Webull เข้าซื้อกิจการ บล.พาย เพื่อเสริมแพลตฟอร์มดิจิทัลในไทย

Webull เข้าซื้อกิจการ บล.พาย เพื่อเสริมแพลตฟอร์มดิจิทัลในไทย

สรุปประเด็น

Webull แพลตฟอร์มการลงทุนดิจิทัลระดับโลก ทุ่มงบเกือบ 3 พันล้านบาท เข้าซื้อกิจการ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) (บล.พาย) เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 นับเป็นดีลสำคัญที่สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์อุตสาหกรรมหลักทรัพย์ไทยสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว ดีลนี้จะช่วยให้ Webull สามารถต่อยอดธุรกิจให้ครบวงจร และรองรับแนวโน้มที่อุตสาหกรรมโบรกเกอร์จะลดการพึ่งพิงรายได้จากค่าคอมมิชชั่น ซึ่งเป็นสัญญาณการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นในตลาดทุนไทย

การเข้าซื้อกิจการ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ บล.พาย โดย Webull ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการลงทุนดิจิทัลชั้นนำระดับโลก ด้วยมูลค่าเกือบ 3 พันล้านบาท ถือเป็นข่าวใหญ่ที่เขย่าวงการธุรกิจหลักทรัพย์ไทย การเซ็นสัญญาซื้อขายกิจการมีขึ้นเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ซึ่งการเคลื่อนไหวครั้งนี้ได้ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ต้องประกาศขึ้นเครื่องหมาย H หุ้นของ บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ CGH ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บล.พาย เพื่อรอความชัดเจนของข้อมูล

การตัดสินใจเข้าซื้อกิจการครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ของ Webull ที่มุ่งขยายฐานธุรกิจให้ครอบคลุมและครบวงจรมากขึ้นในตลาดหลักทรัพย์ไทย ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมมองว่าดีลนี้เป็นการเร่งปรับตัวของ Webull ให้สอดรับกับเทรนด์สำคัญของอุตสาหกรรมโบรกเกอร์ทั่วโลก ที่กำลังลดการพึ่งพารายได้จากค่าคอมมิชชั่น และหันไปพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เข้าถึงง่าย มีฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย และตอบโจทย์นักลงทุนยุคใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับผู้บริหารองค์กรและนักลงทุนสถาบัน การเข้าลงทุนของ Webull ไม่เพียงแต่เพิ่มผู้เล่นรายใหม่ที่มีศักยภาพ แต่ยังส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดหลักทรัพย์ไทย ที่จะถูกขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมดิจิทัลและการแข่งขันด้านบริการที่เข้มข้นยิ่งขึ้น สิ่งนี้จะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานการให้บริการทางการเงิน และอาจเปิดโอกาสให้บริษัทขนาดใหญ่สามารถเข้าถึงเครื่องมือการลงทุนและแหล่งเงินทุนใหม่ๆ ผ่านช่องทางดิจิทัลที่ทันสมัย

ในมุมมองของภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย การเข้ามาของ Webull ผ่านการเข้าซื้อกิจการ บล.พาย ตอกย้ำถึงความน่าสนใจของตลาดไทยในสายตานักลงทุนต่างชาติ และความจำเป็นที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมหลักทรัพย์จะต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์ด้านการลงทุน ที่เน้นประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และการเข้าถึงด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งในระยะยาวจะส่งผลดีต่อการพัฒนาตลาดทุนของประเทศให้แข็งแกร่งและก้าวหน้ายิ่งขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง