
กระทรวงพาณิชย์ สั่งการกรมการค้าภายในตั้ง War Room กระจายสินค้าจำเป็น พร้อมขอชะลอส่งออกไข่ไก่คุมเสถียรภาพราคาหลังกระทบน้ำท่วม
สรุปประเด็น
-
พณ. ตั้ง War Room บริหารจัดการสินค้า: สั่งการกรมการค้าภายในจัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์และประสานการกระจายสินค้าจำเป็นในพื้นที่ประสบอุทกภัย
-
ชะลอส่งออกไข่ไก่รักษาเสถียรภาพ: ขอความร่วมมือผู้ส่งออกปรับลดหรือเลื่อนส่งออกไข่ไก่ 30–50% เพื่อเพิ่ม Supply และการกระจายสินค้าภายในประเทศ
-
มุ่งเน้นความยืดหยุ่นของ Food Supply Chain: แก้ปัญหาจุดคอขวดตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อช่วยให้ธุรกิจร้านอาหารและ SME มีวัตถุดิบดำเนินการต่อเนื่อง
-
ยกระดับการบริหารความเสี่ยงภาคธุรกิจ: ชี้ให้เห็นความสำคัญของการมีระบบข้อมูลสต็อกเรียลไทม์ และเส้นทางขนส่งสำรองเพื่อรับมือ Supply Chain Disruption
สถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของประเทศไม่ได้กระทบเพียงการดำรงชีวิตของประชาชน แต่ยังส่งผลต่อ ห่วงโซ่อุปทานสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นที่ต้องอาศัยระบบขนส่งและกระจายสินค้าอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด กระทรวงพาณิชย์ จึงเร่งยกระดับการบริหารจัดการสินค้าในภาวะฉุกเฉิน พร้อมสั่งการให้ กรมการค้าภายใน จัดตั้ง War Room เพื่อติดตามสถานการณ์และประสานการกระจายสินค้าในพื้นที่ประสบภัย
War Room กับภารกิจบริหาร Supply Chain ในภาวะน้ำท่วม
ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์กระจายสินค้าของ CP All เพื่อประเมินความพร้อมด้านสต็อกและระบบกระจายสินค้า ก่อนสั่งการให้กรมการค้าภายในจัดตั้ง War Room เพื่อทำหน้าที่ติดตามสถานการณ์สินค้าและประสานงานกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด
แนวทางดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนจากการแก้ปัญหาเมื่อเกิดภาวะขาดแคลน ไปสู่การ บริหารความเสี่ยงเชิงรุก โดยอาศัยข้อมูลจากผู้ผลิต ผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก และเครือข่ายกระจายสินค้า เพื่อประเมินทั้งปริมาณสต็อก เส้นทางขนส่ง และข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
ในภาวะวิกฤต สินค้ามีเพียงพออาจไม่เพียงพอ หากไม่สามารถส่งต่อไปถึงพื้นที่ที่มีความต้องการได้ทันเวลา
ดังนั้น War Room จึงมีความสำคัญในฐานะกลไกเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างภาครัฐกับภาคธุรกิจ เพื่อให้สามารถมองเห็น จุดคอขวดของ Supply Chain และประสานการแก้ไขได้รวดเร็วขึ้น
ชะลอส่งออกไข่ไก่ เพิ่ม Supply ในตลาดภายในประเทศ
หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ กรมการค้าภายในขอความร่วมมือผู้ส่งออกไข่ไก่ปรับลดปริมาณการส่งออกลง 30–50% หรือเลื่อนกำหนดการส่งออกออกไป 2–3 สัปดาห์ พร้อมขอให้ผู้ส่งออกจัดส่งแผนการส่งออกในช่วงเดือนตุลาคม เพื่อให้ภาครัฐสามารถติดตามสถานการณ์ด้านปริมาณและการกระจายสินค้าได้อย่างใกล้ชิด
มาตรการดังกล่าวเป็นการบริหาร Supply ฝั่งตลาดภายในประเทศ ในช่วงที่ระบบขนส่งและการกระจายสินค้าได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยปริมาณไข่ไก่ที่เดิมมีแผนส่งออกสามารถถูกบริหารให้มีสัดส่วนเข้าสู่ตลาดในประเทศมากขึ้น หากสถานการณ์ความต้องการภายในประเทศเพิ่มขึ้น
สำหรับผู้ประกอบการส่งออก ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การ บริหารคำสั่งซื้อ สต็อก แผนการจัดส่ง และกระแสเงินสด ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และแนวทางที่ภาครัฐขอความร่วมมือ
จากไข่ไก่สู่โจทย์ Food Supply Chain
แม้ไข่ไก่จะเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม แต่มาตรการครั้งนี้สะท้อนโจทย์ที่ใหญ่กว่านั้น คือ ความยืดหยุ่นของระบบอาหารไทยในภาวะวิกฤต
เมื่อเกิดน้ำท่วม ปัญหาไม่ได้จำกัดอยู่ที่ปริมาณผลผลิต แต่ครอบคลุมตั้งแต่ การขนส่ง แหล่งกระจายสินค้า คลังสินค้า ร้านค้าปลีก ไปจนถึงการเข้าถึงของผู้บริโภคในพื้นที่ประสบภัย
โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหาร ร้านค้าปลีกรายย่อย และผู้ประกอบการ SME การมีวัตถุดิบจำเป็นเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่องถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการรักษาความต่อเนื่องของธุรกิจ ขณะที่ผู้ประกอบการต้นน้ำและผู้ส่งออกจำเป็นต้องปรับแผนบริหารสินค้าตามสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
วิกฤตสินค้าอาหารไม่ได้วัดกันเพียงว่า “มีของหรือไม่” แต่ต้องดูว่า “ของอยู่ที่ไหน และส่งไปถึงผู้บริโภคได้หรือไม่”
บทเรียนสำหรับการบริหารความเสี่ยงของภาคธุรกิจ
สำหรับภาคเอกชน เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอีกกรณีศึกษาของการบริหาร Business Continuity และ Supply Chain Resilience เพราะภัยธรรมชาติสามารถกระทบธุรกิจได้พร้อมกันหลายจุด ตั้งแต่การผลิต การขนส่ง การจัดเก็บ ไปจนถึงยอดขายปลายทาง
ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องมีทั้ง ข้อมูลสต็อกแบบใกล้เคียงเรียลไทม์ การกระจายแหล่งจัดซื้อ เส้นทางขนส่งสำรอง และแผนบริหารกระแสเงินสด เพื่อรองรับกรณีที่การดำเนินงานไม่เป็นไปตามแผน
ขณะเดียวกัน การมีช่องทางสื่อสารโดยตรงระหว่างภาครัฐกับผู้ประกอบการจะช่วยให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านสินค้าและโลจิสติกส์เกิดขึ้นได้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการบริหารวิกฤตในระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพา Supply Chain เชื่อมโยงกันมากขึ้น
War Room กับการยกระดับการบริหารวิกฤตสินค้า
การจัดตั้ง War Room ของกรมการค้าภายในจึงมีความหมายมากกว่าการรับมือสถานการณ์น้ำท่วมเฉพาะหน้า แต่สะท้อนแนวทางการบริหาร สินค้าจำเป็นบนฐานข้อมูลและการประสานงานแบบบูรณาการ
หากกลไกดังกล่าวสามารถเชื่อมข้อมูลตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะช่วยให้ภาครัฐมองเห็นความเสี่ยงด้าน ปริมาณสินค้า ราคา และโลจิสติกส์ ได้เร็วขึ้น และสามารถเลือกใช้มาตรการให้เหมาะสมกับสถานการณ์
สำหรับภาคธุรกิจ นี่คืออีกสัญญาณว่า ความสามารถในการรับมือ Supply Chain Disruption กำลังกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะในธุรกิจอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคที่ต้องรักษาความต่อเนื่องของการจัดหาและการกระจายสินค้า แม้ในช่วงที่เศรษฐกิจเผชิญเหตุการณ์ไม่คาดคิด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

DBD จับคู่ธุรกิจสีเขียว 239 คู่ คาดสร้างมูลค่า 64.99 ล้านบาท
DBD ปลุกกระแสกรีน! เปิดเวที 'Smart Sustainable Business Matching' ยกทัพผู้ประกอบการรักษ์โลก 77 ราย ชนยักษ์ใหญ่ค้าปลีก 18 องค์กร จับคู่เจรจา 239 คู่ สร้างมูลค่าซื้อขายทันที 9.7 ล้าน คาดทะลุ 64.99 ล้านบาทใน 1 ปี

FTA ไทย–EU เดินหน้าเจรจารอบ 10 เร่งเคลียร์เปิดตลาด–สินค้าอ่อนไหว ตั้งเป้าสรุปดีลภายในปี 2569
พาณิชย์เผย FTA ไทย-EU คืบหน้าแล้วเกือบ 2 ใน 3 หลังจบรอบ 9 เร่งเครื่องเคลียร์ประเด็นท้าทายทั้งการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและสินค้าอ่อนไหว ส.อ.ท.หนุนเร่งปิดดีลภายในปี 2569 เพื่อขยายโอกาสส่งออก ดึงดูดการลงทุน และเตรียมพร้อมสู่สมาชิก OECD

ส่งออกไทยอ่วม พาณิชย์เผย ทรัมป์เก็บภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐฯหลายเด้ง
ปลัดกระทรวงพาณิชย์เผยไทยถูกเก็บภาษีนำเข้าสหรัฐฯ 36% เพิ่มจากอัตราภาษีที่เรียกเก็บอยู่แล้ว รวมทั้งอากร ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายอื่นๆ หลังทรัมป์ลงนามคำสั่งบริหาร เริ่ม 9 เม.ย. 2568 พร้อมเตรียมมาตรการเยียวยา เจรจาลดผลกระทบ ขยายตลาดส่งออกใหม่ทดแทน

ทีทีบีเดินหน้าสินเชื่อคนผ่อนดีและสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ พร้อมแนวทางปลดล็อก SME
ttb เดินหน้าด้วยกลยุทธ์สินเชื่อที่ส่งเสริมวินัยทางการเงินและตอบสนองความต้องการสภาพคล่อง ทั้งยังหนุน SMEs ปรับแนวคิดเพื่อเติบโตอย่างยั่งยืน

DITP เปิดศูนย์ให้คำปรึกษา ผู้ส่งออกรับมือภาษีสหรัฐฯ
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดศูนย์ One Stop Service วันที่ 7 ส.ค. 2568 เพื่อช่วยผู้ประกอบการไทยรับมือภาษีนำเข้าสหรัฐฯ 19% พร้อมปรับแผนสนับสนุน SMEs และเร่งมาตรการส่งออกใหม่ทั่วโลก

เปิดความเสี่ยงไทย จากมาตรการภาษีต่างตอบแทนของทรัมป์
ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมประกาศมาตรการภาษีศุลกากรต่างตอบแทนกับประเทศคู่ค้าเกือบทั้งหมดของสหรัฐฯ ในวันพรุ่งนี้ (2 เมษายน) รายงานของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้เผยให้เห็นประเด็นปัญหาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ที่อาจถูกหยิบยกมาเป็นเหตุผลในการกำหนดมาตรการภาษีใหม่
