินค้า และปรับตัวรับมือมาตรฐานสากล

12 นาที
ททท.ยืนยัน Tomorrowland มาไทยแน่นอน ปักหมุดจังหวัดชลบุรี ธันวาคม 2569

ททท.ยืนยัน Tomorrowland มาไทยแน่นอน ปักหมุดจังหวัดชลบุรี ธันวาคม 2569

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า เทศกาลดนตรี Tomorrowland จะมาจัดในประเทศไทยเป็นครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2569 โดยเลือกจังหวัดชลบุรีเป็นสถานที่จัดงาน

4 นาที
อนาคตท่องเที่ยวไทย: ทางรอดจากความเปราะบาง

อนาคตท่องเที่ยวไทย: ทางรอดจากความเปราะบาง

บทความนี้สำรวจสภาพปัจจุบันและความท้าทายของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย โดยระบุว่าแม้ไทยจะเป็นประเทศที่มีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติสูง แต่ก็กำลังเผชิญภาวะขาลงและความเปราะบางจากการพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวมากเกินไป ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ปัญหาหลักที่ลดศักยภาพการแข่งขันคือโครงสร้างพื้นฐาน การกระจายรายได้ ความปลอดภัย และการแข่งขันจากต่างประเทศ บทความเสนอแนวทางลดความเสี่ยงด้วยการเพิ่มมูลค่า ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ กระจายแหล่งท่องเที่ยว เชื่อมโยงกับภาคส่วนอื่น ส่งเสริมความยั่งยืน และพัฒนาเศรษฐกิจในมิติอื่นควบคู่กัน เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและความมั่นคงในระยะยาว

14 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง