สงครามการค้าเปลี่ยนโลก ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและแนวทางปรับตัว

สงครามการค้าเปลี่ยนโลก ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและแนวทางปรับตัว

สงครามการค้าและนโยบายภาษีของสหรัฐฯ (Trump Tariff) ได้เปลี่ยนภูมิทัศน์การค้าโลกไปอย่างสิ้นเชิง นำมาซึ่งผลกระทบที่ซับซ้อนและโอกาสครั้งสำคัญ การเสวนาในงาน BOT Symposium 2025 ได้ฉายภาพผลกระทบของส่งครามการค้าและนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ต่อประเทศไทย ซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่พึ่งพิงการส่งออกสูงและเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลก พร้อมชี้แนวทางการปรับตัวเพื่อนำพาประเทศก้าวข้ามความไม่แน่นอนและเติบโตอย่างยั่งยืน

สงครามการค้ากระทบไทยหลายมิติ: ผลกระทบซับซ้อนกว่าที่เห็น

นโยบายภาษีของสหรัฐฯ กระทบเศรษฐกิจไทยในวงกว้างและซับซ้อนผ่านหลากหลายช่องทาง ดังนี้:

  • ผลกระทบโดยตรงต่อผู้ส่งออกไปสหรัฐฯ: การขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ส่งผลโดยตรงต่อราคาสินค้าและความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทยในตลาดสหรัฐฯ โดยผลกระทบต่อแต่ละกลุ่มสินค้าขึ้นกับอัตราภาษีที่ถูกจัดเก็บ และความอ่อนไหวของความต้องการซื้อสินค้าต่อราคาที่สูงขึ้น
  • ผลกระทบทางอ้อมผ่านห่วงโซ่อุปทานโลก (GVC): ไทยเป็นผู้ส่งออกวัตถุดิบและชิ้นส่วนสำคัญในห่วงโซ่อุปทานของหลายอุตสาหกรรม เมื่อประเทศคู่ค้าของไทย เช่น จีน เวียดนาม หรือเม็กซิโก ถูกสหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษี ทำให้การส่งออกสินค้าสำเร็จรูปไปยังสหรัฐฯ ลดลง ย่อมส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังความต้องการวัตถุดิบและชิ้นส่วนจากไทย
  • ความเสี่ยงด้านการสวมสิทธิ์ (Transshipment): สินค้าไทยที่มีสัดส่วนวัตถุดิบจากจีนและประเทศอื่น ๆ ในเอเชียสูง โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ มีความเสี่ยงที่จะถูกตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้า (Rules of Origin) อย่างเข้มงวด และอาจถูกเก็บภาษีในอัตราสูงหากไม่ผ่านเกณฑ์
  • การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น: เมื่อผู้ส่งออกทั่วโลกเผชิญข้อจำกัดในการเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ จึงหันไปกระจายสินค้าสู่ตลาดอื่นแทน ทำให้ผู้ส่งออกเผชิญกับการแข่งขันในตลาดโลกที่สูงขึ้น นอกจากนี้ จะเกิดภาวะสินค้าทะลัก (Import Flooding) เข้าไทย และทำให้การแข่งขันด้านราคารุนแรงขึ้น กระทบต่อผู้ผลิตในประเทศโดยตรงการย้ายฐานการผลิต (Supply Chain Reallocation): แม้จะเป็นโอกาสในการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) แต่ก็มาพร้อมความท้าทาย หากไทยไม่สามารถปรับตัวเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายหรือไม่สามารถสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานในประเทศได้ ก็อาจเสียโอกาสให้กับประเทศคู่แข่ง

หลักฐานเชิงประจักษ์: 4 ข้อเท็จจริงสะท้อนความเปราะบางของไทย

  • การส่งออกไทยพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ สูง: สินค้าส่งออกไทยหลายกลุ่ม มีสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกหลัก เช่น อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงเครื่องจักรและอุปกรณ์ ซึ่งแม้จะมีผู้ส่งออกรายใหญ่ที่มีศักยภาพ แต่ก็มีความแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละบริษัท ทำให้ภาพรวมยังคงมีความเสี่ยงสูง
  • ความเสี่ยงที่จะเสียส่วนแบ่งตลาดให้คู่แข่งที่มีความได้เปรียบทางภาษี: สินค้าบางประเภท เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ เกษตรแปรรูป เคมีภัณฑ์ มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดโดยประเทศที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ดีกว่าประเทศไทย โดยเฉพาะประเทศเม็กซิโกและแคนาดา ซึ่งได้เปรียบจากข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ
  • หลายอุตสาหกรรมเสี่ยงด้านการสวมสิทธิ์: อุตสาหกรรมที่พึ่งพาชิ้นส่วนนำเข้าสูง เช่น อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า มีความเสี่ยงด้านการสวมสิทธิ์สูง ซึ่งประเมินว่าอาจส่งผลกระทบราว 15% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดไปสหรัฐฯ
  • ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังมีความเปราะบางสูง: ผู้ส่งออกไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก ยังขาดการกระจายความเสี่ยง โดยพึ่งพาตลาดส่งออกเพียงไม่กี่แห่ง และมีอัตรากำไรขั้นต้น (Margin) ในระดับต่ำ ทำให้มีความสามารถในการปรับตัวและรับมือกับความผันผวนได้จำกัด

ทางรอดของไทย: กลยุทธ์ปรับตัวสู่การเติบโตที่ยั่งยืน

  1. กระจายความเสี่ยงและหาตลาดใหม่ ผ่านการเจรจา FTA เชิงรุก: ทางรอดสำคัญคือการลดการพึ่งพิงตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป โดยภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกันกระจายตลาดส่งออกไปยังภูมิภาคใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ เช่น ตะวันออกกลางสหภาพยุโรป และอินเดีย พร้อมเร่งผลักดันการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
  2. สร้างความแข็งแกร่งจากภายใน ด้วยการยกระดับ Local Content และดึงดูดการลงทุนคุณภาพ: การเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) เป็นหัวใจสำคัญในการลดความเสี่ยงด้านกฎถิ่นกำเนิดสินค้าและสร้างความเข้มแข็งให้ห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ ควบคู่ไปกับการออกมาตรการดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูงที่นำมาซึ่งการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรม
  3. ปรับโครงสร้างระยะยาว ผ่านการลงทุนใน R&D และพัฒนาเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่: ในระยะยาว ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างจริงจัง โดยมีความชัดเจนในนโยบายที่จะขับเคลื่อนอุตสาหรรมเป้าหมาย มุ่งส่งเสริมการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) และแรงงานเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการ พร้อมทั้งแสวงหา “เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่” เพื่อลดการพึ่งพาการส่งออกและสร้างการเติบโตที่สมดุลและยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

From Local to Global พลิกทุนท้องถิ่น ทะยานสู่เวทีโลก

From Local to Global พลิกทุนท้องถิ่น ทะยานสู่เวทีโลก

ขอเชิญร่วมงานสัมมนา “From Local to Global พลิกทุนท้องถิ่น ทะยานสู่เวทีโลก” ร่วมฟังแนวทางการเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการไทยด้วย Soft Power พร้อมรับฟังกรณีศึกษาจากผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ และเวทีเสวนาพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจไทยสู่ตลาดโลก ในวันอังคารที่ 4 ส.ค. 2569

3 นาที
ธปท. ชี้เศรษฐกิจไทยมีลุ้นโต 3% ภายใน 2–3 ปี จับตาแก้โจทย์เชิงโครงสร้าง ลงทุนอุตสาหกรรมใหม่

ธปท. ชี้เศรษฐกิจไทยมีลุ้นโต 3% ภายใน 2–3 ปี จับตาแก้โจทย์เชิงโครงสร้าง ลงทุนอุตสาหกรรมใหม่

ธปท. มองเศรษฐกิจไทยมีลุ้นกลับมาเติบโตใกล้ 3% ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า หากเร่งแก้โจทย์เชิงโครงสร้างและขับเคลื่อนการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ พร้อมส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% เพื่อประคองเศรษฐกิจท่ามกลางกำลังซื้อภายในที่ยังเปราะบาง

7 นาที
“พาณิชย์” เปิดเวทีเสวนาใหญ่ ถอดรหัสนโยบายภาษีทรัมป์ ชี้ทางรอดการค้าไทย พลิกวิกฤตสงครามการค้าเป็นโอกาสของสินค้าไทย

“พาณิชย์” เปิดเวทีเสวนาใหญ่ ถอดรหัสนโยบายภาษีทรัมป์ ชี้ทางรอดการค้าไทย พลิกวิกฤตสงครามการค้าเป็นโอกาสของสินค้าไทย

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ จัดกิจกรรมเสวนาครั้งสำคัญ ภายใต้หัวข้อ “ถอดรหัสนโยบายภาษีทรัมป์ : โอกาสสู่การค้ายุคใหม่”เปิดเวทีวิเคราะห์ ถอดรหัสนโยบายภาษีสหรัฐฯ และวางรากฐานให้ผู้ประกอบการไทย ก้าวสู่เวทีการค้าโลกได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน

3 นาที
'ทรัมป์'ส่งหนังสือเก็บภาษีนำเข้าไทยไทย 36% มีผล 1 ส.ค. - เปิดโอกาสการเจรจาเพิ่มเติม

'ทรัมป์'ส่งหนังสือเก็บภาษีนำเข้าไทยไทย 36% มีผล 1 ส.ค. - เปิดโอกาสการเจรจาเพิ่มเติม

​​​​​​​ประเทศไทยติดรายชื่อโดนภาษีสูง 36% เท่ากับกัมพูชา ในสงครามการค้ารอบใหม่ ขณะที่ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้โดนภาษี 25% ยังมีโอกาสเจรจาต่อ

4 นาที
เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ 'Perfect Storm' - ธปท.ยอมรับความไม่แน่นอนสูงสุด

เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ 'Perfect Storm' - ธปท.ยอมรับความไม่แน่นอนสูงสุด

เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ Perfect Storm ธปท.เผย กนง.มติ 6:1 คงดอกเบี้ย 1.75% ยอมรับความไม่แน่นอนสูงสุด GDP 2568 เพียง 2.3% ปี 69 ร่วงเหลือ 1.7% Trade War 2.0 กระทบส่งออก SMEs วิกฤต NPL พุ่ง 8.8% Policy Space จำกัด

6 นาที
สยามพิวรรธน์ผนึกกำลังจัดเวที Future-ready Economy 2026 รับประชุม IMF–World Bank ชูไทยสู่ฮับเศรษฐกิจและ MICE ระดับโลก

สยามพิวรรธน์ผนึกกำลังจัดเวที Future-ready Economy 2026 รับประชุม IMF–World Bank ชูไทยสู่ฮับเศรษฐกิจและ MICE ระดับโลก

สยามพิวรรธน์ ผนึก BRANDi เตรียมจัดงาน Future-ready Economy 2026 ขับเคลื่อนเวทีเสวตานานาชาติรับการประชุม IMF–World Bank Group 2026 ชูความพร้อมศูนย์การค้าแลนด์มาร์กในการยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจและ MICE ระดับโลกอย่างเต็มรูปแบบ

6 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง