อินเดียอัดงบระบบราง 3 หมื่นล้านดอลลาร์ เปิดโอกาสผู้ส่งออกไทย แต่ต้องผ่านเงื่อนไขจัดซื้อ

อินเดียอัดงบระบบราง 3 หมื่นล้านดอลลาร์ เปิดโอกาสผู้ส่งออกไทย แต่ต้องผ่านเงื่อนไขจัดซื้อ

สรุปประเด็น

  • อินเดียทุ่มงบระบบรางมหาศาล: อินเดียเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบรางปี 2026–2027 กว่า 30,920 ล้านดอลลาร์ เปิดตลาดกว้างให้ผู้ส่งออกไทย

  • เปิดโอกาสสินค้าไทยหลายกลุ่ม: สินค้าไทยที่มีศักยภาพ ได้แก่ เครื่องจักรก่อสร้าง อุปกรณ์ไฟฟ้า สายไฟและสายเคเบิล รวมถึงวัสดุและอุปกรณ์อุตสาหกรรม

  • ติดเงื่อนไขแหล่งเงินทุนและสเปก: ผู้ประกอบการต้องตรวจสอบเงื่อนไข Tied Procurement ของแหล่งเงินกู้ต่างประเทศ และมาตรฐานเทคนิคเฉพาะของอินเดีย

  • เน้นเข้าถึงผู้ซื้อตัวจริง: ผู้ส่งออกควรคัดเลือกโครงการที่มีโอกาสเข้าถึงได้จริง ตรวจสอบสถานะสัญญา และสร้างพันธมิตรท้องถิ่นเพื่อเปลี่ยนงบเป็นคำสั่งซื้อ

อินเดียเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบรางครั้งใหญ่ ด้วยงบประมาณปี 2026–2027 ราว 30,920 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.93 ล้านล้านรูปี เปิดโอกาสให้ผู้ส่งออกไทยในกลุ่มเครื่องจักรก่อสร้าง อุปกรณ์ไฟฟ้า สายไฟและสายเคเบิล ตลอดจนวัสดุและอุปกรณ์อุตสาหกรรม เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโครงการรถไฟและระบบขนส่งของอินเดีย

อย่างไรก็ตาม โอกาสดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าผู้ประกอบการไทยจะเข้าถึงสัญญาจัดซื้อได้โดยอัตโนมัติ เพราะโครงการขนาดใหญ่บางแห่งมีข้อกำหนดเกี่ยวกับแหล่งเงินทุนและคุณสมบัติผู้ขาย ขณะที่ผู้ผลิตไทยยังต้องแข่งขันกับผู้ประกอบการในอินเดีย ญี่ปุ่น และประเทศอื่น ๆ รวมถึงบริหารต้นทุนภาษีนำเข้าและค่าขนส่งให้สามารถแข่งขันได้

อินเดียเร่งลงทุนระบบราง ครอบคลุมโครงข่ายทั่วประเทศ

ข้อมูลอ้างอิงรายงานของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ ระบุว่า อินเดียจัดสรรงบลงทุนระบบรางในปีงบประมาณ 2026–2027 ประมาณ 2.93 ล้านล้านรูปี ครอบคลุมการพัฒนาโครงข่ายรถไฟในภาพรวม ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงสายมุมไบ–อาห์เมดาบัดเท่านั้น

ข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2026 ระบุว่า อินเดียอนุมัติโครงการพัฒนาระบบรางแล้ว 514 โครงการ ครอบคลุมระยะทางรวมประมาณ 40,000 กิโลเมตร สะท้อนขนาดของตลาดโครงสร้างพื้นฐานที่อาจสร้างความต้องการสินค้าและบริการจากผู้ผลิตหลายอุตสาหกรรม

ขณะเดียวกัน รัฐบาลอินเดียยังประกาศแผนพัฒนาเส้นทางรถไฟความเร็วสูงใหม่ 7 เส้นทาง และเสนอพัฒนาเส้นทางขนส่งสินค้าเฉพาะทางระยะทาง 2,052 กิโลเมตร เชื่อมเมือง Dankuni ในรัฐเบงกอลตะวันตกกับเมือง Surat ในรัฐคุชราต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าและเชื่อมโยงพื้นที่อุตสาหกรรมกับท่าเรือ

งบลงทุนระบบรางของอินเดียสร้างโอกาสในตลาดโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ แต่ผู้ส่งออกไทยต้องพิจารณาโครงการและสัญญาจัดซื้อเป็นรายกรณี ไม่ควรมองวงเงินลงทุนทั้งหมดเป็นมูลค่าตลาดที่ผู้ประกอบการต่างชาติจะเข้าถึงได้โดยตรง

เปิดโอกาสสินค้าไทย ตั้งแต่เครื่องจักรถึงสายเคเบิล

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองมุมไบประเมินว่า สินค้าไทยที่มีศักยภาพในการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระบบรางของอินเดีย ได้แก่

  • เครื่องจักรก่อสร้างเฉพาะทาง สำหรับงานก่อสร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

  • เครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้า ที่เกี่ยวข้องกับระบบรางและงานติดตั้ง

  • สายไฟและสายเคเบิล สำหรับงานระบบไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน

  • อุปกรณ์ความปลอดภัยและวัสดุอุตสาหกรรม ที่ใช้ในงานก่อสร้าง

  • เทคโนโลยีติดตั้งระบบและบำรุงรักษา ซึ่งต้องพิจารณาความต้องการของผู้ซื้อและเงื่อนไขของแต่ละสัญญา

จุดแข็งสำคัญคือไทยมีฐานการส่งออกสินค้าไฟฟ้าไปยังอินเดียอยู่แล้ว จึงอาจต่อยอดจากความสัมพันธ์ทางการค้าเดิมไปสู่ตลาดที่เกี่ยวข้องกับระบบรางได้ อย่างไรก็ตาม การส่งออกสินค้าในกลุ่มเดียวกันไม่ได้รับประกันว่าจะผ่านคุณสมบัติสำหรับโครงการรถไฟ ผู้ผลิตต้องตรวจสอบข้อกำหนดทางเทคนิค มาตรฐานความปลอดภัย และคุณสมบัติของผู้ขายที่ผู้รับเหมาแต่ละรายกำหนด

ตัวเลขส่งออกชี้ฐานตลาดเดิมของไทย

ข้อมูลการค้าปี 2025 ที่ The Nation Thailand รายงานโดยอ้างอิงสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ ระบุว่า ไทยส่งออกสินค้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้าภายใต้พิกัดศุลกากร HS Chapter 85 ไปยังอินเดีย มูลค่าประมาณ 1,430 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 7.9% จากปีก่อนหน้า

สำหรับสินค้า สายไฟและสายเคเบิลหุ้มฉนวน ภายใต้พิกัด HS 8544 มีมูลค่าส่งออกจากไทยไปอินเดียประมาณ 29.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 13.3% เมื่อเทียบกับปี 2024

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าไทยมีฐานการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว และอาจใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการขยายตลาดไปยังผู้ซื้อในภาคระบบรางและโครงสร้างพื้นฐาน

แต่ผู้ประกอบการควรแยกให้ออกระหว่าง มูลค่าการส่งออกสินค้าในหมวดที่เกี่ยวข้อง กับมูลค่าการส่งออกที่เกิดจากโครงการรถไฟโดยตรง เนื่องจากข้อมูลที่รายงานไม่ได้ระบุว่าสินค้าทั้งหมดถูกนำไปใช้ในโครงการระบบรางของอินเดีย

รถไฟความเร็วสูงมุมไบ–อาห์เมดาบัด มีข้อจำกัดด้านการจัดซื้อ

แม้โครงการรถไฟความเร็วสูงมุมไบ–อาห์เมดาบัดจะมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้ประกอบการไทยยังต้องพิจารณาข้อจำกัดด้านการจัดซื้ออย่างใกล้ชิด

รายงานระบุว่า โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนเงินกู้จากรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งมีเงื่อนไขการจัดซื้อที่ผูกกับแหล่งเงินทุน หรือ Tied Procurement เงื่อนไขดังกล่าวอาจจำกัดโอกาสของผู้ผลิตจากประเทศอื่นในการเข้าร่วมจัดหาสินค้าหรือบริการบางประเภท

นอกจากนี้ งานระบบอาณัติสัญญาณและควบคุมรถไฟ ระบบโทรคมนาคม และศูนย์ควบคุมการเดินรถ ได้มีการมอบสัญญาให้กลุ่มกิจการร่วมค้าที่ประกอบด้วย Dineshchandra R. Agrawal Infracon ของอินเดีย และ Siemens ของเยอรมนีแล้ว

ข้อมูลที่รายงานระบุว่า โครงการมีความคืบหน้าทางกายภาพโดยรวม 62.16% ดังนั้น ผู้ส่งออกไทยควรตรวจสอบว่างานส่วนใดยังเปิดรับผู้ผลิตหรือซัพพลายเออร์รายใหม่ และมีสัญญาใดที่สามารถเข้าร่วมได้จริง แทนที่จะพิจารณาเฉพาะขนาดของโครงการหรือความคืบหน้าการก่อสร้าง

4 เรื่องที่ผู้ส่งออกไทยควรเตรียมก่อนเข้าสู่ตลาดอินเดีย

หากต้องการต่อยอดโอกาสจากการลงทุนระบบราง ผู้ประกอบการไทยควรเตรียมความพร้อมอย่างน้อย 4 ด้าน

1. ตรวจสอบเงื่อนไขจัดซื้อและสถานะสัญญา

ศึกษาว่าโครงการที่สนใจใช้เงินทุนจากแหล่งใด มีข้อกำหนดเกี่ยวกับประเทศผู้ผลิตหรือแหล่งกำเนิดสินค้าอย่างไร และสัญญาที่เกี่ยวข้องยังเปิดรับผู้ขายรายใหม่หรือไม่

2. เตรียมมาตรฐานทางเทคนิคและการรับรองสินค้า

ตรวจสอบข้อกำหนดด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และมาตรฐานที่ผู้ซื้อหรือผู้รับเหมากำหนด รวมถึงการขึ้นทะเบียนหรือรับรองจาก Research Designs and Standards Organisation (RDSO) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านมาตรฐานทางเทคนิคของระบบรางอินเดีย ตามความเกี่ยวข้องของสินค้าแต่ละประเภท

3. ประเมินต้นทุนและความสามารถในการแข่งขัน

คำนวณต้นทุนสินค้ารวมภาษีนำเข้า ค่าขนส่ง ระยะเวลาส่งมอบ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินว่าสามารถแข่งขันกับผู้ผลิตในอินเดีย ญี่ปุ่น และประเทศอื่นได้หรือไม่

4. สร้างเครือข่ายกับผู้รับเหมาและพันธมิตรในอินเดีย

การติดต่อผู้รับเหมา ผู้จัดซื้อ และบริษัทท้องถิ่นอาจช่วยให้ผู้ส่งออกเข้าใจเงื่อนไขการจัดซื้อได้ชัดเจนขึ้น รวมถึงช่วยประเมินโอกาสในการเป็นผู้ขายโดยตรงหรือซัพพลายเออร์ในห่วงโซ่อุปทาน

รายงานของ The Nation Thailand ระบุด้วยว่า กระทรวงพาณิชย์ไทยพร้อมสนับสนุนการจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้รับเหมาอินเดีย ตลอดจนให้คำแนะนำเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนและการรับรองที่เกี่ยวข้อง

โอกาสอยู่ที่การเข้าถึงผู้ซื้อ ไม่ใช่เพียงการเติบโตของงบลงทุน

การลงทุนระบบรางของอินเดียเป็นโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ส่งออกไทย โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่ไทยมีฐานการผลิตและส่งออกอยู่แล้ว เช่น อุปกรณ์ไฟฟ้า สายไฟและสายเคเบิล รวมถึงเครื่องจักรและวัสดุอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม ตลาดโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่มีเงื่อนไขเฉพาะ ทั้งแหล่งเงินทุน การจัดซื้อ มาตรฐานสินค้า สถานะสัญญา และการแข่งขันด้านราคา ผู้ประกอบการจึงควรเริ่มจากการคัดเลือกโครงการที่มีโอกาสเข้าถึงได้จริง ก่อนลงทุนพัฒนาสินค้า การรับรองมาตรฐาน หรือสร้างเครือข่ายทางธุรกิจเพิ่มเติม

โจทย์สำคัญของผู้ส่งออกไทยไม่ใช่เพียงการมองเห็นว่าอินเดียกำลังลงทุนมากขึ้น แต่คือการเปลี่ยนโอกาสจากงบประมาณให้เป็นคำสั่งซื้อที่เกิดขึ้นจริง ผ่านการทำความเข้าใจระบบจัดซื้อและการนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้ซื้อได้อย่างแข่งขันได้

ข้อมูลอ้างอิง:

Press Information Bureau, Government of India — ข้อมูลการจัดสรรงบลงทุนระบบรางปี 2026–2027 และแผนพัฒนาโครงข่ายรถไฟความเร็วสูง เผยแพร่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2026 www.pib.gov.in/PressReleasePage.aspx?PRID=2221838&lang=2&reg=48&utm_source=chatgpt.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

THINK TRADE THINK DITP นำธุรกิจไทยสู่เครื่องมือ AI กุญแจใหม่สู่การเติบโตในเวทีโลก

THINK TRADE THINK DITP นำธุรกิจไทยสู่เครื่องมือ AI กุญแจใหม่สู่การเติบโตในเวทีโลก

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ชวนผู้ประกอบการและผู้สนใจร่วมเปิดมุมมองใหม่ใน THINK TRADE THINK DITP ฉบับที่ 102 กับเรื่องราวน่าสนใจของ “ศักยภาพของเครื่องมือ AI ในปัจจุบัน” ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจไทยไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

6 นาที
บีโอไอผนึกทีมไทยแลนด์โรดโชว์เกาหลีใต้ หารือ Hyundai ต่อยอดฐานผลิต EV–แบตเตอรี่ สู่เทคโนโลยีขั้นสูงและ R&D

บีโอไอผนึกทีมไทยแลนด์โรดโชว์เกาหลีใต้ หารือ Hyundai ต่อยอดฐานผลิต EV–แบตเตอรี่ สู่เทคโนโลยีขั้นสูงและ R&D

บีโอไอผนึก “ทีมไทยแลนด์” โรดโชว์เกาหลีใต้ เจรจา Hyundai ต่อยอดฐานผลิต EV และแบตเตอรี่ในสมุทรปราการ สู่กิจกรรมมูลค่าสูง ทั้งการวิจัยและพัฒนา (R&D) การผลิตอัจฉริยะ (Smart Manufacturing) พร้อมเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน ยกระดับประเทศสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีแห่งอนาคต

6 นาที
BOI หนุนผู้ประกอบการไทยลงทุนในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เพื่อขยายตลาดสู่ตะวันออกกลางและแอฟริกา

BOI หนุนผู้ประกอบการไทยลงทุนในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เพื่อขยายตลาดสู่ตะวันออกกลางและแอฟริกา

BOI ร่วมกับ JAFZA เปิดโอกาสทองให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ขยายธุรกิจสู่ตลาดตะวันออกกลางและแอฟริกาผ่านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

4 นาที
GC และ SCGC ผนึกกำลังธุรกิจโอเลฟินส์ ตั้งบริษัทร่วมทุนดันปิโตรเคมีไทยสู่ TOP 10 โลก

GC และ SCGC ผนึกกำลังธุรกิจโอเลฟินส์ ตั้งบริษัทร่วมทุนดันปิโตรเคมีไทยสู่ TOP 10 โลก

อุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทยกำลังเดินหน้าปรับโครงสร้างครั้งสำคัญ เมื่อ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC และ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC ประกาศแผนผนึกกำลังธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในประเทศไทย ผ่านการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน

8 นาที
บีโอไออนุมัติ 3 โครงการใหญ่ผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) มูลค่ากว่า 2.2 หมื่นล้านบาท เดินหน้าขยายลงทุนเฟสสอง

บีโอไออนุมัติ 3 โครงการใหญ่ผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) มูลค่ากว่า 2.2 หมื่นล้านบาท เดินหน้าขยายลงทุนเฟสสอง

บีโอไออนุมัติ 3 ผู้ผลิต PCB ระดับโลกจากจีนและไต้หวันขยายลงทุนเฟสสองกว่า 22,000 ล้านบาทในไทย ตอกย้ำไทยเป็นฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง พร้อมสร้างงานและโอกาสให้ SMEs ไทยในห่วงโซ่อุปทาน AI-Data Center

5 นาที
SpaceX ระดมทุนหนี้ 4 หมื่นล้านดอลลาร์ ซื้อชิป Nvidia เร่งเดิมพันโครงสร้างพื้นฐาน AI

SpaceX ระดมทุนหนี้ 4 หมื่นล้านดอลลาร์ ซื้อชิป Nvidia เร่งเดิมพันโครงสร้างพื้นฐาน AI

SpaceX บริษัทเทคโนโลยีอวกาศของอีลอน มัสก์ กำลังเดินหน้าเพิ่มขีดความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้วยการจัดหาเงินทุนผ่านหนี้มูลค่า 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อซื้อหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) สำหรับรองรับการประมวลผล AI

9 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง