
เวียดนามลงนาม FTA กับ EFTA เปิดทางลดภาษีกว่า 98% ใน 7 ปี เพิ่มโจทย์แข่งขันผู้ส่งออกไทย
สรุปประเด็น
-
เวียดนามผนึกกำลัง EFTA ลดภาษีกว่า 98%: ลงนามข้อตกลงการค้าเสรีกับ 4 ชาติยุโรป คาดทยอยยกเลิกภาษีสินค้านอร์เวย์กว่า 98% ภายใน 7 ปี
-
ขยายขอบเขตความร่วมมือรอบด้าน: ข้อตกลงครอบคลุมการค้าสินค้า บริการ การลงทุน ทรัพย์สินทางปัญญา และการพัฒนาที่ยั่งยืน
-
ผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของไทย: ผู้ส่งออกไทยต้องจับตาสิทธิประโยชน์ทางภาษีรายสินค้า กฎถิ่นกำเนิด และมาตรฐานตลาดปลายทาง
-
ปรับกลยุทธ์สู้ศึกการค้าโลก: มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่ม พัฒนาคุณภาพสินค้า และใช้ข้อมูลวางแผนเจาะตลาดเพื่อรับมือความท้าทายใหม่
เวียดนามเดินหน้าขยายเครือข่ายการค้าระหว่างประเทศ หลังลงนาม FTA กับ 4 ชาติยุโรป ได้แก่ นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์ โดยคาดว่าจะทยอยยกเลิกภาษีสินค้าส่งออกของนอร์เวย์ไปเวียดนามมากกว่า 98% ภายใน 7 ปี ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนการแข่งขันด้านสิทธิประโยชน์ทางการค้าที่ผู้ส่งออกไทยต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
เวียดนามกำลังขยายโอกาสทางการค้ากับยุโรปอีกขั้น หลังลงนามข้อตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement: FTA) กับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (European Free Trade Association: EFTA) เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2569 ณ กรุงฮานอย ข้อตกลงดังกล่าวครอบคลุมประเทศสมาชิก EFTA ทั้ง 4 ประเทศ ได้แก่ นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์
การลงนามครั้งนี้เกิดขึ้นหลังทั้งสองฝ่ายสรุปการเจรจาได้ในเดือนกรกฎาคม 2569 โดยการเจรจาเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2555 ก่อนชะลอตัวไปและกลับมาเดินหน้าอีกครั้งในปี 2568 ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการค้าและมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่ผลักดันให้หลายประเทศเร่งกระจายความเสี่ยงและสร้างพันธมิตรทางการค้าใหม่
FTA เวียดนาม–EFTA ลดกำแพงภาษี เปิดโอกาสการค้าในระยะยาว
ข้อมูลจากรัฐบาลนอร์เวย์ระบุว่า เมื่อข้อตกลงมีผลบังคับใช้ สินค้าส่งออกของนอร์เวย์ไปยังเวียดนามประมาณครึ่งหนึ่งจะได้รับการยกเว้นภาษีศุลกากรทันที และสัดส่วนสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีจะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 98% ภายใน 7 ปี
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นเงื่อนไขการลดภาษีสำหรับสินค้าส่งออกของนอร์เวย์ไปยังเวียดนาม ไม่ควรตีความว่าเป็นอัตราการลดภาษีของสินค้าทุกประเภทจากทั้งสองฝ่ายในทิศทางเดียวกัน
นอกจากนี้ การลงนามยังไม่ได้หมายความว่าข้อตกลงมีผลบังคับใช้ทันที โดยข้อมูลจาก EFTA ระบุว่าสถานะการมีผลบังคับใช้ยังอยู่ระหว่างรอขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
ข้อตกลงครอบคลุมมากกว่าการค้าสินค้า โดยรวมถึงการค้าบริการ กฎถิ่นกำเนิดสินค้า การลงทุน ทรัพย์สินทางปัญญา มาตรการเยียวยาทางการค้า การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ตลอดจนประเด็นด้านการค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน
สินค้าหลักที่เชื่อมโยงตลาดเวียดนามกับ EFTA
ข้อมูลจากกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนามระบุว่า สินค้าส่งออกสำคัญของเวียดนามไปยังตลาด EFTA ได้แก่
-
อาหารทะเล ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการลดภาษีตามเงื่อนไขของข้อตกลง
-
รองเท้าและสิ่งทอ ซึ่งแข่งขันในตลาดต่างประเทศทั้งด้านราคา คุณภาพ และความสามารถในการส่งมอบ
-
เครื่องจักรและอุปกรณ์
-
ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
ส่วนสินค้าที่เวียดนามนำเข้าจากประเทศสมาชิก EFTA ประกอบด้วยเครื่องจักรและอุปกรณ์อุตสาหกรรม เคมีภัณฑ์ เวชภัณฑ์ และวัตถุดิบสำหรับภาคการผลิต
กระทรวงการค้าเวียดนามระบุด้วยว่า มูลค่าการค้าระหว่างเวียดนามกับประเทศสมาชิก EFTA เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนขนาดความสัมพันธ์ทางการค้าที่ทั้งสองฝ่ายต้องการต่อยอดผ่านข้อตกลงใหม่
ผู้ส่งออกไทยต้องจับตาอะไรจาก FTA ฉบับนี้
สำหรับไทย ประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงการที่เวียดนามมีข้อตกลงการค้าเพิ่มขึ้น แต่คือผลที่อาจเกิดขึ้นต่อการแข่งขันในตลาดปลายทางและห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเมื่อสินค้าจากเวียดนามได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามเงื่อนไข FTA
1. เปรียบเทียบสิทธิภาษีรายสินค้า
ผู้ส่งออกไทยควรตรวจสอบอัตราภาษีที่เวียดนามได้รับตามข้อตกลง เทียบกับอัตราที่สินค้าไทยต้องชำระในตลาดเดียวกัน โดยพิจารณาเป็นรายพิกัดศุลกากร ไม่ควรสรุปว่าผู้ส่งออกเวียดนามจะได้เปรียบทุกสินค้า เพราะเงื่อนไขภาษีและระยะเวลาการลดภาษีแตกต่างกันตามประเภทสินค้า
2. ติดตามกฎถิ่นกำเนิดสินค้าและมาตรฐานตลาด
การได้รับสิทธิภาษีภายใต้ FTA มักต้องเป็นไปตามกฎถิ่นกำเนิดสินค้าและเงื่อนไขอื่นที่กำหนด ผู้ประกอบการไทยจึงควรให้ความสำคัญกับแหล่งวัตถุดิบ กระบวนการผลิต เอกสารประกอบการส่งออก และมาตรฐานของประเทศปลายทาง ซึ่งล้วนมีผลต่อความสามารถในการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า
3. แข่งขันด้วยมูลค่าเพิ่ม ไม่ใช่ราคาเพียงอย่างเดียว
หากคู่แข่งได้รับสิทธิภาษีที่เอื้อประโยชน์มากกว่า ผู้ส่งออกไทยอาจต้องทบทวนโครงสร้างต้นทุนและกลยุทธ์ราคา พร้อมยกระดับคุณภาพสินค้า การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การส่งมอบที่ตรงเวลา และบริการหลังการขาย เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
4. ใช้ FTA เป็นเครื่องมือวางแผนตลาด
ผู้ประกอบการควรติดตามความคืบหน้าของข้อตกลงและประเมินโอกาสในตลาด EFTA ควบคู่กับการพิจารณาตลาดอื่นที่มีศักยภาพ การวางแผนควรอาศัยข้อมูลภาษี ความต้องการของผู้บริโภค ต้นทุนโลจิสติกส์ และข้อกำหนดการนำเข้า เพื่อเลือกตลาดและสินค้าที่เหมาะสมกับธุรกิจ
การกระจายตลาดการค้า ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
การลงนาม FTA ระหว่างเวียดนามกับ EFTA เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่ประเทศต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับการขยายเครือข่ายการค้าและลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป โดยเฉพาะในช่วงที่มาตรการภาษีและความตึงเครียดทางการค้าส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนและการจัดหาสินค้าระหว่างประเทศ
สำหรับไทย การติดตามข้อตกลงการค้าของคู่แข่งจึงเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนส่งออก ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบความได้เปรียบด้านภาษี การปรับปรุงกระบวนการผลิต หรือการสร้างความแตกต่างให้สินค้าไทยตอบโจทย์ตลาดมากขึ้น
FTA เวียดนาม–EFTA เพิ่มทางเลือกให้ผู้ประกอบการทั้งสองฝ่าย แต่ผลต่อการแข่งขันของไทยจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขภาษีรายสินค้า กฎถิ่นกำเนิด และความพร้อมของผู้ส่งออกในการปรับกลยุทธ์ ไม่ใช่เพียงจำนวนข้อตกลงการค้าที่แต่ละประเทศมี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

THINK TRADE THINK “DITP” พาเจาะลึก “ธุรกิจในตำนาน” ของไทย กับบทเรียนแห่งการยืนหยัดในโลกที่ไม่เคยหยุดเปลี่ยน
ธุรกิจไทยในตำนานปรับตัวสู่ยุคดิจิทัลเพื่อความยั่งยืน! พบเรื่องราวแบรนด์ดังอย่าง มาม่า แม่ประนอม และศรีจันทร์ ในนิตยสาร THINK TRADE THINK DITP ฉบับที่ 99 โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)

วิจัยกรุงศรีประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 เข้าสู่ปีแห่งการประคองตัว ท่องเที่ยวหนุนฟื้น แต่ส่งออกเสี่ยงหดตัว
วิจัยกรุงศรีประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 โต 2.0% เข้าสู่ปีแห่งการประคองตัว ท่องเที่ยวช่วยพยุง แต่ส่งออกเสี่ยงหดตัว 0.4% พร้อมจับตาแรงกดดันจากภาษีสหรัฐฯ และภาวะสินค้าจีน-สหรัฐฯ ทะลักตลาด

พาณิชย์แนะ SMEs ใช้สิทธิ FTA เจาะตลาดใหม่ รับ FTA ไทย-EFTA
ตัวเลขล่าสุดจากกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ตอกย้ำสถานะของประเทศไทยในฐานะผู้เล่นสำคัญบนเวทีการค้าเสรีโลก โดยยอดการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ในช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2569 มีมูลค่ารวมสูงถึง 1.57 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 48,069 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 7.33%

ถอดรหัสวัยรุ่นพันล้านแห่งเวียดนาม Nguyễn Hà Linh
Nguyễn Hà Linh คือวัยรุ่นชาวเวียดนามที่เริ่มต้นธุรกิจด้วยเงินเพียง 300 บาท ก่อนเติบโตสู่ Forbes 30 Under 30 ในฐานะ Co-Founder ร้านอาหารไทย Koh Yam กว่า 12 สาขา และผู้ก่อตั้งคอมมูนิตี้ Nghiện Nhà สมาชิกกว่า 2.5 ล้านคน ด้วยปรัชญา Hyper-Analytical Passion

นายกฯ ออกแถลงการณ์ ประกาศนำเข้าพลังงาน เครื่องบิน สินค้าเกษตร จากสหรัฐฯ เพิ่ม
นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ออกแถลงการณ์ ท่าทีของประเทศไทยกับนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ระบุ ภาษี ทรัมป์ กระทบหนัก สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ อาหารแปรรูป สินค้าเกษตร เตรียมเพิ่มการนำเข้าสินค้าพลังงาน เครื่องบิน สินค้าเกษตร จากสหรัฐฯ เพิ่ม

เวียดนามเล่นใหญ่: ดานังกับแผนปฏิวัติเศรษฐกิจที่จะเขย่าภูมิภาค
เวียดนามเล่นใหญ่! ดานังเตรียมกลายเป็นเขตการค้าเสรีแห่งแรก ควบรวมเป็นมหานครยักษ์ พร้อมท้าทายสิงคโปร์ในการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอาเซียน—การเปลี่ยนแปลงที่จะเขย่าทั้งภูมิภาค รวมทั้งประเทศไทย
