ผู้ว่าการ ธปท. ชี้ภัยการเงินดิจิทัลทวีความรุนแรง เร่งสร้างสมดุล “ความสะดวก-ความปลอดภัย”

ผู้ว่าการ ธปท. ชี้ภัยการเงินดิจิทัลทวีความรุนแรง เร่งสร้างสมดุล “ความสะดวก-ความปลอดภัย”

วันที่ 19 กันยายน 2568 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จัดสัมมนาวิชาการประจำปี 2568 ภายใต้หัวข้อ “เท่าทันภัยการเงิน: Towards Safer and More Inclusive Digital Finance” โดยมี ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวเปิดงาน เน้นย้ำความท้าทายจากการเติบโตของระบบการเงินดิจิทัลที่แม้จะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงทางการเงินที่รุนแรงขึ้น

ดร.เศรษฐพุฒิ ระบุว่า ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การเงินดิจิทัลได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะระบบการชำระเงินแบบรวดเร็ว (fast payment) เช่น “พร้อมเพย์” ที่ปัจจุบันมีผู้ใช้กว่า 70% ของประชากรไทย และมีการใช้งานมากกว่า 76 ล้านรายการต่อวัน คิดเป็นมูลค่าการโอนเฉลี่ยกว่า 144,000 ล้านบาทต่อวัน พัฒนาการดังกล่าวช่วยเปิดประตูสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสแก่ประชาชนและธุรกิจรายย่อย แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้ภัยการเงินแพร่กระจายรวดเร็วและซับซ้อนมากขึ้น

ข้อมูลตั้งแต่ปี 2565 พบว่ามีผู้เสียหายจากภัยการเงินกว่า 1 ล้านราย มูลค่าความเสียหายรวมเกือบ 98,000 ล้านบาท ธปท. จึงเร่งจับมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) เพื่อปรับกระบวนการกักเงินและปลดระงับบัญชีให้รวดเร็วขึ้น รวมทั้งปรับปรุงกลไกเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อผู้สุจริต

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวถึง “3 องค์ประกอบหลัก” ที่ต้องพัฒนาควบคู่เพื่อสร้างระบบการเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยและทั่วถึง ได้แก่

  1. เทคโนโลยี เพื่อสร้างนวัตกรรมและเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจจับ–ป้องกันภัยการเงิน

  2. การกำกับดูแล กำหนดมาตรฐานความปลอดภัยและอำนาจหน้าที่ให้ครอบคลุมทั้งระบบ

  3. ข้อมูล เพื่อเชื่อมโยง วิเคราะห์ และเปิดเผยให้ทุกภาคส่วนรวมถึงประชาชนใช้ตัดสินใจอย่างรอบคอบ

สำหรับภัยการเงินที่แพร่ระบาดในไทย ขณะนี้ส่วนใหญ่เกิดจากการหลอกลวงที่เหยื่อยินยอมโอนเงินเอง (Authorized Push Payment Fraud) ซึ่งขยายตัวรวดเร็วตามระบบ fast payment โดยมีทั้งปัญหา “ขนาด” (scale) ที่ทำให้กลโกงแพร่กระจายกว้างขวาง และ “ความเร็ว” (speed) ที่ทำให้เงินถูกโอนออกจากระบบภายในไม่กี่นาที ขณะที่ผู้เสียหายใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะรู้ตัว

มาตรการสำคัญที่ ธปท. กำลังดำเนินการ ได้แก่

  • การพัฒนาระบบตรวจจับธุรกรรมต้องสงสัยที่แม่นยำขึ้น โดยใช้ฐานข้อมูลกลางการทุจริต (Central Fraud Registry – CFR)

  • การผลักดันให้ผู้ให้บริการทางการเงินยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย เช่น Mobile Banking Security และการจัดการบัญชีม้าทั้งระบบ

  • การขยายการใช้ข้อมูล CFR ครอบคลุมทั้งธนาคาร นอนแบงก์ และศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมพัฒนาช่องทางแจ้งความออนไลน์ AOC 1441

ดร.เศรษฐพุฒิ ระบุว่า มาตรการเหล่านี้เริ่มเห็นผลชัดเจน เช่น กรณี “แอปดูดเงิน” ที่เคยมีมากกว่า 7,000 กรณีในปี 2566 ได้หมดไปตั้งแต่ต้นปี 2568 รวมถึงการจัดการบัญชีม้ากว่า 2.8 ล้านบัญชี ซึ่งช่วยลดมูลค่าความเสียหายจากการหลอกให้โอนเองลงได้กว่า 30% ภายในปีเดียว

ทั้งนี้ งานสัมมนาวิชาการ ธปท. ประจำปี 2568 ยังถือเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างภาครัฐ เอกชน นักวิชาการ และประชาชน โดยในช่วงบ่ายมีการจัด “Research Talk” เปิดโอกาสให้สาธารณชนและผู้กำหนดนโยบายได้เรียนรู้ร่วมกับนักวิจัยด้านเศรษฐกิจและการเงิน

ผู้ว่าการ ธปท. ทิ้งท้ายว่า การสร้างสมดุลระหว่าง “ความสะดวก” และ “ความปลอดภัย” จะเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดันระบบการเงินดิจิทัลไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและทั่วถึง พร้อมย้ำว่าทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อรับมือกับภัยการเงินที่พัฒนาไม่หยุดยั้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

4 แนวทางเสริมความปลอดภัยอีเมล ปกป้องธุรกิจ SME ไทยจากภัยไซเบอร์

4 แนวทางเสริมความปลอดภัยอีเมล ปกป้องธุรกิจ SME ไทยจากภัยไซเบอร์

SME ไทยตกเป็นเป้าหมายภัยไซเบอร์ทางอีเมลสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 164% บทความนี้ชี้ช่องโหว่สำคัญพร้อม 4 แนวทางเร่งด่วนเพื่อสร้างเกราะป้องกันธุรกิจให้มั่นคง

5 นาที
NITMX เผยพร้อมเพย์เดือน ก.ค. 2569 พุ่ง 2.51 พันล้านรายการ จีนครองแชมป์สแกนจ่าย QR ข้ามพรมแดน

NITMX เผยพร้อมเพย์เดือน ก.ค. 2569 พุ่ง 2.51 พันล้านรายการ จีนครองแชมป์สแกนจ่าย QR ข้ามพรมแดน

NITMX เผยยอดธุรกรรมพร้อมเพย์ประจำเดือนกรกฎาคม 2569 พุ่งแตะ 2.51 พันล้านรายการ มูลค่ารวม 4.39 ล้านล้านบาท เติบโตต่อเนื่องรับแรงหนุนจากบริการ Cross-Border QR Payment โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่ครองแชมป์ยอดใช้จ่ายสูงสุด สะท้อนความสำเร็จของระบบชำระเงินดิจิทัลที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทย

6 นาที
เท่าทันภัยการเงินดิจิทัล สู่ระบบการเงินที่ปลอดภัยและทั่วถึง

เท่าทันภัยการเงินดิจิทัล สู่ระบบการเงินที่ปลอดภัยและทั่วถึง

การสัมมนา BOT Symposium 2025 ได้สะท้อนภาพปัญหาภัยการเงินดิจิทัลที่ทวีความรุนแรงขึ้นในสังคมไทย พร้อมเสนอแนวทางการรับมือผ่านการใช้ข้อมูล เทคโนโลยี การกำกับดูแล และการสร้างแรงจูงใจให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกัน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและระบบการเงินที่ปลอดภัยและทั่วถึงสำหรับทุกคน

6 นาที
รายงานธปท.เผย SMEs ไทยยังติดหล่ม หนี้เสียพุ่ง-กระแสเงินสดไม่ฟื้น

รายงานธปท.เผย SMEs ไทยยังติดหล่ม หนี้เสียพุ่ง-กระแสเงินสดไม่ฟื้น

รายงานธปท.เผย SMEs ไทยยังติดหล่มโควิด หนี้เสีย SM พุ่ง 5.7% กระแสเงินสดไม่ฟื้น ธุรกิจใหญ่ ICR ลดลง เสี่ยงกระทบระบบการเงิน

4 นาที
ศึกเศรษฐกิจไทย: คำเตือนจากผู้ว่าแบงก์ชาติ เมื่อกระสุนมีจำกัด และภัยคุกคามรออยู่เบื้องหน้า

ศึกเศรษฐกิจไทย: คำเตือนจากผู้ว่าแบงก์ชาติ เมื่อกระสุนมีจำกัด และภัยคุกคามรออยู่เบื้องหน้า

ในขณะที่ประเทศเผชิญความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก ผู้ว่าแบงก์ชาติชี้ทางรอดต้อง "ยิงให้ถูกจุด" แทนการยิง "ปูพรม" ท่ามกลางสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรง

9 นาที
มาตรการใหม่ ธนาคารไทย 2568: ยกระดับความปลอดภัยทางการเงิน ป้องกันภัยไซเบอร์ที่ทุกคนต้องรู้

มาตรการใหม่ ธนาคารไทย 2568: ยกระดับความปลอดภัยทางการเงิน ป้องกันภัยไซเบอร์ที่ทุกคนต้องรู้

มาตรการใหม่ ธปท. 2568 ยกระดับความปลอดภัยทางการเงิน กำหนดให้ธนาคารรับผิดชอบเมื่อเกิดความเสียหาย พร้อมเพิ่มระบบยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า จำกัดการใช้ Mobile Banking 1 อุปกรณ์ต่อ 1 บัญชี และช่องทางแจ้งเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชม. เริ่มใช้พฤษภาคมนี้

6 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง