
รัฐบาลเปิดเวทีรับฟังข้อเสนอภาคเอกชนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
สรุปประเด็น
รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีได้เปิดเวที "ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง" กลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อรับฟังข้อเสนอและปัญหาจากผู้บริหารภาคเอกชน 10 กลุ่มธุรกิจโดยตรง ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการใช้แนวทาง Bottom-up เพื่อกำหนดนโยบายเศรษฐกิจให้ "ตรงจุด" นายกฯ ได้เน้นย้ำว่าจะนำข้อเสนอทั้งหมดเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เพื่อมอบหมายหน่วยงานรับผิดชอบและขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงการรับฟังในห้องประชุม ความเคลื่อนไหวนี้คาดว่าจะส่งผลดีต่อ SMEs และผู้ประกอบการรายย่อย โดยตรง เนื่องจากเป้าหมายคือการ ปลดล็อกอุปสรรค ขยายการลงทุน สร้างงานสร้างรายได้ ซึ่งจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อต่อการเติบโต และแก้ไขข้อจำกัดด้านกฎระเบียบและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ SMEs มักเผชิญ
รัฐบาลไทยได้เดินหน้าสร้างบรรยากาศแห่งความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ด้วยการจัดเวทีหารือครั้งสำคัญในชื่อ "ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง" เมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนได้สะท้อนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะโดยตรงต่อภาครัฐ มุ่งหวังที่จะนำไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ในงานนี้มีผู้บริหารระดับสูงจากภาคเอกชนชั้นนำเข้าร่วมกว่า 10 กลุ่มธุรกิจ ซึ่งรวมถึงเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) ด้วย แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการรวบรวมมุมมองที่หลากหลายจากภาคส่วนต่าง ๆ
สิ่งที่สร้างความมั่นใจให้กับภาคธุรกิจคือ การที่นายกรัฐมนตรีได้ให้ดำริอย่างชัดเจนว่า ข้อเสนอแนะทั้งหมดจากเวทีนี้จะไม่ใช่แค่การรับฟัง แต่จะถูกนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อมอบหมายให้แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบและขับเคลื่อนให้เกิดการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมจริงจัง เป้าหมายสำคัญที่รัฐบาลตั้งไว้คือการ "ปลดล็อกอุปสรรค" "ขยายการลงทุน" และ "สร้างงานสร้างรายได้" เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและกระจายประโยชน์ไปสู่ประชาชนทุกระดับอย่างทั่วถึง
สำหรับ ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และผู้ประกอบการรายย่อย การริเริ่มของรัฐบาลครั้งนี้ถือเป็นข่าวดีอย่างยิ่ง เพราะการ "ปลดล็อกอุปสรรค" โดยตรงหมายถึงการทบทวนและปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นภาระ การลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก หรือการเปิดโอกาสให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ SMEs มักประสบปัญหามาโดยตลอด การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการออก "นโยบายที่ตรงจุด" จากการรับฟังภาคเอกชน ย่อมหมายรวมถึงการพิจารณาความต้องการเฉพาะของธุรกิจขนาดเล็กเหล่านี้ เพื่อสร้างมาตรการสนับสนุนที่ตอบโจทย์ความท้าทายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การจัดเวทีรับฟังเช่นนี้สะท้อนถึงแนวคิดที่รัฐบาลใช้แนวทาง Bottom-up ในการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้มั่นใจได้ว่านโยบายต่าง ๆ ที่ออกมานั้นจะสามารถแก้ไขปัญหาและส่งเสริมศักยภาพของภาคธุรกิจได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ SMEs ที่เป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย การเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้จึงเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการควรจับตาดู เพื่อปรับกลยุทธ์และใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมทางธุรกิจใหม่ที่เอื้ออำนวยมากยิ่งขึ้น การประสานพลังระหว่างภาครัฐและเอกชนเช่นนี้ จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างความเติบโตที่ยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แฟชั่นยั่งยืน: โอกาสใหม่ของอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย เมื่อโลกเปลี่ยนกฎ
กฎหมาย ESPR ของสหภาพยุโรปกำลังเขย่าอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มทั่วโลก ผู้ผลิตสิ้งทอไทยกว่า 2,609 โรงงานต้องเร่งปรับตัวสู่มาตรฐานความยั่งยืน ทั้งการใช้วัตถุดิบรีไซเคิล ระบบ Digital Product Passport และการรับรอง GRS เพื่อรักษาโอกาสส่งออกในตลาดโลกที่เปลี่ยนกฎใหม่

SME D Bank เสนอ 4 ยุทธศาสตร์ ช่วย SMEs ไทยฝ่าวิกฤต
ในภาวะเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ภายใต้การนำของ ดร.เดชา จาตุธนานันท์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงอุตสาหกรรม และประธานกรรมการ ธพว. ได้ริเริ่ม 4 ยุทธศาสตร์สำคัญที่มุ่งมั่นยกระดับศักยภาพของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ของไทย

“ภาวุธ” เสนอปฏิรูปประเทศด้วยเทคโนโลยีภายใน 4 เดือน ผ่านกรอบ Thailand Digital Transformation Framework
นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง รมว.ดีอี เสนอกรอบ Thailand Digital Transformation Framework เพื่อปฏิรูปประเทศด้วยเทคโนโลยีภายใน 4 เดือน โดยเน้นความร่วมมือรัฐ–เอกชน ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ลดความเหลื่อมล้ำ และผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม

ความร่วมมือทางธุรกิจไทย-ฝรั่งเศส สู่เศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล
ภาคธุรกิจไทยและฝรั่งเศสสานสัมพันธ์สำคัญผ่านเวที FTBF ครั้งที่ 4 เพื่อผลักดันการค้า การลงทุน และเทคโนโลยีขั้นสูง มุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล พร้อมเปิดโอกาสให้ SMEs ไทยเข้าถึงนวัตกรรมและร่วมสร้างห่วงโซ่มูลค่าสูง

4 แนวทางเสริมความปลอดภัยอีเมล ปกป้องธุรกิจ SME ไทยจากภัยไซเบอร์
SME ไทยตกเป็นเป้าหมายภัยไซเบอร์ทางอีเมลสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 164% บทความนี้ชี้ช่องโหว่สำคัญพร้อม 4 แนวทางเร่งด่วนเพื่อสร้างเกราะป้องกันธุรกิจให้มั่นคง

JGAB 2026: การยกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยสู่เวทีโลกและสร้างเครือข่ายธุรกิจ
งาน JGAB 2026 จะเป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยสู่เวทีโลก ตอกย้ำบทบาทศูนย์กลางการค้า และเปิดโอกาสทองให้ SMEs ขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ
