WHA ชี้ AI พลิกเกม SME ไทย ดัน Data Center–Automation รับมือสังคมสูงวัย เปิดทางเศรษฐกิจใหม่

WHA ชี้ AI พลิกเกม SME ไทย ดัน Data Center–Automation รับมือสังคมสูงวัย เปิดทางเศรษฐกิจใหม่

สรุปประเด็น

  • AI ตัวช่วยลดภาระงานหลังบ้าน SME: ช่วยจัดการเอกสาร บัญชี และข้อมูลเบื้องต้น ลดต้นทุนค่าใช้จ่าย พร้อมเริ่มต้นใช้งานจากปัญหาที่ชัดเจน

  • องค์กรใหญ่ลดต้นทุนที่ปรึกษาได้ถึง 70%: WHA เผยตัวอย่างการใช้ AI ช่วยยกร่างเอกสารมาตรฐานการเงิน ลดค่าใช้จ่ายจาก 1 ล้านบาทเหลือ 300,000 บาท

  • 3 แนวทางผลักดัน SME ใช้ AI เต็มศักยภาพ: ตั้งศูนย์ฝึกอบรมกรณีใช้งานจริง, ส่งเสริม AI Service ที่พร้อมใช้ และเริ่มจากโจทย์ที่วัดผลได้จริง

  • 3 เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของไทย: จับตาการเติบโตของ Data Center, Semiconductor, และ Biotech/Automation รับมือวิกฤตแรงงานสูงวัย

WHA Group มอง AI เป็นเครื่องมือเพิ่มผลิตภาพธุรกิจ ตั้งแต่การลดภาระงานหลังบ้านของ SME ไปจนถึงการลดต้นทุนที่ปรึกษาในองค์กรขนาดใหญ่ พร้อมชี้โอกาสเติบโตของ Data Center เซมิคอนดักเตอร์ หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ ท่ามกลางข้อจำกัดด้านแรงงานและการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมสูงวัย

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนวิธีดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่งานเอกสารและบัญชี ไปจนถึงการบริหารจัดการโรงงานและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สำหรับประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เป็นเพียงโอกาสของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ แต่ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและควบคุมต้นทุนได้มากขึ้น

ณัฐพรรษ ตันบุญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงินกลุ่ม (Group CFO) ของบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group สะท้อนมุมมองว่า AI สามารถเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ หากผู้ประกอบการเริ่มจากการทำความเข้าใจปัญหาที่ต้องการแก้ไข แล้วเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับกระบวนการทำงาน

ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า AI ทำอะไรได้บ้าง แต่คือธุรกิจจะนำ AI มาใช้ลดต้นทุน เพิ่มผลิตภาพ และสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้อย่างไร

AI ลดภาระงานหลังบ้าน SME เริ่มต้นได้โดยไม่ต้องลงทุนสูง

หนึ่งในข้อจำกัดของ SME คือการมีบุคลากรจำกัด แต่ต้องรับผิดชอบงานหลายด้าน โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กที่มีพนักงานเพียงไม่กี่คน ซึ่งเจ้าของกิจการอาจต้องแบ่งเวลาระหว่างการขาย การดูแลลูกค้า การจัดการสินค้า และงานบัญชี

งานหลังบ้านอย่างการจัดทำเอกสาร ใบส่งของ การรวบรวมใบเสร็จ และการบันทึกค่าใช้จ่าย มักใช้เวลามากและต้องทำอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีระบบที่เหมาะสม เจ้าของกิจการอาจต้องทำงานนอกเวลาหรือเสียโอกาสในการพัฒนาธุรกิจด้านอื่น

ณัฐพรรษยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้เครื่องมือ Generative AI เช่น ChatGPT หรือ Copilot เพื่อช่วยจัดการข้อมูลจากเอกสารและสรุปรายการที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่าค่าใช้บริการในตัวอย่างอยู่ที่ประมาณ 700 บาทต่อเดือน ซึ่งอาจช่วยลดภาระงานบางส่วนที่เดิมต้องใช้เวลาของบุคลากรหลายคน

อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ที่ได้รับขึ้นอยู่กับลักษณะงาน คุณภาพของเอกสาร ระบบที่ใช้ และความสามารถในการเชื่อมต่อกับเครื่องมือทางธุรกิจอื่น ๆ การใช้ AI จึงควรเริ่มจากงานที่มีขั้นตอนชัดเจนและสามารถตรวจสอบผลลัพธ์ได้ ก่อนขยายไปสู่กระบวนการที่มีความซับซ้อนมากขึ้น

ใช้ AI กับงานเอกสารอย่างไรให้เกิดประโยชน์จริง

ผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นจากการใช้ AI ช่วยจำแนกเอกสาร สรุปข้อมูลจากใบเสร็จ รวบรวมรายการค่าใช้จ่าย หรือจัดเตรียมข้อมูลสำหรับนำเข้าสู่ระบบบัญชี โดยกำหนดขั้นตอนตรวจสอบก่อนนำข้อมูลไปใช้จริง

สิ่งที่ต้องระวังคือ AI อาจอ่านข้อมูลผิด ตีความเอกสารคลาดเคลื่อน หรือสร้างข้อมูลที่ไม่ตรงกับต้นฉบับได้ โดยเฉพาะเอกสารที่มีรูปแบบไม่สม่ำเสมอหรือภาพไม่ชัดเจน งานด้านบัญชีและภาษีจึงยังต้องอาศัยการตรวจสอบจากผู้รับผิดชอบหรือผู้เชี่ยวชาญตามความเหมาะสม

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการควรพิจารณาการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลลูกค้า และข้อมูลทางการเงินก่อนนำเอกสารเข้าสู่แพลตฟอร์ม AI โดยตรวจสอบเงื่อนไขการใช้งานและมาตรการรักษาความปลอดภัยของบริการนั้น ๆ

กรณี WHA ใช้ AI ช่วยงานบัญชี ลดค่าที่ปรึกษาจาก 1 ล้านบาทเหลือ 300,000 บาท

AI ไม่ได้จำกัดการใช้งานอยู่เฉพาะธุรกิจขนาดเล็กเท่านั้น องค์กรขนาดใหญ่สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนงานวิเคราะห์และการจัดทำเอกสารที่ต้องอาศัยความรู้เฉพาะทางได้เช่นกัน

ณัฐพรรษเปิดเผยกรณีของ WHA Group ที่นำ AI มาช่วยงานเกี่ยวกับมาตรฐานการรายงานทางการเงินใหม่ โดยใช้เครื่องมือดังกล่าวช่วยยกร่างเอกสาร สร้างแบบจำลองวิเคราะห์ และประเมินข้อกำหนดเบื้องต้น ก่อนนำผลไปหารือกับผู้สอบบัญชี (Auditor)

จากตัวอย่างที่เปิดเผย ค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาซึ่งอาจสูงถึง 1 ล้านบาท ลดลงเหลือประมาณ 300,000 บาท หรือคิดเป็นการลดค่าใช้จ่ายราว 70% เมื่อเทียบกับตัวเลขตั้งต้น

กรณีนี้สะท้อนบทบาทของ AI ในการช่วยเตรียมข้อมูลและเพิ่มความพร้อมของทีมงานก่อนเข้าสู่กระบวนการให้คำปรึกษา อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์มาตรฐานบัญชีและการจัดทำรายงานทางการเงินยังต้องผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การตีความและการปฏิบัติงานเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด

สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ ประโยชน์ของ AI จึงไม่ได้อยู่ที่การแทนที่ผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด แต่อยู่ที่การช่วยลดเวลาทำงานเบื้องต้น ทำให้บุคลากรมีข้อมูลสำหรับการตัดสินใจมากขึ้น และสามารถใช้เวลาของผู้เชี่ยวชาญกับประเด็นที่ต้องอาศัยวิจารณญาณและความรับผิดชอบสูง

ทำไม SME ไทยยังนำ AI ไปใช้ได้ไม่เต็มศักยภาพ

แม้เครื่องมือ AI จะเข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่ผู้ประกอบการบางส่วนยังไม่เห็นภาพว่าเทคโนโลยีจะช่วยแก้ปัญหาของธุรกิจตนเองได้อย่างไร

ณัฐพรรษมองว่า การสื่อสารเรื่อง AI ที่เน้นการแสดงความสามารถของเทคโนโลยีเป็นหลัก อาจยังไม่เพียงพอสำหรับ SME ซึ่งต้องการเห็นตัวอย่างการใช้งานที่เชื่อมโยงกับปัญหาจริง เช่น การลดเวลาทำบัญชี การจัดการคำสั่งซื้อ การตอบคำถามลูกค้า หรือการรวบรวมข้อมูลเพื่อวางแผนธุรกิจ

แนวทางที่เสนอเพื่อช่วยให้ SME เริ่มใช้งาน AI ได้ง่ายขึ้นมี 3 ประการ

1. สร้างศูนย์ฝึกอบรมที่เน้นกรณีใช้งานจริง

การฝึกอบรมควรสาธิตตั้งแต่การระบุปัญหา การเลือกเครื่องมือ การออกแบบขั้นตอนทำงาน ไปจนถึงการตรวจสอบผลลัพธ์ เพื่อให้ผู้ประกอบการเห็นภาพว่าจะนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจของตนเองอย่างไร

2. ส่งเสริมบริการ AI ที่พร้อมใช้งาน

การพัฒนา AI Service ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับ SME ช่วยลดภาระในการเลือกเครื่องมือและการตั้งค่าระบบ โดยเฉพาะบริการที่ตอบโจทย์งานเฉพาะด้าน เช่น เอกสาร บัญชี การจัดการสต็อก และบริการลูกค้า

3. เริ่มจากปัญหาที่ชัดเจนและวัดผลได้

ก่อนลงทุน ผู้ประกอบการควรสำรวจว่างานใดใช้เวลามาก มีต้นทุนสูง หรือเกิดข้อผิดพลาดบ่อย จากนั้นเลือกทดลองใช้ AI กับงานนั้น พร้อมกำหนดตัวชี้วัด เช่น เวลาที่ลดลง จำนวนข้อผิดพลาด ต้นทุนต่อรายการ และความพึงพอใจของลูกค้า

แนวทางนี้ช่วยให้การนำ AI มาใช้เป็นการลงทุนที่มีเป้าหมาย ไม่ใช่การนำเทคโนโลยีเข้ามาเพียงเพราะเป็นกระแส

3 เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่ WHA จับตา

นอกเหนือจากการนำ AI ไปใช้ในกระบวนการทำงาน ณัฐพรรษมองว่าไทยมีโอกาสต่อยอดการเติบโตผ่านอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและการผลิตมูลค่าสูง โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มสำคัญ

1. Data Center และเศรษฐกิจดิจิทัล

การเติบโตของ AI และบริการดิจิทัลเพิ่มความต้องการโครงสร้างพื้นฐานสำหรับจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล ทำให้ Data Center เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ต้องจับตา

โอกาสไม่ได้อยู่เฉพาะการลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูล แต่ยังครอบคลุมห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น อุปกรณ์เครือข่าย การบำรุงรักษา และบริการด้านความปลอดภัยดิจิทัล

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ต้องอาศัยความพร้อมด้านพลังงาน ระบบส่งไฟฟ้า น้ำ โครงข่ายสื่อสาร บุคลากร และการบริหารจัดการผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนในระยะยาว

2. Semiconductor และชิ้นส่วนเทคโนโลยีขั้นสูง

เซมิคอนดักเตอร์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เป็นส่วนประกอบสำคัญของระบบดิจิทัล ยานยนต์สมัยใหม่ อุปกรณ์สื่อสาร และระบบอัตโนมัติ

สำหรับไทย โอกาสอาจอยู่ในกิจกรรมการผลิตและประกอบชิ้นส่วน การทดสอบผลิตภัณฑ์ การพัฒนาซัพพลายเออร์ ตลอดจนการเพิ่มขีดความสามารถด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีการผลิต

การสร้างฐานอุตสาหกรรมให้แข่งขันได้จำเป็นต้องพัฒนาบุคลากรเฉพาะทาง ส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยี และเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้ากับห่วงโซ่อุปทานระดับโลก เพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มในประเทศมากกว่าการเป็นเพียงฐานการผลิตขั้นปลาย

3. Biotech, Automation และ Robotics

เทคโนโลยีชีวภาพ ระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์เป็นอีกกลุ่มที่มีโอกาสต่อยอดสู่ภาคการผลิต เกษตรกรรม โลจิสติกส์ และบริการสุขภาพ

ในภาคอุตสาหกรรม ระบบ Automation สามารถช่วยเพิ่มความสม่ำเสมอของกระบวนการผลิต ลดงานที่มีความเสี่ยง และช่วยให้ธุรกิจจัดสรรแรงงานไปทำงานที่ต้องใช้ทักษะสูงขึ้น ขณะที่ Robotics สามารถเข้ามาสนับสนุนงานที่ต้องทำซ้ำหรือมีข้อจำกัดด้านกำลังคน

สำหรับ Biotech โอกาสครอบคลุมการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตที่ใช้ความรู้ด้านชีววิทยา เช่น วัตถุดิบชีวภาพ อาหาร และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชีวภาพในอุตสาหกรรม ทั้งนี้ การต่อยอดเชิงพาณิชย์ยังต้องคำนึงถึงต้นทุน มาตรฐาน และข้อกำหนดของตลาดเป้าหมาย

AI และ Automation กับจังหวะเปลี่ยนผ่านของสังคมสูงวัย

ประเทศไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและข้อจำกัดด้านแรงงาน ซึ่งทำให้การเพิ่มผลิตภาพกลายเป็นโจทย์สำคัญของภาคธุรกิจ

ณัฐพรรษมองว่า การเข้ามาของ AI, Automation และ Robotics เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ไทยต้องการเครื่องมือช่วยรองรับการขาดแคลนแรงงานมากขึ้น โดยเฉพาะงานที่มีลักษณะซ้ำและกระบวนการที่สามารถทำให้เป็นมาตรฐานได้

ในมุมธุรกิจ เทคโนโลยีเหล่านี้อาจช่วยให้ผู้ประกอบการรักษากำลังการผลิตได้ แม้จำนวนแรงงานจะมีข้อจำกัด พร้อมเปิดโอกาสให้บุคลากรเปลี่ยนไปทำงานที่ต้องใช้ทักษะการวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการควบคุมระบบมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การใช้ระบบอัตโนมัติให้เกิดผลจำเป็นต้องพิจารณาความเหมาะสมของกระบวนการผลิต เงินลงทุนเริ่มต้น ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษา และความพร้อมของบุคลากร ไม่ใช่ทุกธุรกิจที่จะได้รับผลตอบแทนเท่ากันจากการลงทุนในเทคโนโลยีรูปแบบเดียวกัน

สิ่งสำคัญจึงเป็นการพัฒนาทักษะแรงงานควบคู่กับการลงทุน เพื่อให้คนสามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่านที่เกิดขึ้นรวดเร็วเกินไป

WHA มองไทยเป็นฐานผลิตและส่งออกในห่วงโซ่อุปทานโลก

ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ณัฐพรรษให้มุมมองต่อการปรับนโยบายสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ว่า การรักษาสมดุลระหว่างเทคโนโลยีทั้งสองกลุ่มมีความสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรม

สำหรับฐานการผลิตในนิคมอุตสาหกรรมของ WHA เขาระบุว่าผู้ผลิตรถยนต์ยังคงมองประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออก โดยเริ่มเห็นผู้ผลิตบางรายปรับแผนจากการนำเข้าสินค้าไปสู่การตั้งสายการผลิตในประเทศ เพื่อรองรับทั้งตลาดไทยและตลาดต่างประเทศ

การรักษาบทบาทดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยนโยบายที่มีความต่อเนื่อง โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับการผลิต และการพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศให้สามารถปรับตัวตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง

ขณะเดียวกัน การแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์จะไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือกเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงต้นทุนการผลิต ความพร้อมของห่วงโซ่อุปทาน ทักษะแรงงาน และความสามารถในการเข้าถึงตลาดส่งออก

บทสรุป: เปลี่ยน AI จากกระแสเทคโนโลยีให้เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจ

มุมมองจาก WHA Group สะท้อนว่า AI และระบบอัตโนมัติมีบทบาทได้ตั้งแต่ระดับธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการลดภาระงานหลังบ้าน ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์และควบคุมต้นทุน

ขณะเดียวกัน การเติบโตของ Data Center เซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีชีวภาพ และ Robotics เปิดโอกาสให้ไทยต่อยอดจากฐานการผลิตเดิมไปสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น แต่การสร้างโอกาสให้เกิดผลจริงต้องอาศัยความพร้อมด้านพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน เงินลงทุน และบุคลากร

สำหรับ SME จุดเริ่มต้นที่เหมาะสมคือการเลือกปัญหาที่ชัดเจน ทดลองใช้ AI กับงานที่วัดผลได้ และสร้างกระบวนการตรวจสอบข้อมูลให้รัดกุม ส่วนภาคอุตสาหกรรมต้องมองเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของแผนเพิ่มผลิตภาพและยกระดับทักษะแรงงานในระยะยาว

AI จะสร้างความได้เปรียบให้ธุรกิจไทยได้เมื่อสามารถเปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นผลลัพธ์ที่วัดได้ ทั้งการลดต้นทุน เพิ่มผลิตภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่ม ขณะที่ Data Center, Semiconductor และ Automation เป็นโอกาสสำคัญที่ต้องอาศัยความพร้อมของทั้งภาคธุรกิจและระบบเศรษฐกิจไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

AI Governance: เข็มทิศธุรกิจยุคปัญญาประดิษฐ์

AI Governance: เข็มทิศธุรกิจยุคปัญญาประดิษฐ์

AI Governance กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญของภาคธุรกิจในยุคปัญญาประดิษฐ์ ผู้เชี่ยวชาญชี้องค์กรจำเป็นต้องวางระบบกำกับดูแล AI เพื่อให้การใช้งานมีความโปร่งใส ลดความเสี่ยงจาก Data Bias และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พร้อมรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต

5 นาที
AI กับการทำงาน - โอกาสหรือภัยคุกคาม? (ตอนที่ 3)

AI กับการทำงาน - โอกาสหรือภัยคุกคาม? (ตอนที่ 3)

มากกว่าครึ่งหนึ่งของคนรุ่นใหม่ใช้ GenAI แล้ว และเชื่อว่าช่วยปรับปรุงคุณภาพงาน แต่กว่า 60% กังวลเรื่องการขจัดงาน ทำให้หลายคนมองหางาน "AI-proof" เพิ่มขึ้น ท่ามกลางการเตรียมพร้อมด้วยการเรียนรู้ทักษะใหม่และการยึดมั่นในทักษะด้านมนุษย์

6 นาที
Data Center ในไทย – คุ้มค่าต่อเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมจริงหรือ?

Data Center ในไทย – คุ้มค่าต่อเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมจริงหรือ?

TDRI เตือนการลงทุน Data Center อาจได้ไม่คุ้มเสีย เหตุใช้ทรัพยากรสูงแต่จ้างงานต่ำ เสนอโมเดลพัฒนาใหม่เน้นสร้างงานคุณภาพและความยั่งยืน เพื่อก้าวข้ามโลกเก่า

4 นาที
จากการค้าสู่ AI 'ไทย-จีน' ต่อยอดความร่วมมือหลากมิติ สร้างพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

จากการค้าสู่ AI 'ไทย-จีน' ต่อยอดความร่วมมือหลากมิติ สร้างพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย เยือนจีนอย่างเป็นทางการ เข้าร่วมประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก (WAIC) 2026 ณ นครเซี่ยงไฮ้ พร้อมนำคณะเข้าเยี่ยมชมบริษัทหุ่นยนต์ชั้นนำ AgiBot เพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีขั้นสูง มุ่งต่อยอดความร่วมมือทวิภาคีด้านการค้า การลงทุน และผลักดันไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน

4 นาที
คู่มือเลือกสถาปัตยกรรม AI ที่ปลอดภัยสำหรับองค์กร

คู่มือเลือกสถาปัตยกรรม AI ที่ปลอดภัยสำหรับองค์กร

คู่มือสำหรับผู้บริหารไทยในการเลือกสถาปัตยกรรม AI ที่ปลอดภัย มองครบทั้งข้อมูล โมเดล แพลตฟอร์ม และธรรมาภิบาล แยกใช้ Public, Enterprise, On‑premise และ Hybrid ให้ตรงระดับความเสี่ยงของข้อมูล พร้อมชุดคำถาม 5 ข้อช่วยเช็คความพร้อมด้านความปลอดภัย กฎระเบียบ และกลยุทธ์องค์กร ก่อนตัดสินใจลงทุนระบบ AI ระยะยาว

11 นาที
Work Life Festival 2026 ชวนคนทำงานอัปเกรดทักษะ รับโลกการทำงานยุค AI

Work Life Festival 2026 ชวนคนทำงานอัปเกรดทักษะ รับโลกการทำงานยุค AI

Work Life Festival 2026 ชวนคนทำงานเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงจาก AI ผ่านองค์ความรู้ด้านงาน การเงิน และทักษะแห่งอนาคต พร้อมวิทยากรกว่า 50 คนจากหลากหลายวงการ ร่วมแบ่งปันประสบการณ์และแนวคิดสู่การเติบโตในโลกการทำงานยุคใหม่

3 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง