
Thai SELECT ตราสัญลักษณ์ที่พาครัวไทยสู่เวทีโลก โอกาสของผู้ประกอบการไทยที่ไม่ควรพลาด
ฟังบทความนี้โดย AI
Business Leader Podcast
สรุปประเด็น
-
ยกระดับ Thai SELECT สู่ตราสัญลักษณ์สากล: DITP ผลักดันตรา Thai SELECT ใหม่ด้วย "ดาวกล้วยไม้" เพื่อยกระดับภาพลักษณ์และสร้างความเชื่อมั่นในตลาดโลก
-
การประเมินมาตรฐาน 5 ด้านและ 4 ระดับ: พิจารณาจากรสชาติ บริการ วัตถุดิบ เชฟ และสุขอนามัย โดยแบ่งเป็น Casual, 1 ดาว, 2 ดาว และ 3 ดาว
-
การรับรองกว่า 1,499 ร้านใน 72 ประเทศ: ช่วยเชื่อมโยง Supply Chain อาหารไทย กระตุ้นการใช้วัตถุดิบและส่งออกสินค้าแปรรูปจากไทยเพิ่มขึ้น
-
สนับสนุนผู้ประกอบการและเข้าถึงง่าย: มอบโอกาสประชาสัมพันธ์ เครือข่ายการค้า พร้อมแอปฯ “Thai SELECT” เพื่อค้นหาร้านและผลิตภัณฑ์รับรอง
เมื่อพูดถึงร้านอาหารไทยในต่างประเทศ หลายคนอาจคุ้นเคยกับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ที่ปรากฏอยู่หน้าร้านหรือบนบรรจุภัณฑ์อาหารไทย ตราสัญลักษณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องหมายรับรองคุณภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความเชื่อมั่นที่ช่วยผลักดันอาหารไทยและผู้ประกอบการไทยให้เป็นที่ยอมรับในตลาดโลก
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าผลักดันตราสัญลักษณ์ Thai SELECT อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับภาพลักษณ์อาหารไทย สร้างมาตรฐานคุณภาพ และเพิ่มโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภายใต้แนวคิด Thai to Global: From Local Value to Global Vision ซึ่งมุ่งนำอัตลักษณ์อาหารไทยไปสร้างมูลค่าเพิ่มในตลาดสากล
เพื่อสะท้อนมาตรฐานอาหารไทยในระดับสากล กระทรวงพาณิชย์จึงได้ยกระดับและปรับภาพลักษณ์ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ใหม่ โดยใช้ "ดาวเกียรติยศรูปดอกกล้วยไม้" เป็นสัญลักษณ์หลัก ซึ่งสื่อถึงความประณีตในกระบวนการปรุงอาหารไทย ขณะเดียวกัน กลีบดอกกล้วยไม้ทั้ง 5 กลีบ ยังสื่อความหมายถึงเอกลักษณ์ของอาหารไทยที่มีรสชาติครบทั้ง 5 รส ได้แก่ เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม และเผ็ด อีกทั้งยังสะท้อนถึงศักยภาพของอาหารไทยและธุรกิจร้านอาหารไทยที่พร้อมเติบโตและขยายสู่ตลาดโลก
การพิจารณามอบตราสัญลักษณ์ Thai SELECT จะประเมินจากเกณฑ์มาตรฐาน 5 ด้าน ได้แก่
-
ความโดดเด่นของรสชาติและเทคนิคการนำเสนอ
-
รูปแบบการบริการ บรรยากาศ การตกแต่งร้าน และประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับ
-
คุณภาพและที่มาของวัตถุดิบ
-
ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของเชฟ
-
สุขอนามัยของร้านอาหาร
ร้านอาหารที่ผ่านการประเมินจะได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT โดยแบ่งได้เป็น 4 ประเภท ได้แก่:
-
Thai SELECT Casual (ไม่มีดาว): "อาหารไทยรสชาติดี มีข้อจำกัดด้านการให้บริการ แต่ให้ความรู้สึกคุ้มค่า"
-
Thai SELECT 1 ดาว: "รสชาติไทยแท้ มาตรฐานมั่นใจ"
-
Thai SELECT 2 ดาว: "รสชาติไทยสร้างสรรค์ บริการอย่างมืออาชีพ"
-
Thai SELECT 3 ดาว: "รสชาติไทยสุดประณีต สัมผัสประสบการณ์ชั้นเลิศ"
ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพ ประสบการณ์ และมาตรฐานการบริการที่แตกต่างกันในแต่ละระดับ
ปัจจุบัน มีร้านอาหารไทยในต่างประเทศที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT แล้วกว่า 1,499 ร้าน ใน 72 ประเทศทั่วโลก สะท้อนถึงความนิยมและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั่วโลก นอกจากจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือแล้ว Thai SELECT ยังมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของอาหารไทย โดยกระตุ้นให้เกิดการเลือกใช้วัตถุดิบ เครื่องปรุง และสินค้าแปรรูปจากไทยมากขึ้น ส่งผลดีต่อเกษตรกรและผู้ผลิตไทยในการขยายตลาดส่งออก
สำหรับผู้ประกอบการ การได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ช่วยสร้างความแตกต่างทางการแข่งขัน เพิ่มความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ และเปิดโอกาสเข้าถึงเครือข่ายธุรกิจระดับสากล ทั้งนี้ DITP เปิดโอกาสให้ทั้งร้านอาหารไทยในต่างประเทศและผู้ผลิตผลิตภัณฑ์อาหารไทยยื่นขอรับการประเมิน เพื่อการันตีคุณภาพ มาตรฐาน และอัตลักษณ์ความเป็นไทยอย่างแท้จริง
นอกเหนือจากการได้รับตรารับรองแล้ว ผู้ประกอบการยังมีโอกาสได้รับการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงการเชื่อมโยงเครือข่ายทางธุรกิจและกิจกรรมส่งเสริมการค้า ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจและขยายตลาดในระดับสากล
นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ยังมีแอปพลิเคชัน “Thai SELECT” ให้ดาวน์โหลดได้ทั้ง App Store และ Google Play ซึ่งเป็นแอปที่ใช้ค้นหาพิกัดร้านอาหารไทยและผลิตภัณฑ์อาหารไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อการันตีรสชาติไทยแท้ให้กับผู้บริโภค โดยมีการอัปเดตปรับหมวดหมู่ร้านจากระบบป้ายชื่อเดิมมาเป็นระบบดาวตามมาตรฐานใหม่ พร้อมปรับดีไซน์และเมนูให้ทันสมัยขึ้น
Google Play : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.thaiselect2&hl=th
App Store : https://apps.apple.com/th/app/thai-select/id1420875132?l=th
สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับชี้ช่องทางการค้าได้ที่ นิตยสารออนไลน์ THINK TRADE THINK DITP ฉบับที่ 105 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางศึกษา เพิ่มมูลค่าแบรนด์ และต่อยอดธุรกิจอาหารไทยสู่ตลาดโลก อ่านนิตยสาร THINK TRADE THINK DITP ฉบับที่ 105 ได้แล้ววันนี้ที่เว็บไซต์ thinktradethinkditp.com หรือรับฉบับจริงได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โทร. 1169
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

DITP เปิด "DEmark Concept Store" แปลงรางวัลออกแบบไทยให้เป็นช่องทางการตลาดกลางสยามดิสคัฟเวอรี่
DITP จัดงาน "DEmark Concept Store" เปลี่ยน Creative Space ชั้น 3 Siam Discovery ให้เป็นหน้าร้านจำหน่ายงานออกแบบไทยจากรางวัล DEmark เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า เชื่อมโยงแนวคิด นวัตกรรม และฟังก์ชันการใช้งานสู่ผู้ซื้อจริง พร้อมเปิดโอกาสต่อยอดสู่ตลาดส่งออกในระดับสากล

นิตยสารรายไตรมาส THINK TRADE THINK DITP 2568 เปิดโลกการค้าระหว่างประเทศ ติดปีกความสำเร็จให้ผู้ประกอบการไทย โดย DITP
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ได้จัดทำนิตยสารรายไตรมาส THINK TRADE THINK DITP โดยที่ซีรีส์ล่าสุดสำหรับปีงบประมาณ 2568 จะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสและแนวโน้มตลาดต่างประเทศสำหรับผู้ที่ต้องการขยายธุรกิจสู่ตลาดโลก ตามนโยบายของนางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ที่ต้องการสร้างความเข้มแข็งและติดปีกให้กับผู้ผลิตและธุรกิจส่งออกของไทยให้สามารถดำเนินธุรกิจต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน โดยในปีนี้นิตยสารมีการยกระดับเนื้อหาให้เข้มข้นยิ่งขึ้น เน้นข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับแนวโน้มการค้าระหว่างประเทศ

อบรมออนไลน์ : พลิกเกมธุรกิจส่งออกด้วย AI
พลิกเกมธุรกิจส่งออกด้วย AI กับหลักสูตร AI for Export จาก สถาบัน NEA กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้ประกอบการวิเคราะห์ตลาด สร้างคอนเทนต์ วางกลยุทธ์การขาย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก เหมาะสำหรับ SMEs ผู้ส่งออก และนักธุรกิจที่ต้องการต่อยอดธุรกิจด้วย AI

THINK TRADE THINK DITP นำธุรกิจไทยสู่เครื่องมือ AI กุญแจใหม่สู่การเติบโตในเวทีโลก
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ชวนผู้ประกอบการและผู้สนใจร่วมเปิดมุมมองใหม่ใน THINK TRADE THINK DITP ฉบับที่ 102 กับเรื่องราวน่าสนใจของ “ศักยภาพของเครื่องมือ AI ในปัจจุบัน” ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจไทยไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

โอกาสทองอาหารไทยในตลาดโลก: ปลดล็อกจุดแข็ง เจาะตลาดอนาคตให้ตรงจุด
ตลาดอาหารโลกกำลังเปิดรับเทรนด์สุขภาพและวัฒนธรรม ซึ่งตรงกับจุดแข็งของไทยอย่างลงตัว โอกาสแห่งความสำเร็จอยู่ที่การวางกลยุทธ์เจาะตลาดเฉพาะกลุ่มอย่างแม่นยำ พร้อมใช้พลังสนับสนุนจาก DITP ทั้งข้อมูล เงินทุน และคำปรึกษา เพื่อผลักดันธุรกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนบนเวทีโล

ทางรอดสินค้าเกษตรไทยในยุคกฎระเบียบเข้ม ต้นทุนสูง
เมื่อกฎระเบียบการค้าโลกเข้มขึ้น ต้นทุนของสินค้าเกษตรไม่ได้มีเพียงค่าผลิตและโลจิสติกส์ แต่รวมถึงต้นทุนด้านข้อมูล มาตรฐาน และ Traceability ทางรอดของผู้ประกอบการไทยจึงอยู่ที่การเปลี่ยนข้อกำหนดเหล่านี้ให้เป็นแต้มต่อทางการแข่งขัน
