
SCB WEALTH ผนึกพันธมิตรยกระดับการบริหารความมั่งคั่งและไลฟ์สไตล์
สรุปประเด็น
-
สร้าง Wealth Ecosystem: SCB WEALTH ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรชั้นนำ เชื่อมโยงโลกการเงิน การลงทุน และมิติไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกันแบบองค์รวม
-
ผนึกอสังหาฯ บิ๊กแบรนด์: ร่วมมือกับแสนสิริและ SC Asset (พันธมิตรกว่า 22 ปี) เพื่อบริหารจัดการสินทรัพย์อสังหาริมทรัพย์และมอบเอกสิทธิ์ระดับอัลตร้าลักชัวรี
-
ยกระดับ One-Stop Service: ตอบสนองความต้องการที่ซับซ้อนของลูกค้ากลุ่มความมั่งคั่งสูง (HNWIs) ข้ามขีดจำกัดเดิมด้วยบริการที่ดูแลทุกมิติของชีวิต
SCB WEALTH ได้ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำด้านการบริหารความมั่งคั่งของประเทศไทย ด้วยการประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรชั้นนำ เพื่อยกระดับมาตรฐานบริการสู่รูปแบบองค์รวมที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง หรือ Holistic and Customer-Centric Wealth Management Solution อย่างแท้จริง การพัฒนากลยุทธ์นี้เป็นการสร้าง Wealth Ecosystem ที่เชื่อมโยงโลกของการเงิน การลงทุน และมิติของไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบ ตอบสนองความต้องการที่ซับซ้อนและหลากหลายของกลุ่มลูกค้าผู้มีความมั่งคั่งสูง (High Net Worth Individuals)
หนึ่งในพันธมิตรสำคัญที่เข้าร่วมคือ แสนสิริ ผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับแถวหน้าของประเทศ ความร่วมมือนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Ecosystem ในด้านการบริหารจัดการสินทรัพย์ประเภทอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในพอร์ตการลงทุนของลูกค้ากลุ่มนี้ และตอกย้ำแนวคิดของการดูแลความมั่งคั่งที่ไม่จำกัดอยู่เพียงแค่การลงทุนในตลาดทุนเท่านั้น แต่รวมถึงสินทรัพย์ที่มีคุณค่าและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตโดยตรง
ความร่วมมือที่โดดเด่นและเป็นเชิงกลยุทธ์มากยิ่งขึ้นคือการผนึกกำลังกับ SC Asset ซึ่งเป็นการยกระดับพันธมิตรที่ดำเนินมายาวนานกว่า 22 ปี การผนึกกำลังครั้งนี้มีเป้าหมายเฉพาะเจาะจงในการสร้าง Wealth Ecosystem ที่ครบวงจร โดยเชื่อมโยงโลกของการอยู่อาศัย การลงทุน และการบริหารความมั่งคั่งเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน มุ่งเน้นการมอบสิทธิประโยชน์และเอกสิทธิ์พิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อที่อยู่อาศัยในกลุ่มบ้านระดับ อัลตร้าลักชัวรี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเข้าใจในพฤติกรรมและความต้องการเฉพาะของตลาดบน
การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของอุตสาหกรรมการบริหารความมั่งคั่ง ที่กำลังก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ ของบริการทางการเงิน การที่สถาบันการเงินขนาดใหญ่อย่าง SCB WEALTH ผนวกเอาไลฟ์สไตล์และอสังหาริมทรัพย์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Value Proposition ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความแตกต่างและมูลค่าเพิ่มที่เหนือกว่าคู่แข่ง การให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงระหว่างการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอสังหาริมทรัพย์กับการบริหารความมั่งคั่งโดยรวม ถือเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่ม High Net Worth ที่มองหาบริการแบบ One-Stop Service ที่ดูแลทุกมิติของชีวิตและการลงทุน
สำหรับองค์กรขนาดใหญ่และนักลงทุน การสร้าง Wealth Ecosystem ในลักษณะนี้ยังเป็นการสร้างปราการทางการแข่งขันที่แข็งแกร่ง และเป็นการตอกย้ำตำแหน่งทางการตลาดในกลุ่มสินทรัพย์และบริการระดับสูง การที่ทั้ง SCB และ SC Asset ซึ่งเป็นผู้นำในตลาดของตน มารวมพลังกัน จะสร้างพลังร่วม (Synergy) ที่ไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อฐานลูกค้าของทั้งสองฝ่าย แต่ยังเป็นการกำหนดทิศทางและมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการบริหารความมั่งคั่งและอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ซับซ้อนและตอบโจทย์ได้มากยิ่งขึ้นในอนาคต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

KGI รักษาฐาน DW13 รุก Wealth Management รับตลาดทุนผันผวน
ท่ามกลางความผันผวนของตลาดทุนไทยตลอดปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) กลับสามารถสร้างผลงานที่โดดเด่นได้อย่างน่าจับตา โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ภายใต้แบรนด์ DW13 ที่ยังคงตอกย้ำสถานะผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มหุ้น SET50 สูงถึง 74%

SCB WEALTH ถอดรหัส "Dollar Reset" วางกลยุทธ์ลงทุนครึ่งปีหลัง แนะถือหุ้นสหรัฐฯ-ตลาดเกิดใหม่
SCB WEALTH ได้เปิดเผยกลยุทธ์การลงทุนสำหรับครึ่งปีหลัง โดยมุ่งเน้นที่แนวคิด "Dollar Reset" เพื่อสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงสำคัญของค่าเงินและพลวัตทางเศรษฐกิจโลก

SCB และการสนับสนุน SME ในการเตรียมพร้อมทายาทรับช่วงกิจการ
ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เล็งเห็นความสำคัญของการวางแผนสืบทอดกิจการในกลุ่มธุรกิจครอบครัว จัดงานสัมมนาพิเศษเพื่อเตรียมความพร้อมและติดอาวุธด้านการเงินและการลงทุนให้แก่ทายาทรุ่นใหม่ มุ่งทลายช่องว่างระหว่างวัยและรักษาเสถียรภาพการเติบโตของธุรกิจ SME ไทยอย่างยั่งยืน

SCB WEALTH เปิดตัวกลยุทธ์ "Go Global" ยกระดับการลงทุน Offshore สำหรับลูกค้า High Net Worth
SCB WEALTH เปิดตัวกลยุทธ์ "Go Global" ยกระดับการลงทุน Offshore สำหรับลูกค้า High Net Worth ด้วยผลิตภัณฑ์หลากหลายและสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อเชื่อมโยงโอกาสการลงทุนทั่วโลกและเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตการลงทุนในระยะยาว
