
ถอดรหัสวัยรุ่นพันล้านแห่งเวียดนาม Nguyễn Hà Linh
สรุปประเด็น
ปี 2026 นี้นับเป็นหมุดหมายสำคัญแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและเวียดนาม ซึ่งความผูกพันนี้ไม่ได้สะท้อนผ่านแค่มิติทางเศรษฐกิจระดับชาติ แต่ยังซึมลึกอยู่ในไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรม โดยเฉพาะ "อาหาร" และหากจะหาใครสักคนที่เป็นตัวแทนของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่เชื่อมโยงสายใยทางธุรกิจและวัฒนธรรมของทั้งสองชาติได้อย่างสมบูรณ์แบบ ชื่อของ Nguyễn Hà Linh (เหงียน ฮา ลินห์) คือผู้นำที่โดดเด่นที่สุดในยุคนี้
ในฐานะ Co-Founder และ CMO เธอกำลังขับเคลื่อน Koh Yam (Bếp Thái Koh Yam) เครือร้านอาหารไทยยอดฮิตที่ครองใจชาวเวียดนามจนเดินหน้าขยายสาขาไปแล้วกว่า 12 แห่ง จุดเริ่มต้นของอาณาจักรอาหารไทยนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ แต่เกิดจากการเดินทางและความหลงใหลส่วนตัวที่เธอมีต่อมนต์เสน่ห์ของรสชาติอาหารไทย
Linh มองเห็น "ช่องว่างขนาดใหญ่" ในตลาด F&B ของเวียดนาม เธอพบว่าชาวเวียดนามจำนวนมากชื่นชอบอาหารไทย แต่ในตลาดยังขาดแคลนร้านที่สามารถเสิร์ฟรสชาติจัดจ้านแบบต้นตำรับ ในขณะเดียวกันก็ต้องมอบประสบการณ์และบรรยากาศที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ในราคาที่เข้าถึงได้ เธอจึงเปลี่ยนแพสชันที่มีต่ออาหารไทยให้กลายเป็นโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่ง จน Koh Yam กลายเป็นเสมือนสะพานเชื่อมวัฒนธรรมที่ทำให้คนเวียดนามได้สัมผัสรสชาติความเป็นไทยในทุกๆ วัน
เริ่มต้นธุรกิจด้วยเงินเพียง 250,000 ดอง (หลักร้อยบาท)
เมื่อมองย้อนกลับไป เส้นทางของเธอไม่ได้ปูด้วยกลีบกุหลาบหรือเงินทุนก้อนโต การก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำใน Entrepreneurial Growth Hub ของเวียดนามเริ่มต้นจากการควักเงินทุนเพียง 250,000 ดอง (ประมาณ 300 กว่าบาท) เพื่อเริ่มต้นค้าขาย
จากเด็กสาววัย 16 ปีที่รับกระเป๋ามาขายเพื่อน สู่การตัดสินใจครั้งใหญ่ในวัย 19 ปีด้วยการทิ้งใบปริญญา ลาออกจากมหาวิทยาลัยมาเปิดศูนย์ติว IELTS อย่างเต็มตัว ประสบการณ์จากเงินทุนก้อนเล็กๆ ในวันนั้นหล่อหลอมให้เธอเข้าใจคุณค่าของการลงมือทำ (Execution) และรู้วิธีการ Scale ธุรกิจจากศูนย์ให้เติบโตได้อย่างรวดเร็ว

ที่มา vietcetera.com
ปั้นคอมมูนิตี้ "Nghiện Nhà" สู่ชุมชน 2.5 ล้านคน
นอกจากความสำเร็จในวงการอาหาร Linh ยังเป็น Mastermind ผู้อยู่เบื้องหลังการสร้าง Digital Footprint ที่ทรงพลังที่สุดแห่งหนึ่งในเวียดนาม เธอคือผู้ก่อตั้งและแอดมินกลุ่ม Facebook "Nghiện Nhà" (คนติดบ้าน)
สิ่งที่เริ่มต้นจากแพสชันส่วนตัวในการรักการแต่งบ้าน ได้ถูกยกระดับกลายเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมในช่วงวิกฤตโควิด-19 จนปัจจุบันมีสมาชิกทะลุ 2.5 ล้านคน คอมมูนิตี้แห่งนี้ไม่ได้เป็นแค่พื้นที่แชร์ไอเดีย แต่เป็น Data Pool ขนาดใหญ่ที่ทำให้เธอเข้าใจ Insight ของผู้บริโภค และสามารถนำไปต่อยอดโอกาสทางธุรกิจได้อย่างมหาศาล
ขยายพอร์ตโฟลิโออย่างชาญฉลาด
ในโลกของการบริหารธุรกิจ Linh ไม่เชื่อในการนำไข่ทั้งหมดใส่ไว้ในตะกร้าใบเดียว นอกเหนือจากการปลุกปั้นแบรนด์ Koh Yam ให้เป็นร้านอาหารไทยเบอร์ต้นๆ แล้ว เธอยังกระจายความเสี่ยงและต่อยอดความสำเร็จไปสู่ธุรกิจแฟรนไชส์กาแฟชื่อดังอย่าง Cộng Cà Phê รวมถึงการรุกเข้าสู่ตลาดโฮมสเตย์, Airbnb และการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งตอกย้ำให้เห็นถึงทักษะการมองภาพรวมธุรกิจที่รอบด้าน
เคล็ดวิชา “Hyper-Analytical Passion”
สิ่งที่ทำให้ Nguyễn Hà Linh ยืนหยัดและเติบโตในโลกธุรกิจที่แข่งขันสูงได้ คือปรัชญาการทำงานที่เรียกว่า "Hyper-Analytical Passion"
เธอเชื่อว่าความหลงใหล (Passion) คือเชื้อเพลิงชั้นดี แต่ธุรกิจจะอยู่รอดและขยายตัวได้จริงต้องขับเคลื่อนด้วย "ตัวเลขและการวิเคราะห์" (Analytics) เธอมักจะให้ความสำคัญอย่างหนักกับโมเดลการควบคุมต้นทุน การวัดผลตอบแทน และยอดขาย ทุกการตัดสินใจที่ดูเหมือนทำตามความชอบส่วนตัว—ไม่ว่าจะเป็นการเปิดร้านอาหารไทยหรือทำคอมมูนิตี้คนรักบ้าน—ล้วนถูกแบ็คอัปด้วยการคำนวณมาอย่างรัดกุมเสมอ
ในวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม Nguyễn Hà Linh จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่กรณีศึกษาของผู้หญิงที่ติดทำเนียบ Forbes 30 Under 30 แต่เธอคือบทเรียนที่มีชีวิตที่แสดงให้เห็นว่า การนำแพสชันมาผสานรวมกับการวิเคราะห์ที่แม่นยำ สามารถสร้างอาณาจักรธุรกิจที่เชื่อมโยงผู้คนและข้ามพรมแดนทางวัฒนธรรมได้อย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับสัญญาณจีน-เวียดนาม พันธมิตรเศรษฐกิจสู้ศึกสงครามการค้ากับสหรัฐฯ?
วิเคราะห์การเยือนเวียดนามของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ เผยจุดยืนของจีนต่อสงครามการค้า เป้าหมาย 6 ประการในความร่วมมือจีน-เวียดนาม และการเสริมสร้างความเป็นพันธมิตรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จากสายลมแห่งการต่อสู้ สู่สะพานเชื่อมเศรษฐกิจ: 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม พีรพล ตริยะเกษม
จากนักศึกษาธรรมศาสตร์ผู้ลุกขึ้นต่อต้านสงครามเวียดนาม พีรพล ตริยะเกษม ก้าวสู่บทบาทฟันเฟืองลับหลังการทูต ช่วยปูทางเปิดความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนามปี 2519 ก่อนจะรับบทสะพานเชื่อมทุนไทย–ต่างชาติ บุกเบิกการลงทุนยุค ‘โด่ย เหมย’ แปรสนามรบเป็นสนามการค้า จนวันนี้เวียดนามก้าวขึ้นเป็นเสือเศรษฐกิจตัวใหม่ของเอเชีย

สหรัฐฯ-เวียดนามบรรลุข้อตกลงภาษีใหม่ ไทยเสี่ยงเสียเปรียบส่งออก
ข้อตกลงภาษีสหรัฐฯ-เวียดนามสร้างแรงกดดันให้ไทยต้องเร่งเจรจา หวังได้อัตราภาษีส่งออกที่แข่งขันได้ มิฉะนั้นอาจสูญเสียส่วนแบ่งตลาดสหรัฐฯ และกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในระยะสั้นและยาว

เวียดนามพลิกเกมอุตสาหกรรม: โฮจิมินห์ซิตี้สู่ฐานการผลิตเทคโนโลยีอาเซียน
เวียดนามเดินหมากใหญ่ ปรับโครงสร้างนิคมอุตสาหกรรมโฮจิมินห์ ดึงทุนระดับโลก สร้างฐานการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง ตั้งเป้าดึงเงินลงทุนกว่า 21,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมท้าทายความสามารถแข่งขันของไทยในทศวรรษใหม่

รัฐบาลเวียดนามเร่งสร้างผู้นำเยาวชนดิจิทัล ผ่านการอบรมเข้มข้น 30 วัน
รัฐบาลเวียดนามได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการพัฒนาศักยภาพผู้นำเยาวชนในยุคดิจิทัล ผ่านโครงการอบรมเข้มข้น 30 วัน ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 2,700 คน จากเจ้าหน้าที่สหภาพเยาวชน สมาคม และเยาวชนผู้บุกเบิกทั่วประเทศ โครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นการถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญเพื่อสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่พร้อมขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคต

ผนึกกำลังเป็นศูนย์กลางการผลิตแห่งอนาคต ไทย-เวียดนาม
ประเทศไทยและเวียดนามจับมือเปลี่ยนเกมเศรษฐกิจ จากคู่แข่งสู่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านผ่านยุทธศาสตร์ Three Connects มุ่งผสานจุดแข็งผลักดัน 5 อุตสาหกรรมศักยภาพสูงอย่าง พลังงานสะอาด, ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อยกระดับซัพพลายเชนอาเซียนให้เป็นศูนย์กลางการผลิตแห่งอนาคตในเวทีโลกอย่างยั่งยืน
