บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ เคาะจัดหมวดหมู่ 5 กลุ่มใช้ไฟฟ้า พร้อมกำหนด 2 อัตราค่าไฟ รองรับการลงทุน Data Center ในประเทศไทย

บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ เคาะจัดหมวดหมู่ 5 กลุ่มใช้ไฟฟ้า พร้อมกำหนด 2 อัตราค่าไฟ รองรับการลงทุน Data Center ในประเทศไทย

สรุปประเด็น

  • จัดทำเกณฑ์กำกับดูแลตามการใช้พลังงาน: บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์เตรียมกำหนดนิยามและขนาด Data Center โดยใช้ปริมาณพลังงานเป็นเกณฑ์ในการขออนุญาตและรายงานประจำปี

  • บริหารทรัพยากรไฟฟ้า-น้ำอย่างเป็นระบบ: ดึงกระทรวงดีอีรวบรวมข้อมูลโครงการ Data Center ทั่วประเทศเข้าสู่ Dashboard TH-DC เพื่อติดตามและประเมินผลกระทบเชิงพื้นที่

  • ผลักดัน Incentive มุ่งสู่ Green Energy: สร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการใช้พลังงานสะอาดและลดคาร์บอน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันดึงดูดการลงทุน AI และ Cloud ระดับโลก

  • สร้างความสมดุลการลงทุนและความยั่งยืน: มุ่งเป้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและทักษะบุคลากร ควบคู่กับการบริหารพลังงานเพื่อไม่ให้กระทบระบบสาธารณูปโภคของประเทศ

การขยายตัวของธุรกิจ Data Center กำลังทำให้โจทย์การลงทุนด้านดิจิทัลของประเทศไทยเชื่อมโยงเข้ากับการบริหารจัดการ ไฟฟ้า น้ำ พื้นที่ และสิ่งแวดล้อม มากขึ้น ล่าสุดคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ หรือ บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ เดินหน้าจัดทำหลักเกณฑ์การกำกับดูแล โดยใช้ปริมาณการใช้พลังงานเป็นหนึ่งในเกณฑ์สำคัญในการกำหนดประเภทและขนาดของศูนย์ข้อมูล

ทิศทางดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ไทยกำลังเร่งสร้างระบบนิเวศเพื่อรองรับการลงทุนด้าน Cloud, AI และ Digital Infrastructure ขณะที่ภาครัฐต้องสร้างสมดุลระหว่างการดึงดูดการลงทุนกับการบริหารทรัพยากรของประเทศให้มีประสิทธิภาพ

จากการดึงดูดลงทุน สู่การบริหารทรัพยากรอย่างเป็นระบบ

การประชุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 มีการรายงานสถานะข้อมูลของ Data Center ในประเทศ และเร่งรวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำข้อกำหนด มาตรฐานขั้นต่ำ และหลักเกณฑ์สำหรับการกำกับดูแล โดยมีการทำงานร่วมกันของคณะอนุกรรมการด้านโครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่ ผังเมือง อาคารและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงด้านสิ่งแวดล้อม

ข้อมูลของกระทรวงดีอีระบุว่า จากการรวบรวมข้อมูลเบื้องต้น มี Data Center ที่เปิดใช้งานแล้ว 26 แห่ง ขณะที่ยังมีโครงการในหลายสถานะ ทั้งอยู่ระหว่างก่อสร้าง ขอใช้ไฟฟ้า ก่อสร้างแล้วแต่ยังไม่เปิดใช้งาน และอยู่ระหว่างขออนุญาตจัดตั้ง

ภาครัฐมีแผนรวบรวมข้อมูลเหล่านี้เข้าสู่ Dashboard เพื่อแสดงสถานที่ตั้งและการใช้ทรัพยากร เช่น ไฟฟ้าและน้ำ ซึ่งจะช่วยให้การติดตามและวางแผนรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมทำได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น

การเติบโตของ Data Center ทำให้ “ไฟฟ้าและน้ำ” ไม่ใช่เพียงต้นทุนของผู้ประกอบการ แต่กลายเป็นโจทย์เชิงโครงสร้างที่ภาครัฐต้องบริหารควบคู่กับนโยบายส่งเสริมการลงทุน

ใช้ปริมาณพลังงานเป็นเกณฑ์กำกับ Data Center

ก่อนหน้านี้ บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ได้หารือเรื่อง นิยาม ประเภท และขนาดของ Data Center โดยพิจารณาใช้ปริมาณพลังงานเป็นเกณฑ์สำหรับกำกับดูแล ทั้งในด้านการขออนุญาต การลงทะเบียน การรายงานประจำปี และแผนบริหารจัดการระบบและทรัพยากร

แนวทางดังกล่าวมีนัยสำคัญต่อผู้ประกอบการ เพราะการใช้ไฟฟ้าจะไม่ได้ถูกพิจารณาเพียงในมิติของต้นทุน แต่เชื่อมโยงกับ ความเหมาะสมของพื้นที่ตั้ง ความพร้อมของโครงข่ายไฟฟ้า และการจัดสรรทรัพยากรของประเทศ

ขณะเดียวกัน การมีเกณฑ์จำแนกประเภทที่ชัดเจนจะช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถออกแบบมาตรการกำกับดูแลให้เหมาะสมกับขนาดและผลกระทบของ Data Center แต่ละประเภท แทนการใช้หลักเกณฑ์เดียวกับทุกโครงการ

วาง Incentive ดัน Green Energy และ Net Zero

อีกแกนสำคัญของนโยบายคือ การใช้พลังงานสะอาดและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยกระทรวงดีอีระบุว่าบอร์ดฯ ได้กำหนดแนวทางเบื้องต้นด้านการใช้พลังงาน ทั้งการสร้าง Incentive เพื่อผลักดัน Data Center ไปสู่ Net Zero และ Green Energy รวมถึงการใช้พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ประเด็นนี้มีความสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนของผู้ประกอบการ Data Center ระดับโลก เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการประมวลผล Cloud และ AI ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ต่างให้ความสำคัญกับการลดคาร์บอนและการบริหารจัดการพลังงานในห่วงโซ่ธุรกิจ

ดังนั้น พลังงานสะอาดจึงไม่ได้เป็นเพียงโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม แต่สามารถกลายเป็นองค์ประกอบหนึ่งของความสามารถในการแข่งขันของไทยในการดึงดูดการลงทุน Data Center

Dashboard TH-DC เพิ่มความโปร่งใสในการบริหารโครงการ

การพัฒนา Dashboard TH-DC เป็นอีกกลไกสำคัญที่ช่วยยกระดับการบริหารอุตสาหกรรม โดยระบบจะติดตามสถานะโครงการแบบเรียลไทม์ ตั้งแต่การยื่นขอ การอนุมัติ การอนุญาต ไปจนถึงการดำเนินงาน

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลสำหรับประเมินความเหมาะสมของพื้นที่ตั้งในหลายมิติ เพื่อใช้ประกอบการกลั่นกรองโครงการและประเมินผลกระทบต่อทรัพยากรและพื้นที่โดยรอบ

การมีฐานข้อมูลลักษณะนี้ช่วยให้การตัดสินใจเชิงนโยบายเปลี่ยนจากการพิจารณาโครงการเป็นรายกรณี ไปสู่การมองภาพรวมของ Digital Infrastructure ของประเทศ ทั้งในด้านตำแหน่งที่ตั้ง ความต้องการใช้ไฟฟ้า การใช้น้ำ และผลกระทบต่อพื้นที่

Dashboard TH-DC จะทำให้การส่งเสริม Data Center ขยับจาก “อนุมัติโครงการ” ไปสู่การบริหาร Portfolio ของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในระดับประเทศ

โจทย์ต่อไปคือ “ลงทุนอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

การกำหนดหลักเกณฑ์ด้านพลังงานและการจัดทำฐานข้อมูล Data Center จึงมีความหมายมากกว่าการกำกับธุรกิจเฉพาะประเภท แต่เป็นความพยายามสร้างสมดุลระหว่าง การดึงดูดเงินลงทุน การใช้ทรัพยากร และความยั่งยืน

สำหรับภาคเอกชน สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือรายละเอียดของ เกณฑ์การจัดประเภท Data Center หลักเกณฑ์ด้านการใช้พลังงาน Incentive สำหรับ Green Energy และเงื่อนไขการกำกับดูแล ซึ่งจะมีผลต่อทั้งต้นทุนการลงทุน การเลือกทำเล และการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานของโครงการในอนาคต

ขณะที่ในมุมของประเทศ เป้าหมายสำคัญไม่ได้อยู่เพียงการเพิ่มจำนวน Data Center แต่คือการทำให้การลงทุนเหล่านี้สามารถสร้าง Digital Infrastructure, ทักษะบุคลากร และระบบนิเวศเทคโนโลยี ควบคู่กับการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

การเป็น Data Center Hub ไม่ได้วัดเพียงเม็ดเงินลงทุนที่ไหลเข้าประเทศ แต่ต้องวัดความสามารถของไทยในการจัดการพลังงาน ทรัพยากร และโครงสร้างพื้นฐานให้รองรับการเติบโตของ AI และเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน

ในระยะถัดไป ความชัดเจนของกฎเกณฑ์จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนของผู้ประกอบการ ขณะเดียวกัน ภาครัฐต้องเดินหน้าสร้างระบบไฟฟ้าและทรัพยากรที่เพียงพอ เพื่อให้การขยายตัวของ Data Center สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่สร้างแรงกดดันต่อระบบสาธารณูปโภคและสิ่งแวดล้อมเกินความเหมาะสม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยปรับเกมกำกับดาต้าเซ็นเตอร์: เข้มขึ้นได้ โดยไม่ปิดประตูลงทุน

ไทยปรับเกมกำกับดาต้าเซ็นเตอร์: เข้มขึ้นได้ โดยไม่ปิดประตูลงทุน

ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูล เมื่อกระแสการลงทุนด้าน AI และ Cloud Computing หลั่งไหลเข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง จนรัฐบาลต้องเร่งวางกรอบกำกับดูแลให้รัดกุมยิ่งขึ้น ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวชัดเจนจากสำนักงาน กสทช. ที่เตรียมยกระดับใบอนุญาตของผู้ประกอบการศูนย์ข้อมูลจาก ประเภท 1 เป็นประเภท 3

8 นาที
แผนยุทธศาสตร์ BWG ปี 2569 สู่ New S-Curve และการสร้าง Ecosystem พลังงานสะอาด

แผนยุทธศาสตร์ BWG ปี 2569 สู่ New S-Curve และการสร้าง Ecosystem พลังงานสะอาด

BWG ประกาศแผนยุทธศาสตร์ปี 2569 มุ่งสร้าง New S-Curve ด้วยการขยายฐานลูกค้าภาครัฐและเอกชน พร้อมป้อนเชื้อเพลิงขยะ (SRF) สนับสนุน Ecosystem พลังงานสะอาด ซึ่งจะสร้างโอกาสให้ SMEs ที่เกี่ยวข้อง

5 นาที
Base44: เครื่องมือ "Vibe Coding" ที่ผู้บริหารควรเข้าใจก่อนนำมาใช้ในองค์กร

Base44: เครื่องมือ "Vibe Coding" ที่ผู้บริหารควรเข้าใจก่อนนำมาใช้ในองค์กร

Base44 แพลตฟอร์ม AI No-Code ที่ช่วยให้การสร้างเว็บและแอปพลิเคชันเป็นเรื่องง่ายเพียงใช้คำสั่งภาษาธรรมชาติ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำต้นแบบ MVP และเครื่องมือใช้งานภายในองค์กรได้อย่างรวดเร็ว แม้จะมีข้อจำกัดในระบบที่ซับซ้อน แต่ก็นับเป็นตัวช่วยสำคัญที่ผู้บริหารควรรู้จักในยุค Vibe Coding

7 นาที
Microsoft - NVIDIA ผนึกกำลังขับเคลื่อน AI พลิกโฉมอุตสาหกรรมโลก

Microsoft - NVIDIA ผนึกกำลังขับเคลื่อน AI พลิกโฉมอุตสาหกรรมโลก

ในงาน Microsoft Build 2025 สองผู้นำด้านเทคโนโลยี ได้แก่ สัตยา นาเดลลา ประธานและซีอีโอของ Microsoft และ Jensen Huang ซีอีโอของ NVIDIA ได้ขึ้นเวทีพูดคุยกัน โดยเนื้อหาการสนทนาเน้นที่การขยายความร่วมมือระหว่างสองบริษัทในการสร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ทันสมัยที่สุดในโลก

5 นาที
อบรมออนไลน์ : พลิกเกมธุรกิจส่งออกด้วย AI

อบรมออนไลน์ : พลิกเกมธุรกิจส่งออกด้วย AI

พลิกเกมธุรกิจส่งออกด้วย AI กับหลักสูตร AI for Export จาก สถาบัน NEA กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้ประกอบการวิเคราะห์ตลาด สร้างคอนเทนต์ วางกลยุทธ์การขาย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก เหมาะสำหรับ SMEs ผู้ส่งออก และนักธุรกิจที่ต้องการต่อยอดธุรกิจด้วย AI

3 นาที
โซลาร์รูฟท็อป 1.5 ล้านครัวเรือน เมื่อพลังงานแสงอาทิตย์กำลังเปลี่ยนโครงสร้างตลาดไทย

โซลาร์รูฟท็อป 1.5 ล้านครัวเรือน เมื่อพลังงานแสงอาทิตย์กำลังเปลี่ยนโครงสร้างตลาดไทย

ตลาดโซลาร์เซลล์ไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยน เมื่อยอดนำเข้า 7 เดือนแรกปี 2569 พุ่งเกือบ 15,000 ล้านบาท ขณะที่รัฐเตรียมผลักดัน Solar Rooftop ภาคประชาชน 1.5 ล้านครัวเรือน พร้อมยกระดับมาตรฐานทั้งระบบ

8 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง