ส.อ.ท. เชื่อมอุตสาหกรรมไทย–จีน ผ่านเมืองเจ้าชิ่ง เปิดโอกาส SME และ Supply Chain

ส.อ.ท. เชื่อมอุตสาหกรรมไทย–จีน ผ่านเมืองเจ้าชิ่ง เปิดโอกาส SME และ Supply Chain

สรุปประเด็น

  • ส.อ.ท. ผนึกกำลังเมืองเจ้าชิ่ง: ส.อ.ท. และ สถาบัน TCEII ต้อนรับคณะผู้แทนรัฐบาลเมืองเจ้าชิ่ง มณฑลกวางตุ้ง เพื่อขยายความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนระดับเมืองอุตสาหกรรม

  • ชู 5 ฐานอุตสาหกรรมเป้าหมาย: เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในกลุ่มเครื่องจักรและระบบอัตโนมัติ อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ วัสดุใหม่ และเฟอร์นิเจอร์ เพื่อต่อยอดเทคโนโลยีและการผลิต

  • โอกาสขยายเครือข่ายของ SME ไทย: เปิดช่องทางให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงข้อมูลคู่ค้า แหล่งวัตถุดิบ และเทคโนโลยีจากจีน พร้อมยกระดับสู่การเป็นพันธมิตรธุรกิจระยะยาว

  • ย้ำความพร้อมรอบด้าน: SME ไทยต้องพัฒนามาตรฐานการผลิต บริหารต้นทุน และประเมินความเสี่ยงเชิงพาณิชย์ เพื่อคว้าโอกาสและแข่งขันในห่วงโซ่อุปทานสากลได้อย่างยั่งยืน

การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศกำลังเป็นโจทย์สำคัญของภาคอุตสาหกรรม ท่ามกลางการปรับโครงสร้างการผลิตและการแข่งขันด้านเทคโนโลยี ล่าสุด สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือกับจีน โดยให้การต้อนรับคณะผู้แทนรัฐบาลเมืองเจ้าชิ่ง (Zhaoqing) มณฑลกวางตุ้ง จำนวน 27 คน เพื่อหารือแนวทางขยายความร่วมมือด้านอุตสาหกรรม การค้า และการลงทุนระหว่างสองประเทศ

การหารือครั้งนี้มีเป้าหมายเชื่อมโยงศักยภาพของผู้ประกอบการไทยกับฐานอุตสาหกรรมของเมืองเจ้าชิ่ง ซึ่งมีความโดดเด่นในด้านเครื่องจักรและระบบอัตโนมัติ อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ วัสดุใหม่ วัสดุก่อสร้าง และอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ โดยเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีโอกาสต่อยอดความร่วมมือทั้งด้านเทคโนโลยี การผลิต และการจัดหาวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนในห่วงโซ่อุปทาน

ประเด็นที่น่าสนใจคือ การสร้างความร่วมมือระดับเมืองอุตสาหกรรมอาจเป็นอีกช่องทางให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SME เข้าถึงเครือข่ายธุรกิจจีนได้ใกล้ชิดขึ้น และขยายโอกาสจากการซื้อขายสินค้าไปสู่การพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจในระยะยาว

เมืองเจ้าชิ่ง ฐานอุตสาหกรรมสำคัญของมณฑลกวางตุ้ง

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ส.อ.ท. โดยสถาบันเศรษฐกิจและการลงทุนไทย–จีน (TCEII) ให้การต้อนรับคณะผู้แทนรัฐบาลเมืองเจ้าชิ่ง นำโดย Liu Jingbo กรรมการประจำคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์เมืองเจ้าชิ่ง และรองนายกเทศมนตรีเมืองเจ้าชิ่ง พร้อมผู้แทนจากภาครัฐและผู้ประกอบการจีน รวม 27 คน

การหารือจัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและแนวทางส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมของไทยและจีน โดยมีผู้แทนจากกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องของ ส.อ.ท. เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

เมืองเจ้าชิ่งเป็นหนึ่งในเมืองอุตสาหกรรมของมณฑลกวางตุ้ง มีฐานการผลิตในหลายสาขา ได้แก่

  • เครื่องจักรและระบบอัตโนมัติ รองรับการพัฒนากระบวนการผลิตและการเพิ่มประสิทธิภาพโรงงาน

  • อิเล็กทรอนิกส์ เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและอุปกรณ์เทคโนโลยี

  • ชิ้นส่วนยานยนต์ มีโอกาสเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานยานยนต์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

  • วัสดุใหม่และวัสดุก่อสร้าง เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่สามารถต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการใช้งานในภาคการผลิต

  • เฟอร์นิเจอร์ เป็นอีกหนึ่งสาขาที่มีศักยภาพในการเชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้ประกอบการไทย

ความหลากหลายของฐานอุตสาหกรรมเหล่านี้ทำให้เมืองเจ้าชิ่งเป็นพันธมิตรที่มีโอกาสเชื่อมโยงกับกลุ่มอุตสาหกรรมของไทยได้หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี การจัดหาชิ้นส่วน หรือการพัฒนาความร่วมมือด้านการผลิต

จากการแนะนำธุรกิจ สู่โอกาสสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการ

นอกจากการหารือระดับหน่วยงานแล้ว ผู้ประกอบการจีนที่ร่วมเดินทางมากับคณะผู้แทนยังได้นำเสนอข้อมูลบริษัท ผลิตภัณฑ์ และศักยภาพทางธุรกิจ เพื่อให้ผู้แทนกลุ่มอุตสาหกรรมของ ส.อ.ท. ได้รับทราบและพิจารณาโอกาสในการเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินธุรกิจในสาขาที่เกี่ยวข้อง

รูปแบบการแลกเปลี่ยนเช่นนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเครือข่ายระหว่างภาคธุรกิจ เพราะช่วยให้ผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายมองเห็นศักยภาพของกันและกันได้ชัดเจนขึ้น ทั้งด้านสินค้า เทคโนโลยี และความต้องการทางธุรกิจ

สำหรับผู้ประกอบการไทย การเข้าถึงข้อมูลของบริษัทคู่ค้าโดยตรงอาจช่วยเปิดโอกาสในการพิจารณาความร่วมมือหลายรูปแบบ เช่น การเป็นผู้จัดส่งวัตถุดิบหรือชิ้นส่วน การจัดหาเครื่องจักร การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม การพบปะและแลกเปลี่ยนข้อมูลยังเป็นขั้นเริ่มต้น การสร้างความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรมจำเป็นต้องมีการจับคู่ธุรกิจ การตรวจสอบมาตรฐานสินค้า การเจรจาเงื่อนไขทางการค้า และการประเมินความเหมาะสมของคู่ค้าในแต่ละอุตสาหกรรม

การเชื่อมโยงอุตสาหกรรมไม่ได้จบลงที่การพบปะคู่ค้า แต่ต้องต่อยอดไปสู่การจับคู่ธุรกิจ การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี และการสร้างความร่วมมือในห่วงโซ่อุปทานที่ทั้งสองฝ่ายได้รับประโยชน์

TCEII กลไกเชื่อมโยงเครือข่ายเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทย–จีน

บทบาทของสถาบันเศรษฐกิจและการลงทุนไทย–จีน (TCEII) ภายใต้ ส.อ.ท. คือการทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ รวมถึงสนับสนุนการเชื่อมโยงผู้ประกอบการและการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านอุตสาหกรรม

การสร้างเครือข่ายระดับเมืองและหน่วยงานจึงมีความสำคัญ เพราะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงข้อมูลตลาดและพันธมิตรได้ตรงกับสาขาธุรกิจมากขึ้น แทนที่จะอาศัยการติดต่อทางการค้าทั่วไปเพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้ ความร่วมมือยังสามารถต่อยอดไปสู่กิจกรรมส่งเสริมการลงทุน การศึกษาดูงาน และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจเทคโนโลยี กระบวนการผลิต และแนวทางการดำเนินธุรกิจของอีกฝ่าย

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับบทบาทของ TCEII ในการเชื่อมโยงเครือข่ายเศรษฐกิจไทย–จีน และสนับสนุนการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย

โอกาสของ SME ไทย เมื่อห่วงโซ่อุปทานจีนเปิดกว้างขึ้น

สำหรับ SME ไทย ความร่วมมือกับเมืองอุตสาหกรรมของจีนอาจเป็นโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยี เครื่องจักร และเครือข่ายผู้ผลิตที่หลากหลายขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับชิ้นส่วนอุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์ วัสดุ และการผลิตสินค้าเฉพาะทาง

อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของบริษัทจีนจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมมากกว่าการนำเสนอสินค้าเพียงอย่างเดียว ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับประเด็นสำคัญ ได้แก่

  1. มาตรฐานและคุณภาพการผลิต สามารถรักษาคุณภาพสินค้าและส่งมอบได้ตามข้อกำหนดของคู่ค้า

  2. เทคโนโลยีและประสิทธิภาพการผลิต พัฒนากระบวนการผลิตให้มีต้นทุนและประสิทธิภาพที่แข่งขันได้

  3. ความเข้าใจตลาดและเงื่อนไขทางการค้า ศึกษาความต้องการของลูกค้า มาตรฐานสินค้า และข้อกำหนดในการจัดซื้อ

  4. ความพร้อมด้านการเงินและการบริหารความเสี่ยง ประเมินต้นทุน อัตราแลกเปลี่ยน เงื่อนไขการชำระเงิน และความเสี่ยงจากการพึ่งพาคู่ค้ารายใดรายหนึ่งมากเกินไป

การเตรียมความพร้อมเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถพิจารณาโอกาสทางธุรกิจได้อย่างรอบด้าน และเพิ่มความเป็นไปได้ในการพัฒนาความสัมพันธ์จากคู่ค้าทางการค้าไปสู่พันธมิตรในห่วงโซ่อุปทานระยะยาว

โอกาสของ SME ไทยไม่ได้อยู่เพียงการขายสินค้าให้ตลาดจีน แต่ยังรวมถึงการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการผลิต ผ่านการพัฒนามาตรฐาน เทคโนโลยี และความสามารถในการตอบโจทย์คู่ค้า

ความร่วมมือระดับเมือง จุดเริ่มต้นของการยกระดับอุตสาหกรรมไทย

การต้อนรับคณะผู้แทนรัฐบาลเมืองเจ้าชิ่งสะท้อนความพยายามของ ส.อ.ท. ในการขยายเครือข่ายความร่วมมือกับจีน โดยใช้จุดแข็งของแต่ละเมืองอุตสาหกรรมเป็นช่องทางเชื่อมโยงผู้ประกอบการและโอกาสทางธุรกิจ

สำหรับประเทศไทย การสร้างความร่วมมือในลักษณะนี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม เพราะการแข่งขันในปัจจุบันไม่ได้ขึ้นอยู่กับศักยภาพของผู้ผลิตรายใดรายหนึ่งเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการเชื่อมโยงเทคโนโลยี วัตถุดิบ ผู้ผลิต และตลาดเข้าด้วยกัน

โจทย์สำคัญหลังจากนี้จึงอยู่ที่การเปลี่ยนการหารือและการสร้างเครือข่ายให้เป็นกิจกรรมที่ต่อยอดได้จริง ทั้งการจับคู่ธุรกิจ การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี และการเชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของทั้งสองประเทศ

หากสามารถพัฒนาความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรมได้ ความสัมพันธ์ระดับเมืองอุตสาหกรรมก็อาจกลายเป็นอีกกลไกหนึ่งที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจไทยเข้าถึงตลาดและเทคโนโลยีใหม่ พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมในระยะยาว

ข้อมูลอ้างอิง:

  • สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) – ส.อ.ท. ต้อนรับคณะผู้แทนรัฐบาลเมืองเจ้าชิ่ง มณฑลกวางตุ้ง กระชับความร่วมมืออุตสาหกรรมไทย–จีน พร้อมขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุน, 3 พฤศจิกายน 2569 —  อ่านรายละเอียด

  • ส.อ.ท. – ส.อ.ท. ต้อนรับคณะผู้แทน CCCME จากจีน หารือความร่วมมือด้านเครื่องจักรและระบบอัตโนมัติ, 2 พฤศจิกายน 2569 —  อ่านรายละเอียด

  • ส.อ.ท. – ส.อ.ท. หารือสถานทูตจีน เชื่อม Supply Chain เปิดโอกาสธุรกิจไทย–จีน, 22 ตุลาคม 2569 —  อ่านรายละเอียด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สงครามการค้าเปลี่ยนโลก ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและแนวทางปรับตัว

สงครามการค้าเปลี่ยนโลก ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและแนวทางปรับตัว

การสัมมนา BOT Symposium 2025 ได้สะท้อนภาพผลกระทบของสงครามการค้าและนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนภูมิทัศน์การค้าระหว่างประเทศอย่างสิ้นเชิง พร้อมชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจไทย และเสนอแนวทางการปรับตัวเพื่อสร้างความแข็งแกร่งจากภายในและเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

6 นาที
สหรัฐฯ ครองตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย มูลค่ากว่า 2 ล้านล้านบาท จับตาจีน–ญี่ปุ่น–อาเซียน

สหรัฐฯ ครองตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย มูลค่ากว่า 2 ล้านล้านบาท จับตาจีน–ญี่ปุ่น–อาเซียน

สถิติ 8 เดือนแรกปี 2569 ชี้สหรัฐฯ ยังคงครองตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทยด้วยมูลค่ากว่า 2.07 ล้านล้านบาท เติบโต 37.73% ขณะที่จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และออสเตรเลียเติบโตโดดเด่น สะท้อนความสำคัญของตลาดหลักและการกระจายความเสี่ยงสู่ตลาดใหม่

4 นาที
คณะกรรมการ ก.ล.ต. เห็นชอบหลักการยกระดับการกำกับดูแลธุรกรรม Stablecoin ผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

คณะกรรมการ ก.ล.ต. เห็นชอบหลักการยกระดับการกำกับดูแลธุรกรรม Stablecoin ผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

บอร์ด ก.ล.ต. มีมติเห็นชอบในหลักการยกระดับการกำกับดูแลธุรกรรม Stablecoin โดยเฉพาะ USDT ผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ผนึกกำลัง ธปท. สกัดกั้นความเสี่ยงฟอกเงิน อาชญากรรมไซเบอร์ และการโอนเงินออกนอกระบบ พร้อมเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อวางเกณฑ์กำกับดูแลเชิงรุกต่อไป

8 นาที
ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ

ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ

คณะรัฐมนตรีอนุมัติร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งแม้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ก็เผชิญข้อจำกัดทางการคลังที่อาจส่งผลต่องบลงทุนภาครัฐที่ภาคธุรกิจต้องจับตา

5 นาที
ส่งออกสินค้าเกษตรไทย 9 เดือนแรกติดลบ 1.9% ขณะที่อิเล็กทรอนิกส์หนุนยอดส่งออกโต 24%

ส่งออกสินค้าเกษตรไทย 9 เดือนแรกติดลบ 1.9% ขณะที่อิเล็กทรอนิกส์หนุนยอดส่งออกโต 24%

การส่งออกเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย แต่ตัวเลขการค้าล่าสุดกำลังสะท้อนภาพที่แตกต่างกันระหว่างสินค้าแต่ละกลุ่มอย่างชัดเจน เมื่อความต้องการสินค้าเทคโนโลยีทั่วโลกช่วยผลักดันยอดส่งออกโดยรวมให้เติบโต ขณะที่สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการผลิตและการแข่งขันในตลาดโลก

10 นาที
ไทย–เนเธอร์แลนด์หนุน FTA ไทย–EU เร่งเปิดตลาดข้าว ไก่ และทูน่ากระป๋อง จับตาโอกาสส่งออกไทยปี 2569

ไทย–เนเธอร์แลนด์หนุน FTA ไทย–EU เร่งเปิดตลาดข้าว ไก่ และทูน่ากระป๋อง จับตาโอกาสส่งออกไทยปี 2569

ไทยเดินหน้าเจรจา FTA กับสหภาพยุโรป ตั้งเป้าสรุปผลภายในปี 2569 พร้อมขอแรงสนับสนุนจากเนเธอร์แลนด์ในการเปิดตลาดสินค้าเกษตรสำคัญ ควบคู่การดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ยานยนต์ไฟฟ้า และพลังงานสะอาด

9 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง