
SME D Bank เสนอ 4 ยุทธศาสตร์ ช่วย SMEs ไทยฝ่าวิกฤต
ฟังบทความนี้โดย AI
Business Leader Podcast
สรุปประเด็น
-
ปลดล็อกการเข้าถึงแหล่งเงินทุน: ช่วยเพิ่มสภาพคล่องแก่ SMEs ลดความเสี่ยงด้านเครดิตในห่วงโซ่อุปทาน และกระตุ้นการหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจโดยรวม
-
ลดช่องว่างทางเทคโนโลยี: ส่งเสริมนวัตกรรมและดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน ยกระดับความสามารถการแข่งขัน และดึงดูดการลงทุน
-
สร้างโอกาสจากเศรษฐกิจสีเขียว: หนุน SMEs ปรับตัวตามแนวทาง ESG และกระแสความยั่งยืน สร้างระบบนิเวศธุรกิจเพื่อดันไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนสีเขียว
-
ยกระดับการบริการภาครัฐ: ลดขั้นตอนกระบวนการ ทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น (Ease of Doing Business) ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาของภาคธุรกิจ
ในภาวะเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ภายใต้การนำของ ดร.เดชา จาตุธนานันท์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงอุตสาหกรรม และประธานกรรมการ ธพว. ได้ริเริ่ม 4 ยุทธศาสตร์สำคัญที่มุ่งมั่นยกระดับศักยภาพของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ของไทย ซึ่งการขับเคลื่อนครั้งนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในการสร้างรากฐานเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืน โดยมีนัยสำคัญต่อภาพรวมการลงทุนและเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจประเทศ
ยุทธศาสตร์แรกคือการ ปลดล็อกการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางการเติบโตของภาคธุรกิจ การทำให้ SMEs เข้าถึงเงินทุนได้ง่ายขึ้นไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการรายย่อยเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อเสถียรภาพทางการเงินของห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด ลดความเสี่ยงด้านเครดิตสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่เป็นคู่ค้าหรือผู้ให้สินเชื่อ และกระตุ้นการหมุนเวียนของเศรษฐกิจโดยรวม สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศว่ามีกลไกสนับสนุนธุรกิจพื้นฐานของประเทศอย่างแข็งขัน

ประเด็นถัดมาคือการ ลดช่องว่างทางเทคโนโลยี โดยส่งเสริมให้ SMEs นำเทคโนโลยีนวัตกรรมมาใช้ในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น การยกระดับขีดความสามารถด้านดิจิทัลของ SMEs จะไม่เพียงแต่เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและลดต้นทุนให้กับธุรกิจเหล่านั้น แต่ยังช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างตลาดใหม่สำหรับผู้ให้บริการเทคโนโลยีขนาดใหญ่ และผลักดันให้เกิดการปรับตัวของอุตสาหกรรมในภาพรวมให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชนที่มองหาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง
ยุทธศาสตร์ที่สามมุ่งเน้นการ สร้างโอกาสจากเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) การสนับสนุน SMEs ให้ปรับตัวเข้าสู่ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและใช้ประโยชน์จากแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจสีเขียว ถือเป็นการตอบรับกระแสโลกด้านความยั่งยืนและเกณฑ์ ESG (Environmental, Social, and Governance) ที่กำลังเป็นที่จับตาของนักลงทุนสถาบันและองค์กรขนาดใหญ่ การสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม จะช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดใจของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการลงทุนสีเขียว และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการของประเทศในตลาดสากล
สุดท้ายคือการ ยกระดับบริการภาครัฐ การปรับปรุงกระบวนการให้บริการของภาครัฐให้มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการของ SMEs มากขึ้น ย่อมส่งผลดีต่อภาพรวมของความง่ายในการทำธุรกิจ (Ease of Doing Business) สำหรับทุกภาคส่วน การลดขั้นตอนที่ซับซ้อนและเพิ่มความรวดเร็วในการบริการ จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาในการดำเนินธุรกิจ ไม่เพียงเฉพาะ SMEs แต่ยังรวมถึงองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกต่อบรรยากาศการลงทุนและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของประเทศโดยรวม
ยุทธศาสตร์ทั้ง 4 ประการนี้ของ SME D Bank จึงมิได้เป็นเพียงแค่การช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญเพื่อสร้างความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นให้กับโครงสร้างเศรษฐกิจของชาติ ทำให้ประเทศไทยมีความพร้อมในการรับมือกับความผันผวนต่างๆ และดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศที่มองเห็นศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืนของทุกภาคส่วนทางเศรษฐกิจ

ข้อมูลอ้างอิง:
- ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย. (2569, 23 กรกฎาคม). ปธ.SME D Bank เสนอ 4 ยุทธศาสตร์ พาเอสเอ็มอีไทยฝ่าวิกฤต ปลดล็อกเข้าถึงทุน-ลดช่องว่างเทคโนโลยี-สร้างโอกาสจาก Green-ยกระดับบริการรัฐ. SME D Bank. https://www.smebank.co.th/press-release/230769-3/
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นกว่า 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะ SMEs
วิกฤตตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงจนถึงระดับ "Code RED" ส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วโลกและเงินบาทอ่อนค่าลงอย่างมาก ทำให้ SMEs ไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง

กระทรวงการคลังเดินหน้าโครงการ "รถเก่าแลกรถใหม่" และเร่งปรับภาษี EV
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมทั่วโลก รัฐบาลไทยได้แสดงความมุ่งมั่นอย่างชัดเจนในการผลักดันประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ด้วยการเร่งหารือโครงการ "รถเก่าแลกรถใหม่" ระหว่างกระทรวงการคลังและกระทรวงอุตสาหกรรม โครงการนี้มีเป้าหมายหลักคือการเปลี่ยนผ่านรถขนส่งสาธารณะที่ก่อมลพิษจำนวนมาก

ฟิทช์คงเครดิต SME D Bank สูงสุด "AAA(tha)" 14 ปีซ้อน ตอกย้ำความแข็งแกร่ง
SME D Bank ตอกย้ำความแข็งแกร่งทางการเงิน หลังฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับเครดิตสูงสุดในประเทศ "AAA(tha)" ต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยง เสถียรภาพระดับสูง และความพร้อมในการเป็นกลไกหลักช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในทุกสภาวะเศรษฐกิจ

Monday Recap 8-21 ก.ย. 2568 : ข่าวธุรกิจ รอบประจำสัปดาห์ ทั้งข่าวไทยและ ข่าวต่างประเทศ
ภาพรวมข่าวธุรกิจในสัปดาห์ที่ผ่านมา (8-21 กันยายน 2568) มุ่งเน้นไปที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ การผนึกกำลังระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย และการปรับตัวของผู้ประกอบการเพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนได้แสดงความคิดเห็นและตั้งความหวังต่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยเรียกร้องให้เร่งแก้ปัญหาปากท้องและฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจโดยเร็วที่สุด

สยาม โคโคเพลลิ เปิดตัวแพลตฟอร์ม BIG ADVANCE GLOBAL หนุน SME ไทยสู่ตลาดสากล โดยเฉพาะญี่ปุ่น
บริษัท สยาม โคโคเพลลิ จำกัด ก่อตั้งปี 2568 ผนึกธนาคารกรุงไทยและสภาหอการค้าฯ เปิดตัวแพลตฟอร์ม BIG ADVANCE GLOBAL ใช้ AI จับคู่ธุรกิจไทย-ญี่ปุ่น เชื่อมคู่ค้ากว่า 60,000 ราย พร้อมโซลูชันการเงินครบวงจรและระบบ KYC คัดกรองความน่าเชื่อถือ หนุน SME ไทยบุกตลาดสากลอย่างมั่นใจและยั่งยืน

4 แนวทางเสริมความปลอดภัยอีเมล ปกป้องธุรกิจ SME ไทยจากภัยไซเบอร์
SME ไทยตกเป็นเป้าหมายภัยไซเบอร์ทางอีเมลสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 164% บทความนี้ชี้ช่องโหว่สำคัญพร้อม 4 แนวทางเร่งด่วนเพื่อสร้างเกราะป้องกันธุรกิจให้มั่นคง
