ปรัชญาการปรับรากฐานธุรกิจสู่ความยั่งยืน ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลง

ปรัชญาการปรับรากฐานธุรกิจสู่ความยั่งยืน ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลง

สรุปประเด็น

  • สร้าง Shared Value แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย: เปลี่ยนมุมมองจากการสร้างผลกำไรระยะสั้น นำแนวคิด Sanpo Yoshi มาปรับใช้สร้างคุณค่าร่วมกับพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า และชุมชน เพื่อสร้างความไว้วางใจและภูมิคุ้มกันในภาวะวิกฤต

  • ขับเคลื่อน ESG ด้วยข้อมูลที่วัดผลได้: จัดระบบข้อมูลพลังงาน วัตถุดิบ และก๊าซเรือนกระจกอย่างโปร่งใส เพื่อเปลี่ยนรายงาน ESG ให้เป็นข้อมูลเชิงกลยุทธ์สำหรับการตัดสินใจและจัดสรรงบประมาณ

  • ฝังวัฒนธรรมความยั่งยืนในบุคลากร: พัฒนาค่านิยมและเปิดพื้นที่ให้พนักงานทุกระดับร่วมออกแบบการลดสูญเสีย พร้อมเชื่อมโยงเป้าหมายความยั่งยืนเข้ากับ KPI และการดำเนินงานจริง

  • สร้างภูมิคุ้มกันและความสมดุลในการเติบโต: ประยุกต์หลักพอประมาณ บริหารสภาพคล่อง กระจายความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทาน และจัดทำแผน BCP เพื่อให้องค์กรยืดหยุ่นและพร้อมรับมือความไม่แน่นอน

  • ขับเคลื่อน 4 ขั้นตอนปรับรากฐานองค์กร: เริ่มจากวิเคราะห์โมเดลธุรกิจ ปรับกระบวนการภายใน เชื่อมเข้ากับระบบบริหาร และขยายผลตลอดห่วงโซ่คุณค่าเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันระยะยาว

ในยุคที่โลกธุรกิจต้องรับมือกับทั้ง ความผันผวนทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม การรักษาเสถียรภาพและการเติบโตขององค์กรไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเพิ่มยอดขายหรือกำไรเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับตัวของ “รากฐานธุรกิจ” ให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงในระยะยาว

บทเรียนจากหลายวิกฤติสะท้อนว่า โมเดลธุรกิจที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ระยะสั้นโดยละเลยความเสี่ยงด้านการเงิน บุคลากร ห่วงโซ่อุปทาน และสิ่งแวดล้อม อาจเผชิญข้อจำกัดเมื่อบริบททางธุรกิจเปลี่ยนไป

ดังนั้น ความยั่งยืนจึงไม่ควรถูกมองเป็นเพียงกิจกรรมเพื่อสร้างภาพลักษณ์ แต่ควรเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และการตัดสินใจขององค์กร ตั้งแต่ระดับนโยบายไปจนถึงการดำเนินงานในแต่ละวัน

ธุรกิจที่ยั่งยืนไม่ได้หมายถึงธุรกิจที่ไม่มีความเสี่ยง แต่คือธุรกิจที่รู้ว่าความเสี่ยงอยู่ตรงไหน มีข้อมูลเพียงพอ และมีระบบรองรับเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง

สร้างเป้าหมายร่วมจากผู้ถือหุ้นสู่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

รากฐานแรกของธุรกิจที่ยั่งยืนคือการปรับมุมมองจากการสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นเพียงฝ่ายเดียว ไปสู่การสร้าง คุณค่าร่วม (Shared Value) ให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ

แนวคิดนี้สอดคล้องกับหลักการบริหารแบบญี่ปุ่นที่รู้จักกันในชื่อ Sanpo Yoshi หรือ “ดีต่อสามฝ่าย” ซึ่งให้ความสำคัญกับประโยชน์ของผู้ซื้อ ผู้ขาย และสังคมโดยรวม

ในบริบทของธุรกิจยุคใหม่ แนวคิดดังกล่าวสามารถนำมาปรับใช้ผ่านการสร้างความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพกับ พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ชุมชน และผู้ลงทุน เพราะความไว้วางใจและความร่วมมือจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเหล่านี้สามารถกลายเป็นต้นทุนทางสังคมที่มีคุณค่า โดยเฉพาะเมื่อองค์กรต้องเผชิญกับวิกฤติ

แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้นำองค์กร

  • ทำ Stakeholder Mapping เพื่อระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมประเมินผลกระทบและความคาดหวังของแต่ละกลุ่ม

  • กำหนดตัวชี้วัดที่ครอบคลุมทั้ง ผลประกอบการ ความผูกพันของพนักงาน ความพึงพอใจของลูกค้า ความสัมพันธ์กับคู่ค้า และผลกระทบต่อสังคม

  • สร้างช่องทางรับฟังความคิดเห็นอย่างสม่ำเสมอ และนำข้อมูลเหล่านั้นกลับมาใช้ปรับปรุงกลยุทธ์

ใช้ข้อมูลจริงเป็นฐานของการตัดสินใจด้านความยั่งยืน

ความยั่งยืนจะไม่สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยถ้อยแถลงหรือเป้าหมายเพียงอย่างเดียว หากองค์กรไม่มีข้อมูลที่สามารถวัดผลและตรวจสอบได้

โดยเฉพาะเมื่อประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล หรือ ESG มีบทบาทต่อการประเมินธุรกิจมากขึ้น ความถูกต้องและความโปร่งใสของข้อมูลจึงกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการสร้างความน่าเชื่อถือ

องค์กรควรรู้ว่าใช้พลังงานและทรัพยากรเท่าใด มีของเสียหรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการใด และกิจกรรมใดมีความเสี่ยงต่อชุมชนหรือแรงงาน เพราะข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้บริหารสามารถจัดลำดับความสำคัญและลงทุนในจุดที่สร้างผลลัพธ์ได้จริง

แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้นำองค์กร

  • จัดระบบเก็บข้อมูลด้าน พลังงาน น้ำ วัตถุดิบ ของเสีย และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ให้เป็นระบบเดียวกัน

  • ประเมินทั้งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม พร้อมรายงานข้อมูลตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างโปร่งใส

  • นำข้อมูลด้านความเสี่ยง ESG เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ การวางแผนกลยุทธ์และการจัดสรรงบประมาณ ไม่แยกออกจากการบริหารธุรกิจปกติ

เมื่อข้อมูลความยั่งยืนเชื่อมเข้ากับข้อมูลธุรกิจ ผู้บริหารจะสามารถเปลี่ยน ESG จาก “รายงานที่ต้องทำ” ให้กลายเป็น “ข้อมูลสำหรับตัดสินใจ”

เปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรให้ความยั่งยืนเกิดขึ้นจากภายใน

แม้องค์กรจะมีนโยบายและเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ชัดเจน แต่หากไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในองค์กรได้ ผลลัพธ์ก็อาจไม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แนวคิดการบริหารของ คาซึโอะ อินาโมริ (Kazuo Inamori) ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนและค่านิยมในการทำงาน โดยมองว่าการบริหารไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการสร้างผลประกอบการ แต่รวมถึงการพัฒนาคนให้ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนเองทำ

เมื่อนำมาปรับกับโจทย์ความยั่งยืน พนักงานจึงไม่ควรถูกมองเป็นเพียงผู้ปฏิบัติตามนโยบาย แต่ควรเป็น ผู้มีส่วนร่วมในการออกแบบการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่การลดการสูญเสียทรัพยากร การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการ ไปจนถึงการพัฒนาสินค้าและบริการใหม่

แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้นำองค์กร

  • สื่อสารเป้าหมายความยั่งยืนด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย และเชื่อมโยงให้เห็นว่าแต่ละตำแหน่งมีส่วนช่วยอย่างไร

  • เปิดพื้นที่ให้พนักงานเสนอแนวทาง ลดต้นทุน ลดของเสีย และเพิ่มประสิทธิภาพ จากประสบการณ์หน้างาน

  • เชื่อมเป้าหมายด้านความยั่งยืนเข้ากับ KPI ของผู้บริหารและหัวหน้างานตามความเหมาะสม

  • สร้างระบบยกย่องหรือให้รางวัลกับทีมที่สามารถเปลี่ยนแนวคิดด้านความยั่งยืนให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง

สร้างภูมิคุ้มกันด้วยความสมดุลและการบริหารความเสี่ยง

สำหรับธุรกิจไทย แนวคิดเรื่อง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกัน สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการบริหารความเสี่ยงได้ โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นทุนทางการเงิน ตลาด และห่วงโซ่อุปทานมีความไม่แน่นอนสูง

การเติบโตจึงไม่จำเป็นต้องหมายถึงการขยายตัวให้เร็วที่สุด แต่ควรเป็นการเติบโตที่สอดคล้องกับ ศักยภาพทางการเงิน ความสามารถในการบริหาร และระดับความเสี่ยงที่องค์กรรับได้

แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้นำองค์กร

  • รักษาสภาพคล่องให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และประเมินความสามารถในการรับภาระหนี้ก่อนลงทุนหรือขยายกิจการ

  • กระจายความเสี่ยงของรายได้และห่วงโซ่อุปทาน ไม่พึ่งพาลูกค้ารายใหญ่หรือผู้จัดหาวัตถุดิบรายใดรายหนึ่งมากเกินไป

  • จัดทำ Business Continuity Plan (BCP) สำหรับเหตุการณ์สำคัญ เช่น ภัยธรรมชาติ ระบบดิจิทัลหยุดชะงัก หรือการขาดแคลนวัตถุดิบ

  • ทบทวนแผนความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้องค์กรสามารถปรับตัวตามสถานการณ์จริงได้

4 ขั้นตอนปรับรากฐานองค์กรสู่ความยั่งยืน

การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการขนาดใหญ่เสมอไป แต่สามารถเริ่มจากการปรับระบบบริหารในจุดที่องค์กรควบคุมได้ โดยแบ่งเป็น 4 ขั้นตอนสำคัญ

1. ทบทวนโมเดลธุรกิจและผลกระทบ

วิเคราะห์ว่า ธุรกิจสร้างคุณค่าอะไร และสร้างผลกระทบอะไร ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สิ่งแวดล้อม และชุมชน พร้อมกำหนดเป้าหมายความยั่งยืนที่เชื่อมโยงกับความสามารถในการแข่งขัน

2. ปรับกระบวนการภายใน

เริ่มจากสิ่งที่วัดผลได้ เช่น การใช้พลังงาน การจัดการวัตถุดิบ การลดของเสีย การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการดูแลบุคลากร

3. เชื่อมความยั่งยืนเข้ากับระบบบริหาร

นำเป้าหมายด้านความยั่งยืนเข้าไปอยู่ใน KPI การลงทุน การจัดซื้อ การบริหารความเสี่ยง และการประเมินผลผู้บริหาร เพื่อให้เรื่องนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ไม่ใช่โครงการที่ทำแยกออกมา

4. ขยายผลไปยังห่วงโซ่คุณค่า

ทำงานร่วมกับ คู่ค้า ลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อยกระดับมาตรฐานทั้งระบบ เพราะผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมจำนวนมากไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะภายในองค์กร แต่เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่อุปทาน

จาก “ความยั่งยืน” สู่ความสามารถในการแข่งขัน

การปรับรากฐานธุรกิจสู่ความยั่งยืนจึงไม่ควรถูกมองเป็นเพียงต้นทุนหรือภาระเพิ่มเติม แต่เป็นการลงทุนเพื่อสร้าง ความยืดหยุ่น ความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

องค์กรที่มีข้อมูลที่ดี มีระบบบริหารความเสี่ยง มีบุคลากรที่เข้าใจเป้าหมาย และมีความสัมพันธ์ที่แข็งแรงกับคู่ค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ย่อมมีฐานที่พร้อมกว่าในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ท้ายที่สุด ความยั่งยืนไม่ใช่จุดหมายปลายทาง แต่เป็นวิธีคิดในการบริหารธุรกิจ ตั้งแต่การตัดสินใจลงทุน การบริหารคน การจัดการห่วงโซ่อุปทาน ไปจนถึงการสร้างสินค้าและบริการใหม่ หากองค์กรสามารถฝังแนวคิดนี้ไว้ในรากฐานของการดำเนินงานได้ ความยั่งยืนก็จะไม่ใช่เพียงภาพลักษณ์ แต่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของความสามารถในการเติบโตของธุรกิจอย่างแท้จริง

ข้อมูลอ้างอิง:

  • สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย. (2566, 15 มิถุนายน). “ข้อมูลความยั่งยืน” ต้องไม่ถูกลดทอนเป็นการฟอกเขียว. TDRI: Thailand Development Research Institute. https://tdri.or.th/2023/06/sustainability-report-disclosure-articles 
  • สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย. (2566, 26 ธันวาคม). เตรียมธุรกิจไทย…ให้พร้อมสู่ยุคคาร์บอนต่ำด้วยข้อมูลก๊าซเรือนกระจก. TDRI: Thailand Development Research Institute. https://tdri.or.th/2023/12/preparing-private-sector-for-low-carbon-economy 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

IDG 5G – Inner Growth Engine สู่การขับเคลื่อน TIPCO Vision 2030

IDG 5G – Inner Growth Engine สู่การขับเคลื่อน TIPCO Vision 2030

ถอดรหัสการขับเคลื่อนองค์กรด้วยแนวคิด Inner Development Goals (IDG) ผ่านกรอบ 5G Good to Grow ที่เชื่อมโยงการพัฒนาตนเอง วิธีคิด เป้าหมาย ความร่วมมือ และการลงมือทำจริง เปลี่ยนการเติบโตจากภายในให้เป็นเครื่องยนต์หลักในการพัฒนาบุคลากรและทีม เพื่อผลักดัน TIPCO Vision 2030 ให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน

7 นาที
ถอดวิธีคิดสร้างอาณาจักรหมื่นล้าน วัลลภา ไตรโสรัส กับแนวคิดการบริหารที่เน้นความสุขและความยั่งยืน

ถอดวิธีคิดสร้างอาณาจักรหมื่นล้าน วัลลภา ไตรโสรัส กับแนวคิดการบริหารที่เน้นความสุขและความยั่งยืน

วัลลภา ไตรโสรัส ซีอีโอแห่ง AWC ขับเคลื่อนอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้านด้วยแนวคิด Building a Better Future ผ่านกลยุทธ์ ESG การสร้างคุณค่าร่วม และวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความสุขของพนักงานและความยั่งยืนในระยะยาว

7 นาที
SCB เปิดหลักสูตร SCB IEP 20 ยกระดับ SME วางระบบเตรียมพร้อมเข้า IPO

SCB เปิดหลักสูตร SCB IEP 20 ยกระดับ SME วางระบบเตรียมพร้อมเข้า IPO

ธนาคารไทยพาณิชย์เปิดตัวหลักสูตร SCB IEP 20 ช่วย SME วางรากฐานองค์กรและเตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดทุน ผ่านการเรียนรู้ระบบบัญชี-การเงิน ธรรมนูญครอบครัว และการประยุกต์ใช้ ESG พร้อมทั้งมีบทบาทสำคัญในการบ่มเพาะธุรกิจ ลดความเสี่ยงในระบบนิเวศการลงทุน

4 นาที
SX Marketplace เปิดรับผู้ประกอบการสายความยั่งยืน ร่วมจัดแสดงสินค้าในงาน Sustainability Expo 2026 สมัครได้ถึง 30 ก.ย. นี้

SX Marketplace เปิดรับผู้ประกอบการสายความยั่งยืน ร่วมจัดแสดงสินค้าในงาน Sustainability Expo 2026 สมัครได้ถึง 30 ก.ย. นี้

SX Marketplace พื้นที่จำหน่ายและแสดงสินค้าภายในงาน Sustainability Expo 2026 (SX2026) เปิดรับสมัครผู้ประกอบการที่มีสินค้าและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 เท่านั้น ครอบคลุมสินค้าตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ชุมชน อาหารปลอดภัย สินค้าเกษตรยั่งยืน ไปจนถึงผลิตภัณฑ์รีไซเคิล งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-15 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)

3 นาที
กรณีศึกษาธุรกิจ: ETHIQUE ปฏิวัติวงการแชมพูโลก ด้วยแชมพูบาร์รักษ์สิ่งแวดล้อม

กรณีศึกษาธุรกิจ: ETHIQUE ปฏิวัติวงการแชมพูโลก ด้วยแชมพูบาร์รักษ์สิ่งแวดล้อม

ในยุคที่ปัญหาขยะพลาสติกและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมกลายเป็นเรื่องสำคัญทั่วโลก แบรนด์ Ethique จากนิวซีแลนด์ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงในวงการดูแลเส้นผม ด้วยการนำเสนอ “Solid Shampoo Bars” หรือแชมพูบาร์แข็งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งในด้านบรรจุภัณฑ์และส่วนผสม นี่คือหนึ่งในตัวอย่างของการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจทั้งโลกและผู้บริโภคอย่างแท้จริง

5 นาที
WHAUP ขยายการลงทุนธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน ชูระบบ Reclamation Water และ Direct PPA

WHAUP ขยายการลงทุนธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน ชูระบบ Reclamation Water และ Direct PPA

ถอดกลยุทธ์ WHAUP ทุ่มงบ 2,900 ล้านบาท ปักหมุดโครงสร้างพื้นฐานยุคเปลี่ยนผ่าน ชูไฮไลต์เทคโนโลยี Reclamation Water ตอบโจทย์ Water Positive ควบคู่เตรียมพร้อม Direct PPA รับกระแส Data Center และ New S-Curve ตอกย้ำบทบาทผู้ขับเคลื่อนพลังงานหมุนเวียนและมาตรฐาน ESG สู่ระดับสากล

8 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง