
บสย. Quick Big Win วงเงิน 5 หมื่นล้าน อัดฉีด SMEs หนุนเศรษฐกิจฐานราก
กระทรวงการคลังเดินหน้าเร่งปลดล็อกการลงทุนและอัดฉีดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายปี 2568 โดยล่าสุดได้เสนอมาตรการ "Fast Pass" ต่อคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ เพื่ออำนวยความสะดวกและขจัดอุปสรรคให้กับโครงการลงทุนเร่งด่วนผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสามารถผลักดันเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้กว่า 3 แสนล้านบาท ควบคู่ไปกับมาตรการเสริมสภาพคล่องสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ได้ขานรับนโยบายด้วยโครงการค้ำประกันสินเชื่อ "บสย. Quick Big Win" วงเงิน 50,000 ล้านบาท ในขณะที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ยืนยันว่าเศรษฐกิจไทยพ้นจากสภาวะ "ติดหล่ม" แล้ว จากผลของการดำเนินมาตรการต่างๆ ที่ผ่านมา สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการเร่งฟื้นฟูและสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบเศรษฐกิจโดยรวม
การผลักดันมาตรการ "Fast Pass" มีเป้าหมายสำคัญเพื่อเร่งรัดให้เกิดการลงทุนใหม่ๆ และทำให้โครงการที่ค้างอยู่ของ BOI ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 4.7 แสนล้านบาท สามารถเดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว โดยกระทรวงการคลังได้วางแผนที่จะแก้ไขปัญหาและข้อจำกัดต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อนักลงทุนโดยตรง ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ที่ครอบคลุมถึง 12 มาตรการ ซึ่งรวมถึงการส่งเสริมและแก้ปัญหาหนี้สินให้กับ SMEs ด้วย การสนับสนุนผ่าน "บสย. Quick Big Win" จึงเข้ามาเติมเต็มช่องว่างด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพิ่มสภาพคล่องและลดความเสี่ยงให้กับ SMEs ด้วยวงเงินค้ำประกันถึง 50,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและสร้างการจ้างงาน มาตรการเหล่านี้ล้วนสะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปลดล็อกศักยภาพทางเศรษฐกิจให้เดินหน้าได้อย่างเต็มที่
การผสมผสานมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาวนี้ แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมของภาครัฐในการประคองและผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยในระยะสั้น มาตรการลดค่าครองชีพและโครงการ "คนละครึ่งพลัส" ที่สร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า 33,898 ล้านบาท ได้ช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศไปแล้ว ขณะที่มาตรการ "Fast Pass" และการปลดล็อกโครงการ BOI ถือเป็นการลงทุนเชิงโครงสร้างที่สำคัญ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในระยะยาวและดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชน สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทย นายเอกนิติได้ประเมินว่า ผลจากมาตรการเหล่านี้จะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาส 4 ปี 2568 เติบโตไม่ต่ำกว่า 1% และคาดการณ์ว่าภาพรวมทั้งปี 2568 จะเติบโตทะลุ 2% ตอกย้ำถึงสัญญาณบวกที่แข็งแกร่งและโอกาสในการฟื้นตัวอย่างเต็มที่ของเศรษฐกิจไทย ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจและนักลงทุนต่อไปในอนาคตอันใกล้
บสย. Quick Big Win: มาตรการพิเศษ 5 หมื่นล้านบาท เติมสภาพคล่อง SMEs ไทย ดันเศรษฐกิจฐานราก
ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เตรียมรับข่าวดี! หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบมาตรการเร่งด่วนเพื่อผู้ประกอบการ SMEs ภายใต้ชื่อ "Quick Big Win" ล่าสุด บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ได้เดินหน้ามาตรการค้ำประกันสินเชื่อชุดพิเศษ "บสย. Quick Big Win" วงเงินรวม 50,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของประเทศอย่างเต็มที่
มาตรการดังกล่าวถือเป็นกลไกสำคัญในการปลดล็อกปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและ Micro SMEs ที่ขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อให้แก่ SMEs มากขึ้น

🎯 จุดเด่น "บสย. Quick Big Win" ที่ SMEs ต้องรู้
มาตรการค้ำประกันสินเชื่อ "บสย. Quick Big Win" โดดเด่นด้วยการลดภาระทางการเงินและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อให้แก่ SMEs ผ่านจุดสำคัญดังนี้:
-
ฟรี! ค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 3 ปีแรก: ช่วยลดต้นทุนทางการเงินให้แก่ผู้ประกอบการในช่วงเริ่มต้น
-
ค่าธรรมเนียมต่ำในปีที่ 4 เป็นต้นไป: ปีที่ 4-7 คิดค่าธรรมเนียมตามระดับความเสี่ยง (Risk-based Pricing: RBP) โดยใช้ บสย. Credit Scoring เริ่มต้นเพียง 1% ต่อปี ตามวงเงินคงเหลือ
-
ใช้ Credit Scoring Model: บสย. นำระบบการประเมินความเสี่ยงมาใช้ เพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติสินเชื่อสำหรับ SMEs ที่มีความเสี่ยงที่ยอมรับได้
🛠️ 3 โครงการหลัก ตอบโจทย์ SMEs ทุกกลุ่ม
มาตรการ "บสย. Quick Big Win" แบ่งออกเป็น 3 โครงการย่อย เพื่อครอบคลุมความต้องการของ SMEs ในแต่ละกลุ่ม ดังนี้:
| โครงการ | วงเงินรวม (ล้านบาท) | วงเงินค้ำประกันต่อราย | กลุ่มเป้าหมายหลัก | จุดเด่น |
| SMEs Smart Win | 10,000 | 1 หมื่น - 1 ล้านบาท | ผู้ประกอบการรายย่อย/Micro SMEs (ต้องการสินเชื่อไม่เกิน 1 ล้านบาท) | เน้นช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง/อาชีพอิสระ |
| SMEs Go Big | 35,000 | 2 แสน - 40 ล้านบาท | SMEs ทั่วไป และ SMEs ขนาดเล็กในกลุ่มซัพพลายเชน | ตอบโจทย์ SMEs ที่ต้องการสินเชื่อเกิน 1 ล้านบาท |
| SMEs Quick LG | 5,000 | 1 แสน - 100 ล้านบาท | ผู้ประกอบการที่ต้องใช้หนังสือค้ำประกัน (LG) เช่น รับเหมาก่อสร้าง/จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ/ภาคธุรกิจ | เน้นผู้ประกอบการที่มีสัญญางานกับภาครัฐและเอกชน |
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ภาวะตลาดหุ้นกู้ไทย: บริษัทเครดิตต่ำระดมทุนยาก
ตลาดหุ้นกู้ไทยเผชิญความท้าทายจากต้นทุนการระดมทุนที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะบริษัทเครดิตต่ำและ SME ทำให้การเข้าถึงแหล่งทุนยากขึ้นและต้องปรับโครงสร้างหนี้เป็นความปกติใหม่

เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ 'Perfect Storm' - ธปท.ยอมรับความไม่แน่นอนสูงสุด
เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ Perfect Storm ธปท.เผย กนง.มติ 6:1 คงดอกเบี้ย 1.75% ยอมรับความไม่แน่นอนสูงสุด GDP 2568 เพียง 2.3% ปี 69 ร่วงเหลือ 1.7% Trade War 2.0 กระทบส่งออก SMEs วิกฤต NPL พุ่ง 8.8% Policy Space จำกัด

มูดีส์ หั่นแนวโน้มเครดิตเรตติ้งไทยเป็นลบ จับตาภาษีสหรัฐ-หนี้สาธารณะทะยาน
มูดีส์ปรับลดแนวโน้มอันดับเครดิตของไทยเป็น "เชิงลบ" แต่คงเรตติ้ง Baa1 เหตุกังวลผลกระทบจากนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐและภาระหนี้สาธารณะที่พุ่งแตะ 56% ของ GDP พร้อมหั่นคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2568 เหลือ 2%

วิกฤตสามเส้าเศรษฐกิจไทย: คำเตือน 3 แบงก์ ท่ามกลางเงาสงครามภาษีสหรัฐ
วิเคราะห์เจาะลึกคำเตือนจาก 3 ธนาคารใหญ่ถึงวิกฤตสามเส้าที่คุกคามเศรษฐกิจไทยปี 2568 ทั้งปัญหาเชิงโครงสร้าง ภาษีศุลกากรสหรัฐ และหนี้ครัวเรือนที่พอกพูน ท่ามกลางการคาดการณ์การเติบโตที่จำกัด แม้การท่องเที่ยวจะฟื้นตัวสู่ 38 ล้านคน

เช็กลิสต์ 12 มาตรการใหม่กระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 หวังปั๊ม GDP ให้โตเกิน 3%
เช็กลิสต์ 12 โครงการใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจไทยปี 2568 ครอบคลุมการบริโภค การลงทุน การใช้จ่ายภาครัฐ และการส่งออก หวังผลักดัน GDP โตเกิน 3% ท่ามกลางความท้าทายจากหนี้ครัวเรือน ข้อจำกัดด้านการคลัง และความเสี่ยงจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ

“ลดค่าโอน-จำนอง 2568” เหลือ 0.01% มาตรการปลุกอสังหาฯ-เพิ่ม GDP
อัพเดทล่าสุด มติครม. 8 เม.ย. 2568 ไฟเขียว มาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัย “ลดค่าโอน-จำนอง” เหลือ 0.01% หวังกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ เพิ่มจีดีพีประเทศ
