สยามพิวรรธน์ผนึกกำลังจัดเวที Future-ready Economy 2026 รับประชุม IMF–World Bank ชูไทยสู่ฮับเศรษฐกิจและ MICE ระดับโลก

สยามพิวรรธน์ผนึกกำลังจัดเวที Future-ready Economy 2026 รับประชุม IMF–World Bank ชูไทยสู่ฮับเศรษฐกิจและ MICE ระดับโลก

สรุปประเด็น

  • พร้อมรับประชุมโลก: สยามพิวรรธน์เตรียมพื้นที่สยามพารากอนและไอคอนสยาม รองรับผู้เข้าร่วมประชุม IMF–World Bank Group 2026 ระหว่างวันที่ 12–18 ต.ค. นี้

  • เปิดเวทีอนาคต: ผนึก BRANDi จัดงาน “Future-ready Economy 2026” วันที่ 14 ต.ค. 69 ณ สยามพารากอน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจและการลงทุน

  • ยกระดับฮับ MICE: ต่อยอดศูนย์การค้าสู่แพลตฟอร์มเชื่อมโยงธุรกิจและความคิดสร้างสรรค์ หนุนศักยภาพไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจและ MICE ระดับโลก

  • ชู Soft Power ไทย: นำเสนออัตลักษณ์ไทยผ่านงานคราฟต์ วัฒนธรรม และอาหาร ผสานประสบการณ์เพื่อสร้างคุณค่าและกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการ

สยามพิวรรธน์เตรียมพื้นที่สยามพารากอนและไอคอนสยามรองรับผู้เข้าร่วมประชุมระดับนานาชาติ พร้อมจับมือ BRANDi จัดเวที Future-ready Economy 2026 วันที่ 14 ตุลาคมนี้ และนำเสนอ Soft Power ไทยผ่านงานคราฟต์และวัฒนธรรม

ประเทศไทยกำลังเป็นจุดสนใจของประชาคมเศรษฐกิจโลก เมื่อกรุงเทพฯ เป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีของสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group Annual Meetings 2026) ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 โดยมีผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก ทั้งผู้กำหนดนโยบาย ผู้บริหารสถาบันการเงิน นักธุรกิจ และนักลงทุน การประชุมครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอศักยภาพของไทยและสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในระดับนานาชาติ

กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาโครงการศูนย์การค้าและจุดหมายปลายทางระดับโลกของไทย ประกาศความพร้อมของพื้นที่สยามพารากอนและไอคอนสยาม เพื่อรองรับกิจกรรมและประสบการณ์สำหรับผู้เข้าร่วมประชุมและผู้มาเยือนจากต่างประเทศ พร้อมต่อยอดบทบาทของศูนย์การค้าจากแหล่งชอปปิงสู่พื้นที่เชื่อมโยงธุรกิจ ความคิดสร้างสรรค์ และวัฒนธรรมไทยเข้ากับเครือข่ายระดับโลก

รายงานพิเศษ : ไทยประกาศความพร้อมเจ้าภาพ ประชุมระดับโลก 2026 IMF-World Bank  Group Annual Meetings โชว์ความเป็นไทย มิตรภาพ และความอบอุ่น - สยามรัฐ

Future-ready Economy 2026 เปิดเวทีสนทนาเศรษฐกิจแห่งอนาคต

หนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือ “Future-ready Economy 2026: Designing Capital for the Future” ซึ่งมีกำหนดจัดวันที่ 14 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00–16.30 น. ณ NEXHALL สยามพารากอน โดยมี BRANDi และ Biost เป็นผู้จัดงาน และได้รับการระบุในรายชื่อกิจกรรม Affiliated Programs ของการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026

เวทีดังกล่าวมุ่งเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับเศรษฐกิจ การลงทุน และแนวทางจัดสรรเงินทุนเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยเชื่อมโยงประเด็นด้านการพัฒนาเศรษฐกิจกับบทบาทของเงินทุนในการขับเคลื่อนการเติบโต

การจัดกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับการประชุมระดับโลกยังเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนไทยสร้างเครือข่ายกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากต่างประเทศ และนำเสนอแนวคิดหรือศักยภาพทางธุรกิจของไทยในบริบทที่กว้างกว่าตลาดภายในประเทศ

เวทีเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับการประชุมระดับนานาชาติช่วยเปิดพื้นที่ให้ภาคธุรกิจไทยสื่อสารแนวคิดและสร้างเครือข่ายกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากทั่วโลก

ยกระดับศูนย์การค้าสู่แพลตฟอร์มเศรษฐกิจและ MICE

การเตรียมความพร้อมของสยามพิวรรธน์สะท้อนแนวทางการพัฒนาศูนย์การค้าให้เป็นมากกว่าพื้นที่ค้าปลีก โดยใช้ศักยภาพด้านทำเล พื้นที่จัดกิจกรรม ร้านค้า ร้านอาหาร และประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ เพื่อรองรับผู้มาเยือนที่มีความต้องการหลากหลาย

ในมุมธุรกิจ การเชื่อมโยงกิจกรรมระดับนานาชาติเข้ากับพื้นที่ศูนย์การค้าอาจสร้างโอกาสให้ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง การค้าปลีก และบริการสำหรับนักเดินทาง โดยเฉพาะกลุ่มผู้เข้าร่วมงานที่มีโอกาสใช้จ่ายนอกเหนือจากการเข้าร่วมประชุม

ขณะเดียวกัน การที่กรุงเทพฯ เป็นเจ้าภาพการประชุม IMF–World Bank ยังช่วยเพิ่มโอกาสให้ประเทศไทยนำเสนอความพร้อมด้านการจัดงานและบริการสำหรับผู้เดินทางเพื่อธุรกิจ ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งของอุตสาหกรรม MICE (Meetings, Incentives, Conventions and Exhibitions)

อย่างไรก็ตาม ผลทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นจริงยังขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้บริการ ระยะเวลาพำนัก การกระจายการใช้จ่าย และความสามารถของผู้ประกอบการในการเปลี่ยนโอกาสจากกิจกรรมระหว่างประเทศให้เป็นรายได้อย่างต่อเนื่อง

โลกจับตากรุงเทพฯ' ไทยพร้อมรับ 191 ประเทศ ประชุม IMF–World Bank 'เอกนิติ' ชู โอกาสร่วมกำหนดอนาคตเศรษฐกิจโลก - ThaiPublica

นำเสนอ Soft Power ไทยผ่านงานคราฟต์และวัฒนธรรม

นอกเหนือจากมิติธุรกิจและการลงทุน การนำเสนออัตลักษณ์ไทยเป็นอีกส่วนสำคัญของการต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมจากต่างประเทศ โดยไอคอนสยามเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่สามารถเชื่อมโยงประสบการณ์ด้านวัฒนธรรม งานฝีมือ และอาหารไทยเข้ากับกลุ่มผู้มาเยือน

แนวทางการนำเสนอ Soft Power ไทย ผ่านงานคราฟต์และงานหัตถกรรมช่วยเปิดพื้นที่ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่นในรูปแบบร่วมสมัย ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างโอกาสให้แบรนด์และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการเชิงวัฒนธรรมได้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่

สำหรับธุรกิจค้าปลีกและไลฟ์สไตล์ การผสานวัฒนธรรมเข้ากับประสบการณ์ของลูกค้าถือเป็นแนวทางหนึ่งในการสร้างความแตกต่างให้กับพื้นที่ และเพิ่มคุณค่าของการมาเยือนมากกว่าการซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียว

เปลี่ยนโอกาสจากเวทีโลกให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ

การประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 เป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะได้แสดงศักยภาพต่อผู้แทนจากนานาประเทศ ขณะที่บทบาทของภาคเอกชนอย่างสยามพิวรรธน์สะท้อนให้เห็นว่าศูนย์การค้าสามารถมีส่วนร่วมในการสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การสร้างเครือข่ายธุรกิจ และการนำเสนอวัฒนธรรมไทยได้พร้อมกัน

สำหรับภาคธุรกิจ สิ่งที่ควรติดตามหลังการประชุมคือโอกาสทางการค้าที่เกิดขึ้นใหม่ การเชื่อมโยงเครือข่ายนักลงทุนและผู้ประกอบการ ตลอดจนการต่อยอดประสบการณ์จากงานระดับโลกให้เป็นกิจกรรมที่สร้างมูลค่าได้ในระยะยาว

ความสำเร็จของการเป็นเจ้าภาพไม่ได้อยู่ที่การจัดงานให้เสร็จสิ้นเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การต่อยอดความสนใจจากนานาชาติให้กลายเป็นความร่วมมือทางธุรกิจ รายได้จากการท่องเที่ยว และโอกาสที่กระจายไปยังผู้ประกอบการไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดภูมิทัศน์ต่างชาติลงทุนไทยเทรนด์เปลี่ยน จากภาคผลิตสู่ภาคบริการ

เปิดภูมิทัศน์ต่างชาติลงทุนไทยเทรนด์เปลี่ยน จากภาคผลิตสู่ภาคบริการ

วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการลงทุนจากต่างชาติในไทย (2543-2567) เผยจีนและสิงคโปร์ขึ้นแท่นผู้ลงทุนหลัก แทนที่ญี่ปุ่น พร้อมเจาะลึกการเปลี่ยนผ่านจากการลงทุนในภาคการผลิตสู่ภาคบริการ

4 นาที
เศรษฐกิจไทยยุคภูมิใจไทย: ฟื้นตัวแบบประคองตัว ท่ามกลางโอกาสและโจทย์ท้าทาย

เศรษฐกิจไทยยุคภูมิใจไทย: ฟื้นตัวแบบประคองตัว ท่ามกลางโอกาสและโจทย์ท้าทาย

ภายใต้รัฐบาลภูมิใจไทย เศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวแบบประคองตัวบนฐานเสถียรภาพทางการเมืองที่ช่วยหนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนและการไหลกลับของ Fund Flow สู่ตลาดทุนไทย นโยบาย “10 Plus” และ “คนละครึ่ง พลัส” ผสานกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจสีเขียว ช่วยเปิดโอกาสเติบโตให้กลุ่มธนาคาร ค้าปลีก เกษตร ท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมใหม่ แม้ยังต้องจับตาวินัยการคลัง หนี้ครัวเรือน และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์

5 นาที
ศึกเศรษฐกิจไทย: คำเตือนจากผู้ว่าแบงก์ชาติ เมื่อกระสุนมีจำกัด และภัยคุกคามรออยู่เบื้องหน้า

ศึกเศรษฐกิจไทย: คำเตือนจากผู้ว่าแบงก์ชาติ เมื่อกระสุนมีจำกัด และภัยคุกคามรออยู่เบื้องหน้า

ในขณะที่ประเทศเผชิญความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก ผู้ว่าแบงก์ชาติชี้ทางรอดต้อง "ยิงให้ถูกจุด" แทนการยิง "ปูพรม" ท่ามกลางสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรง

9 นาที
สงครามการค้าเปลี่ยนโลก ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและแนวทางปรับตัว

สงครามการค้าเปลี่ยนโลก ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและแนวทางปรับตัว

การสัมมนา BOT Symposium 2025 ได้สะท้อนภาพผลกระทบของสงครามการค้าและนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนภูมิทัศน์การค้าระหว่างประเทศอย่างสิ้นเชิง พร้อมชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจไทย และเสนอแนวทางการปรับตัวเพื่อสร้างความแข็งแกร่งจากภายในและเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

6 นาที
ไทย–ยูเออี สรุปเจรจา CEPA การค้าครึ่งปีแรกพุ่งกว่า 75%

ไทย–ยูเออี สรุปเจรจา CEPA การค้าครึ่งปีแรกพุ่งกว่า 75%

ไทยและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สรุปการเจรจาความตกลง CEPA สำเร็จ หลังมูลค่าการค้านอกภาคน้ำมันครึ่งแรกปี 2569 พุ่งสูงกว่า 75% แตะ 10.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมเตรียมเดินหน้ากระบวนการทางกฎหมายเพื่อลงนามและผลักดันความร่วมมือใน 6 สาขายุทธศาสตร์สำคัญ

5 นาที
ภารกิจหนักหนา: โจทย์เศรษฐกิจที่รัฐบาลอนุทิน-เอกนิติ ต้องเผชิญ

ภารกิจหนักหนา: โจทย์เศรษฐกิจที่รัฐบาลอนุทิน-เอกนิติ ต้องเผชิญ

รัฐบาลไทยเผชิญโจทย์เศรษฐกิจหนัก จากเศรษฐกิจ"โตช้า แข่งขันไม่ได้ เหลื่อมล้ำ" GDP หดเหลือ 1.8-2.2% ภาษีสหรัฐฯกระทบ 3 ล้านคน หนี้ครัวเรือน 540,000 บาท/คน SMEs ล้มละลาย

6 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง