มาตรการใหม่ ธนาคารไทย 2568: ยกระดับความปลอดภัยทางการเงิน ป้องกันภัยไซเบอร์ที่ทุกคนต้องรู้

มาตรการใหม่ ธนาคารไทย 2568: ยกระดับความปลอดภัยทางการเงิน ป้องกันภัยไซเบอร์ที่ทุกคนต้องรู้

สรุปประเด็น

  • ธปท. กำหนดให้สถาบันการเงินร่วมรับผิดชอบ: ธนาคารและผู้ให้บริการต้องร่วมรับผิดชอบความเสียหาย หากละเลยมาตรฐานความปลอดภัยตาม พ.ร.ก. อาชญากรรมทางเทคโนโลยี

  • ยกระดับความปลอดภัย Mobile Banking: จำกัดการใช้งาน 1 บัญชีต่อ 1 อุปกรณ์ ห้ามแนบลิงก์เสี่ยงใน SMS/อีเมล และสแกนใบหน้าเมื่อโอนเงินตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป

  • ปราบปรามและจัดการบัญชีม้าเข้มงวด: แจ้งเตือนทุกธุรกรรมเงินออกฟรี พร้อมระงับการทำธุรกรรมและอายัดบัญชีม้าทุกระดับความเสี่ยง (ดำ/เทา) ตามข้อมูลของ ปปง. และ CFR

  • เพิ่มช่องทางรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 24 ชม.: สถาบันการเงินต้องจัดให้มีช่องทาง Hotline หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรับแจ้งเห

  • เอกสารแนบ : ธปท.กำหนดมาตรฐานของภาคธนาคารในการร่วมรับผิดชอบตาม พ.ร.ก. อาชญากรรมทางเทคโนโลยี

มาตรการใหม่ ธปท. 2568 ยกระดับความปลอดภัยทางการเงิน กำหนดให้ธนาคารรับผิดชอบเมื่อเกิดความเสียหาย พร้อมเพิ่มระบบยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า จำกัดการใช้ Mobile Banking 1 อุปกรณ์ต่อ 1 บัญชี และช่องทางแจ้งเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชม. เริ่มใช้พฤษภาคมนี้

เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2568 พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ 

นางรุ่ง มัลลิกะมาส รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. ได้สนับสนุนหลักการของพระราชกำหนดฯ และร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ประเด็นสำคัญของพระราชกำหนดนี้คือ การกำหนดให้สถาบันการเงิน ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงิน ผู้ให้บริการโทรคมนาคม ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องยกระดับการดูแลลูกค้า และมีส่วนร่วมรับผิดชอบในความเสียหายหากละเลยการปฏิบัติตามมาตรฐานที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนด

ธปท. จะออกประกาศกำหนดมาตรฐานสำหรับสถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินในต้นเดือนพฤษภาคม 2568 โดยมีมาตรฐานที่ต้องดำเนินการดังนี้:

1. การป้องกันการสวมรอยเปิดบัญชีและการสวมรอยใช้งาน Mobile Banking

สถาบันการเงินต้องดำเนินการดังนี้:

  • มีกระบวนการรู้จักลูกค้า (KYC) ที่เข้มข้น
  • ไม่แนบลิงก์ที่เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายผ่าน SMS และอีเมล
  • กำหนดให้ลูกค้าสามารถใช้บริการ Mobile Banking ของแต่ละสถาบันการเงินได้เพียง 1 ชื่อบัญชีผู้ใช้งาน และใช้ได้กับ 1 อุปกรณ์เคลื่อนที่เท่านั้น
  • จัดให้มีกระบวนการยืนยันตัวตนในการทำธุรกรรมที่มีความเสี่ยงผ่าน Mobile Banking โดยใช้เทคโนโลยีเปรียบเทียบใบหน้าและการตรวจจับการปลอมแปลงชีวมิติ สำหรับ:
    • การทำธุรกรรมโอนเงินที่มีมูลค่าตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป
    • การทำธุรกรรมโอนเงินมูลค่ารวมกันครบทุก 200,000 บาทใน 1 วัน
    • การปรับเพิ่มวงเงินการทำธุรกรรมโอนเงินต่อวัน
  • ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงแอปพลิเคชันของสถาบันการเงินทุกครั้งที่ผู้ใช้บริการเข้าใช้งาน และไม่อนุญาตให้ใช้งานแอปพลิเคชันที่ถูกเปลี่ยนแปลง
  • ไม่อนุญาตให้แอปพลิเคชันของสถาบันการเงินทำงานบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ในขณะที่มีแอปพลิเคชันอื่นที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น แอปพลิเคชันที่ควบคุมอุปกรณ์เคลื่อนที่จากระยะไกล หรือแอปพลิเคชันที่ปิดบังหรือขโมยข้อมูลบนหน้าจอ

2. การจำกัดความเสียหายและจัดการบัญชีม้า

สถาบันการเงินต้องดำเนินการดังนี้:

  • แจ้งเตือนการทำธุรกรรมทุกครั้ง เมื่อมีการโอนเงินออกจากบัญชี ผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่ง เช่น Mobile Banking, LINE, SMS, อีเมล โดยไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่าย
  • ระงับการทำธุรกรรมและนำส่งข้อมูลตามแนวทางที่ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) กำหนด
  • เมื่อได้รับรายชื่อบุคคลที่เป็นเจ้าของบัญชีม้าดำจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หรือรายชื่อบุคคลที่เป็นเจ้าของบัญชีม้าเทาเข้มหรือเทาอ่อนจากระบบ Central Fraud Registry (CFR) ให้ดำเนินการสอดคล้องกับระดับความเสี่ยง เช่น ระงับเงินเข้าและออกทุกบัญชีของบุคคลที่เป็นเจ้าของบัญชีม้า รวมทั้งปฏิเสธการเปิดบัญชีใหม่กับบุคคลที่เป็นเจ้าของบัญชีม้า

 

3. กระบวนการรับแจ้งเหตุภัยทุจริตดิจิทัลที่รวดเร็ว

สถาบันการเงินต้องจัดให้มีช่องทางติดต่อเร่งด่วน (hotline) ทางโทรศัพท์ หรือวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้เสียหายสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ของสถาบันการเงินได้ทั้งในและนอกเวลาทำการ

ถึงแม้พระราชกำหนดฯ จะระบุให้ผู้ให้บริการต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบหากไม่ทำตามมาตรฐานที่ผู้กำกับดูแลกำหนด ประชาชนยังควรใช้ความระมัดระวังในการใช้บริการทางการเงิน เช่น ไม่กดลิงก์ที่ไม่รู้จัก ระวังการรับสายแอบอ้าง และตรวจสอบการทำธุรกรรมให้รอบคอบ เพื่อไม่ให้ตกเป็นผู้เสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

การแก้ไขปัญหาภัยทุจริตทางการเงินอย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่จะต้องรับผิดชอบในส่วนของตนเอง เพื่อสร้างระบบการเงินที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

สรุปผู้บริหาร

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยกระดับมาตรการความปลอดภัยทางการเงินเพื่อปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยออกข้อกำหนดให้สถาบันการเงินและผู้ให้บริการการชำระเงินร่วมรับผิดชอบความเสียหายหากไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนด พร้อมบังคับใช้แนวทางสำคัญ เช่น การจำกัด Mobile Banking ให้ใช้ได้ 1 บัญชีต่อ 1 อุปกรณ์, ยกระดับการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าสำหรับการทำธุรกรรมวงเงินสูงหรือปรับเพิ่มวงเงิน, ห้ามแนบลิงก์เสี่ยงผ่าน SMS/อีเมล ตลอดจนการระงับและจัดการบัญชีม้าตามระดับความเสี่ยงอย่างเข้มงวด และจัดตั้งช่องทางติดต่อเร่งด่วน (Hotline) 24 ชั่วโมง เพื่อปฏิรูประบบการเงินให้มีความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนอย่างยั่งยืน


 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิเคราะห์แนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท ประจำสัปดาห์: เคลื่อนไหวในกรอบแคบที่ 32.39–32.51 บาทต่อดอลลาร์

วิเคราะห์แนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท ประจำสัปดาห์: เคลื่อนไหวในกรอบแคบที่ 32.39–32.51 บาทต่อดอลลาร์

เจาะลึกทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนบาท-ดอลลาร์ ปัจจัยกระทบธุรกิจ แนะนำแนวทางจัดการความเสี่ยงสำหรับผู้ประกอบการไทยยุคใหม่

4 นาที
วิทัย รัตนากร: ผู้ว่าแบงก์ชาติคนใหม่ที่มาพร้อมพันธกิจ แก้หนี้ ฟื้นเศรษฐกิจ

วิทัย รัตนากร: ผู้ว่าแบงก์ชาติคนใหม่ที่มาพร้อมพันธกิจ แก้หนี้ ฟื้นเศรษฐกิจ

วิทัย รัตนากร ขึ้นเป็นผู้ว่าการแบงก์ชาติคนใหม่ พร้อมภารกิจแก้หนี้ครัวเรือนและฟื้นเศรษฐกิจไทย ด้วยประสบการณ์จากธนาคารออมสินและแนวคิด “ธนาคารเพื่อสังคม” ที่เน้นผลกระทบเชิงบวกต่อประชาชน

10 นาที
บันทึกการเดินทาง 5 ปี ของ ธปท. การดำเนินนโยบายในยุคแห่งความท้าทาย

บันทึกการเดินทาง 5 ปี ของ ธปท. การดำเนินนโยบายในยุคแห่งความท้าทาย

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2563-2568) เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่อง หลายเรื่องไม่เคยปรากฏมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตโรคระบาด สงครามที่ส่งผลเป็นวงกว้าง ไปจนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่หยั่งรากลึกมานาน

13 นาที
ธปท. เปิด 5 ผลกระทบ 'สงครามภาษี' ต่อเศรษฐกิจไทย ที่ต้องเฝ้าระวัง

ธปท. เปิด 5 ผลกระทบ 'สงครามภาษี' ต่อเศรษฐกิจไทย ที่ต้องเฝ้าระวัง

เปิดผลวิเคราะห์จากธนาคารแห่งประเทศไทย มาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ส่งผลต่อการลงทุน การส่งออก และความผันผวนในตลาดเงิน เป็นปัจจัยบังคับให้ไทยต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งใหญ่

9 นาที
เปิดโปรไฟล์ 7 แคนดิเดต ชิงเก้าอี้ผู้ว่าธปท. กุมบังเหียนเศรษฐกิจไทย

เปิดโปรไฟล์ 7 แคนดิเดต ชิงเก้าอี้ผู้ว่าธปท. กุมบังเหียนเศรษฐกิจไทย

ใครจะเป็นผู้ว่าธปท.คนใหม่? วิเคราะห์ 7 แคนดิเดต ชาย 5-หญิง 2 จากภาครัฐ-เอกชน ที่จะกุมบังเหียนเศรษฐกิจไทย 5 ปีข้างหน้า การแข่งขันชิงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แทนนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ที่จะครบวาระในวันที่ 30 กันยายน 2568 เปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากมีผู้สมัครจำนวน 7 ราย ยื่นใบสมัครภายในกำหนดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม ถึง 4 มิถุนายน 2568

10 นาที
ศึกเศรษฐกิจไทย: คำเตือนจากผู้ว่าแบงก์ชาติ เมื่อกระสุนมีจำกัด และภัยคุกคามรออยู่เบื้องหน้า

ศึกเศรษฐกิจไทย: คำเตือนจากผู้ว่าแบงก์ชาติ เมื่อกระสุนมีจำกัด และภัยคุกคามรออยู่เบื้องหน้า

ในขณะที่ประเทศเผชิญความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก ผู้ว่าแบงก์ชาติชี้ทางรอดต้อง "ยิงให้ถูกจุด" แทนการยิง "ปูพรม" ท่ามกลางสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรง

9 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง