
สหรัฐฯ-เวียดนามบรรลุข้อตกลงภาษีใหม่ ไทยเสี่ยงเสียเปรียบส่งออก
Key Takeaway
-
สหรัฐฯ และเวียดนามตกลงกรอบภาษีใหม่: สหรัฐฯ จะเก็บภาษี 20% กับสินค้าส่งออกเวียดนาม และ 40% สำหรับสินค้าทรานชิปเมนต์ ขณะที่เวียดนามยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ.
-
ข้อตกลงนี้ลดแรงกดดันจากภาษีเดิมที่เคยสูงถึง 46% และถือเป็นกรณีตัวอย่างสำหรับการเจรจาของไทยกับสหรัฐฯ ที่กำลังดำเนินอยู่.
-
ผู้ประกอบการไทยเสี่ยงเสียเปรียบ หากไทยได้อัตราภาษีสูงกว่าเวียดนาม โดยเฉพาะกลุ่มเกษตร อาหาร เสื้อผ้า อิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบนำเข้าจากจีน.
-
ไทยอาจต้องเร่งเจรจาเพื่อขออัตราภาษีที่ใกล้เคียงหรือดีกว่าเวียดนาม ไม่เช่นนั้นอาจถูกเก็บภาษี 36% ส่งผลต่อมูลค่าส่งออกและเศรษฐกิจโดยรวม
รายละเอียดการเจรจาภาษีการค้าระหว่างสองประเทศ
การเจรจาภาษีการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและเวียดนามที่เพิ่งบรรลุข้อตกลงเมื่อวันที่ 2–3 กรกฎาคม 2025 มีสาระสำคัญดังนี้
-
สหรัฐฯ จะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากเวียดนามที่ 20% ลดลงจากที่เคยประกาศไว้สูงสุด 46% ก่อนหน้านี้
-
สินค้าที่เป็นการ “ส่งผ่าน” (transshipment) คือสินค้าจากประเทศอื่นที่ถูกส่งไปยังเวียดนามเพื่อเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยก่อนส่งต่อไปยังสหรัฐฯ จะถูกเก็บภาษีสูงถึง 40% เพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษี โดยเฉพาะกรณีสินค้าจากจีน
-
เวียดนามตกลงยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ เหลือ 0% เปิดตลาดให้สินค้าสหรัฐฯ เข้าเวียดนามโดยไม่เสียภาษีศุลกากร
-
ข้อตกลงนี้เป็นผลจากการเจรจาเข้มข้นหลายสัปดาห์ และต้องบรรลุผลก่อนเส้นตายวันที่ 9 กรกฎาคม 2025 มิฉะนั้นจะถูกเก็บภาษีในอัตราเดิมที่สูงกว่า
-
ผู้นำทั้งสองประเทศหารือโดยตรง ผ่านการพูดคุยทางโทรศัพท์ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม โต เลิม
-
เวียดนามเสนอให้สหรัฐฯ ยอมรับสถานะ “เศรษฐกิจแบบตลาด” (market economy) เพื่อขอผ่อนคลายข้อจำกัดทางการค้าบางประการในอนาคต
-
ข้อตกลงนี้เป็นดีลที่ 3 ของสหรัฐฯ ต่อจากอังกฤษและจีน โดยประเทศอื่นๆ ในเอเชียและตลาดเกิดใหม่ต่างจับตา เพราะอาจเป็นบรรทัดฐานใหม่ของอัตราภาษีการค้ากับสหรัฐฯ
ข้อตกลงนี้สะท้อนความพยายามของสหรัฐฯ ในการควบคุมปัญหาการหลีกเลี่ยงภาษีผ่านการส่งผ่านประเทศที่สาม และเปิดตลาดเวียดนามให้สินค้าสหรัฐฯ อย่างเต็มรูปแบบ ขณะเดียวกันก็สร้างแรงกดดันให้ประเทศคู่ค้าอื่นๆ เช่น ไทย ต้องเร่งเจรจาเพื่อให้ได้อัตราภาษีที่แข่งขันได้เช่นเดียวกัน
ผลกระทบสำคัญต่อการส่งออกไทย
-
แรงกดดันให้ไทยต้องเร่งเจรจา: ข้อตกลงนี้กลายเป็น "บรรทัดฐานใหม่" ที่สหรัฐอาจใช้ต่อรองกับไทย หากไทยไม่สามารถเจรจาอัตราภาษีที่ต่ำกว่าเวียดนามได้ จะเสียเปรียบในการแข่งขัน
-
ความเสี่ยงด้านต้นทุน: แม้อัตราภาษีเท่ากัน ไทยยังเสียเปรียบเวียดนามเพราะต้นทุนการผลิตสูงกว่าราว 5–10% ทำให้สินค้าส่งออกของไทยมีราคาสูงกว่า
-
กลุ่มสินค้าที่กระทบหนัก: สินค้าเกษตร อาหาร เสื้อผ้า รองเท้า อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ จะเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ
-
ผลต่อการลงทุนและภาพลักษณ์: ไทยอาจถูกมองว่าเป็นฐานการผลิตที่มีความเสี่ยง ส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ลดลง
-
โอกาสต่อรอง: ไทยมีจุดแข็งเรื่องการควบคุมปัญหาสวมสิทธิ์แหล่งกำเนิดสินค้า (transshipment) หากใช้ประเด็นนี้ต่อรอง อาจได้อัตราภาษีต่ำกว่าเวียดนาม
ข้อตกลงสหรัฐ–เวียดนามสร้างแรงกดดันให้ไทยต้องเร่งเจรจาเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน หากไทยได้อัตราภาษีสูงกว่าหรือเท่ากับเวียดนาม ผู้ประกอบการไทยจะเสียเปรียบทั้งด้านต้นทุนและโอกาสการส่งออกในตลาดสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

UNCTAD ห่วง 28 ประเทศ เสี่ยงวิกฤตจากมาตรการภาษีตอบโต้ของ 'ทรัมป์'
UNCTAD เปิดเผยรายชื่อ 28 ประเทศยากจนที่เสี่ยงเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรงจากมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ แม้แต่ละประเทศมีส่วนในการขาดดุลการค้าน้อยกว่า 0.1% แต่กลับถูกเรียกเก็บภาษีสูงถึง 50%

เราจะเอาไงดีกับภาษีพิสดารของ Trump
วิเคราห์ การประกาศนโยบายขึ้นภาษีตอบโต้การค้า (reciprocal tariff) ของประธานาธิบดี Trump

ทรัมป์ปรับลดภาษีไทยเหลือ 19% อาเซียนรอด หนักสุดลาว-เมียนมาร์โดน 40%
ทรัมป์ประกาศลดภาษีนำเข้าไทยเหลือ 19% จากที่ประกาศไว้เดิม 36% รัฐบาลไทยชี้เป็นชัยชนะด้านการค้า รักษาศักยภาพส่งออกในเวทีโลก สิงคโปร์คว้าอัตราต่ำสุดในภูมิภาคอาเซียน

DITP เปิดศูนย์ให้คำปรึกษา ผู้ส่งออกรับมือภาษีสหรัฐฯ
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดศูนย์ One Stop Service วันที่ 7 ส.ค. 2568 เพื่อช่วยผู้ประกอบการไทยรับมือภาษีนำเข้าสหรัฐฯ 19% พร้อมปรับแผนสนับสนุน SMEs และเร่งมาตรการส่งออกใหม่ทั่วโลก

ถอดรหัสวัยรุ่นพันล้านแห่งเวียดนาม Nguyễn Hà Linh
Nguyễn Hà Linh คือวัยรุ่นชาวเวียดนามที่เริ่มต้นธุรกิจด้วยเงินเพียง 300 บาท ก่อนเติบโตสู่ Forbes 30 Under 30 ในฐานะ Co-Founder ร้านอาหารไทย Koh Yam กว่า 12 สาขา และผู้ก่อตั้งคอมมูนิตี้ Nghiện Nhà สมาชิกกว่า 2.5 ล้านคน ด้วยปรัชญา Hyper-Analytical Passion

ปีเตอร์ นาวาร์โร : ผู้ทรงอิทธิพลเบื้องหลังนโยบายภาษีตอบโต้ของทรัมป์
ปีเตอร์ เคนท์ นาวาร์โร คือใคร ทำไมเขาถึงมีอิทธิพลอย่างมากต่อนโยบายการค้าของทรัมป์ และอะไรคือแนวคิดหลักเบื้องหลังนโยบายภาษีตอบโต้ที่กำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก
