นายกฯ ผนึก ตลท. และ FETCO โรดโชว์ โตเกียว–นิวยอร์ก–ลอนดอน ดึงลงทุนต่างชาติ

นายกฯ ผนึก ตลท. และ FETCO โรดโชว์ โตเกียว–นิวยอร์ก–ลอนดอน ดึงลงทุนต่างชาติ

สรุปประเด็น

  • นายกฯ ผนึก ตลท.-FETCO โรดโชว์ 3 เมืองใหญ่: เดินสายโตเกียว นิวยอร์ก และลอนดอน ในช่วง UNGA81 เพื่อเรียกความเชื่อมั่นและดึงเงินลงทุนต่างชาติ

  • นำเสนอ Growth Engine ใหม่ของไทย: ชูอุตสาหกรรมดิจิทัล AI และเทคโนโลยีอนาคต เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่อดึงดูดนักลงทุนสถาบันระยะยาว

  • เชื่อมโยงตลาดทุนสู่ Real Economy: มุ่งแปลงเงินลงทุนจากตลาดหุ้นให้กลายเป็นการลงทุนจริง การจ้างงาน และการเติบโตของภาคการผลิตและบริการ

  • ประสานพลัง Public-Private Engagement: รัฐบาลเน้นนำเสนอนโยบายและโครงสร้างพื้นฐาน ส่วน ตลท. และ FETCO เชื่อมต่อตรงกับนักลงทุนต่างชาติ

  • ผลลัพธ์ระยะยาวคือตัวชี้วัดความสำเร็จ: ต้องติดตามการขยายฐานนักลงทุน การลงทุนจริง และการผลักดันนโยบายให้เกิดผลสัมฤทธิ์หลังจบโรดโชว์

รัฐบาลเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นตลาดทุนไทยผ่าน Economic Diplomacy โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำผู้บริหาร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เดินสายพบปะนักลงทุนและสถาบันการเงินใน โตเกียว นิวยอร์ก และลอนดอน ระหว่างวันที่ 20–27 กันยายน 2569 เพื่อสื่อสารศักยภาพเศรษฐกิจไทย เชื่อมโยงตลาดทุนกับนักลงทุนระดับโลก และเพิ่มโอกาสดึงดูดเงินลงทุนระยะยาว

ภารกิจดังกล่าวเกิดขึ้นควบคู่กับการเดินทางเข้าร่วมการประชุม UNGA81 ที่นครนิวยอร์ก โดยรัฐบาลระบุว่าเป็นโอกาสในการใช้เวทีระหว่างประเทศเชื่อมต่อทั้งมิติ การค้า การลงทุน เทคโนโลยี ดิจิทัล และตลาดทุน เข้าด้วยกัน

จาก Roadshow ตลาดทุน สู่ Economic Diplomacy — ไทยกำลังใช้เวทีระดับโลกเพื่อสื่อสาร “ศักยภาพการเติบโต” ไปพร้อมกับสร้างเครือข่ายนักลงทุนระยะยาว

3 เมือง 3 ศูนย์กลางทุนโลก

ภารกิจครั้งนี้ครอบคลุม ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของนักลงทุนสถาบันและสถาบันการเงินระหว่างประเทศ

ที่ โตเกียว นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมทีมประเทศไทยในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 21 กันยายน เพื่อหารือแนวทางเชื่อมโยงการลงทุนและความร่วมมือกับภาคธุรกิจและพันธมิตรในประเทศดังกล่าว

จากนั้นคณะเดินทางไป นิวยอร์ก เพื่อเข้าร่วม UNGA81 และพบปะนักลงทุนและภาคธุรกิจ โดยวันที่ 22 กันยายนมีกำหนดหารือกับนักลงทุนร่วมกับ Bank of America และ Jefferies Group รวมถึงพบผู้บริหาร PIMCO เพื่อสื่อสารศักยภาพเศรษฐกิจและโอกาสการลงทุนของไทย

ส่วน ลอนดอน จะเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญของภารกิจตลาดทุน โดยมีผู้บริหาร ตลท. ร่วมพบปะนักลงทุนสถาบันในสหราชอาณาจักรกับ UBS Group เพื่อขยายฐานนักลงทุนต่างชาติและนำเสนอทิศทางเศรษฐกิจไทย

ตลาดทุนไทยมี “เรื่องใหม่” ให้ต่างชาติจับตา

การโรดโชว์ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ข้อมูลจาก FETCO ระบุว่า กระแสเงินลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทยกลับมาเป็นบวกสุทธิในปี 2569 เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี และ FETCO ระบุว่า SET Index ปรับขึ้นเกือบ 30% ขณะที่ตลาดหุ้นโลกปรับขึ้นราว 11–12% ในช่วงที่นำเสนอข้อมูลดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวควรอ่านในฐานะ ข้อมูลและมุมมองของ FETCO มากกว่าจะตีความว่าเป็นหลักประกันว่ากระแสเงินทุนจะไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง

โจทย์สำคัญของภารกิจจึงอยู่ที่การสื่อสารว่า ประเทศไทยมีปัจจัยพื้นฐานและเครื่องยนต์การเติบโตใหม่อะไรบ้าง ที่สามารถรองรับการลงทุนในระยะยาว

หนึ่งในประเด็นที่ถูกนำเสนอคือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ อุตสาหกรรมดิจิทัล AI และธุรกิจแห่งอนาคต รวมถึงการลงทุนจริงในภาคเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่นักลงทุนสถาบันให้ความสำคัญมากกว่าการเคลื่อนไหวของดัชนีในระยะสั้น

นักลงทุนระยะยาวไม่ได้มองเพียงว่า SET วันนี้อยู่ที่เท่าไร แต่ต้องการเห็นว่าเศรษฐกิจไทยจะสร้าง Growth Engine ใหม่ได้อย่างไร

จาก “ตลาดหุ้น” สู่ “Real Economy”

ประเด็นสำคัญอีกด้านของการโรดโชว์คือการเชื่อมโยง Capital Market กับ Real Sector

หากตลาดทุนสามารถดึงดูดเงินลงทุนระยะยาวได้มากขึ้น เงินทุนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการซื้อขายหลักทรัพย์ แต่สามารถเชื่อมต่อไปยังการระดมทุน การขยายธุรกิจ การลงทุนในโครงการใหม่ และการสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคการผลิตและบริการ

รัฐบาลจึงนำเสนอการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ เช่น Digital และ AI ควบคู่กับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดย FETCO ระบุว่านักลงทุนต่างชาติต้องการเห็นผลการเปลี่ยนแปลงของเครื่องยนต์เศรษฐกิจไทยในระยะยาว รวมถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับประมาณ 3–4%

ในมุมนี้ การโรดโชว์จึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียง “ขายหุ้นไทย” แต่เป็นการนำเสนอภาพประเทศไทยในฐานะ Investment Destination ที่ต้องการดึงเงินทุนเข้าสู่ทั้งตลาดทุนและเศรษฐกิจจริง

บทบาทใหม่ของรัฐใน Capital Market Roadshow

การที่นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมภารกิจพร้อม ตลท. และ FETCO ทำให้การสื่อสารกับนักลงทุนต่างชาติมีองค์ประกอบที่กว้างกว่าการนำเสนอข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนรายบริษัท

ภาครัฐสามารถนำเสนอภาพด้าน นโยบายเศรษฐกิจ การลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมเป้าหมาย และทิศทางการพัฒนาประเทศ ขณะที่ ตลท. และ FETCO ทำหน้าที่เชื่อมต่อกับผู้ลงทุนและตลาดทุนโดยตรง

โครงสร้างดังกล่าวจึงเป็นรูปแบบของ Public–Private Capital Market Engagement ที่ใช้จุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาร่วมกันสื่อสารกับตลาดต่างประเทศ

สำหรับบริษัทจดทะเบียน สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้จึงไม่ใช่เพียงผลของโรดโชว์ในแง่เงินทุนไหลเข้า แต่รวมถึงการตอบรับของนักลงทุนต่อ Sector Story และ Corporate Story ของบริษัทไทยแต่ละกลุ่มด้วย

โอกาสของธุรกิจไทยต้องมาพร้อมความสามารถในการแข่งขัน

ในมุมของภาคธุรกิจ การเพิ่มความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะการเปลี่ยนความสนใจให้กลายเป็น Long-term Investment ยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งเสถียรภาพของนโยบาย ความสามารถในการแข่งขัน โครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบ คุณภาพตลาดทุน และศักยภาพของบริษัทไทย

โดยเฉพาะ SMEs ผลประโยชน์จากตลาดทุนที่แข็งแรงอาจไม่ได้เกิดขึ้นโดยตรงในทันที แต่สามารถเชื่อมโยงผ่าน Supply Chain การลงทุน การขยายตัวของบริษัทขนาดใหญ่ และการเข้าถึงแหล่งเงินทุน หากการลงทุนใหม่สามารถขยายกิจกรรมทางเศรษฐกิจไปยังผู้ประกอบการรายย่อยได้

ดังนั้น การสร้างความเชื่อมั่นต่อตลาดทุนจึงควรเดินคู่ไปกับการสร้าง Business Ecosystem ที่ทำให้เงินทุนสามารถเปลี่ยนเป็นการลงทุนจริง ผลิตภาพ การจ้างงาน และโอกาสทางธุรกิจได้

จุดชี้วัดสำคัญอยู่ที่ “หลังโรดโชว์”

ภารกิจโตเกียว–นิวยอร์ก–ลอนดอนจึงเป็นเพียงหนึ่งขั้นตอนของการสร้างความสัมพันธ์กับนักลงทุนระหว่างประเทศ

สิ่งที่ตลาดจะติดตามต่อไปคือ ผลลัพธ์หลังการพบปะ ทั้งจำนวนและคุณภาพของนักลงทุนที่สนใจประเทศไทย การขยายฐานนักลงทุนระยะยาว การลงทุนจริงของบริษัทต่างชาติ และความต่อเนื่องของเงินทุนในตลาดทุนไทย

ขณะเดียวกัน ภาครัฐต้องสามารถสื่อสารต่อเนื่องว่า นโยบายที่นำเสนอในเวทีต่างประเทศสามารถแปลงเป็น มาตรการ การลงทุน และผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ ได้อย่างไร

ความสำเร็จของ Roadshow จึงไม่ได้วัดจากจำนวนเวทีที่เข้าร่วม แต่ต้องวัดจากความเชื่อมั่นที่เปลี่ยนเป็นเงินลงทุนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจจริง

สรุป

การที่นายกรัฐมนตรีร่วมกับ ตลท. และ FETCO เดินสายโรดโชว์ใน 3 ศูนย์กลางการเงินอย่าง โตเกียว–นิวยอร์ก–ลอนดอน สะท้อนความพยายามใช้ Economic Diplomacy เป็นเครื่องมือเชื่อมประเทศไทยกับแหล่งเงินทุนระดับโลก

ขณะเดียวกัน ข้อมูลล่าสุดจาก FETCO ที่ระบุว่ากระแสเงินต่างชาติกลับมาเป็นบวกสุทธิในปีนี้ และ SET ปรับขึ้นเกือบ 30% เป็นบริบทที่ช่วยสร้างเรื่องราวเชิงบวกในการนำเสนอประเทศไทย แต่ยังต้องติดตามว่าความสนใจดังกล่าวจะพัฒนาไปสู่ เงินลงทุนระยะยาวและการลงทุนในเศรษฐกิจจริง ได้มากน้อยเพียงใด

ท้ายที่สุด โจทย์สำคัญของไทยจึงไม่ใช่เพียงการ “เรียกเงินทุนกลับมา” แต่คือการทำให้เงินทุนเหล่านั้นมองเห็นเหตุผลที่จะอยู่กับประเทศไทยในระยะยาว ผ่านเศรษฐกิจที่มีเครื่องยนต์ใหม่ ตลาดทุนที่มีคุณภาพ และโอกาสการลงทุนที่เชื่อมโยงกับการเติบโตของภูมิภาค

ข้อมูลอ้างอิง:

  • saowalak Ouyporn. (2569, 22 กันยายน). นายกฯ ควงตลท.-FETCO เดินสายโรดโชว์โตเกียว-นิวยอร์ก-ลอนดอน โชว์ศักยภาพตลาดทุนไทย. สำนักข่าวอินโฟเควสท์. https://www.infoquest.co.th/2026/652182 
  • กรมประชาสัมพันธ์. (2569, 22 กันยายน). โรดโชว์ ! นายก ฯ อนุทิน จับมือสภาธุรกิจตลาดทุน–ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินสายโตเกียว-นิวยอร์ก-ลอนดอน ไทยพร้อมต้อนรับการลงทุนทั่วโลก. กรมประชาสัมพันธ์. https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/543621 
  • PPTVHD36. (2569, 19 กันยายน). “อนุทิน” นำคณะเยือน 3 ประเทศร่วม UNGA81–ขยายโอกาสการค้า การลงทุนไทย. Instagram. https://www.instagram.com/p/DdflOWJGSW3/ 
  • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์. (2026, September 22). “อนุทิน” ควง “อัสสเดช-ไพบูลย์” ลุยโรดโชว์โตเกียว-นิวยอร์ก-ลอนดอน อวดศักยภาพหุ้นไทย. ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์. https://www.kaohoon.com/news/local/865108 
  • Prachachat. (2026, September 22). “อนุทิน” นำทีมโรดโชว์โตเกียว-นิวยอร์ก-ลอนดอน ดึงทุนโลก FETCO ชี้ต่างชาติหวนซื้อหุ้นไทยรอบ 3-4 ปี. ประชาชาติธุรกิจ. https://www.prachachat.net/finance/news-2069613 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จากการค้าสู่ AI 'ไทย-จีน' ต่อยอดความร่วมมือหลากมิติ สร้างพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

จากการค้าสู่ AI 'ไทย-จีน' ต่อยอดความร่วมมือหลากมิติ สร้างพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย เยือนจีนอย่างเป็นทางการ เข้าร่วมประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก (WAIC) 2026 ณ นครเซี่ยงไฮ้ พร้อมนำคณะเข้าเยี่ยมชมบริษัทหุ่นยนต์ชั้นนำ AgiBot เพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีขั้นสูง มุ่งต่อยอดความร่วมมือทวิภาคีด้านการค้า การลงทุน และผลักดันไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน

4 นาที
แก๊งสแกมเมอร์-เครือข่ายฟอกเงิน ความท้าทายใหม่ของประเทศไทย

แก๊งสแกมเมอร์-เครือข่ายฟอกเงิน ความท้าทายใหม่ของประเทศไทย

ไทยเผชิญวิกฤตแก๊งสแกมเมอร์และเครือข่ายฟอกเงิน ส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจ ดึงความเชื่อมั่นการลงทุนและภาพลักษณ์ประเทศตกต่ำ

6 นาที
เศรษฐกิจไทยเดือนมกราคม 2569 ขยายตัวดี แรงหนุนจากนักลงทุนต่างชาติและการส่งออก

เศรษฐกิจไทยเดือนมกราคม 2569 ขยายตัวดี แรงหนุนจากนักลงทุนต่างชาติและการส่งออก

เศรษฐกิจไทยเดือนมกราคม 2569 แสดงสัญญาณการขยายตัวที่แข็งแกร่ง โดยได้แรงหนุนจากการส่งออกที่เติบโตสูงสุดในรอบ 4 ปี การลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ฟื้นตัว

3 นาที
"สูตรอนุทิน 2" จบแล้ว! ภูมิใจไทยจับมือเพื่อไทย-พรรคเล็ก ตั้งรัฐบาลไร้กล้าธรรม คาดได้ 290 เสียง

"สูตรอนุทิน 2" จบแล้ว! ภูมิใจไทยจับมือเพื่อไทย-พรรคเล็ก ตั้งรัฐบาลไร้กล้าธรรม คาดได้ 290 เสียง

“สูตรอนุทิน 2” ภูมิใจไทยจับมือเพื่อไทยและพรรคเล็กตั้งรัฐบาลใหม่ รวมเสียงราว 290 เสียง ไร้พรรคกล้าธรรม ตั้งเป้าโหวตนายกฯ และตั้ง ครม.ให้ทันก่อนสงกรานต์

3 นาที
สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน : กงสุลไทยในเฉิงตูเปิด 'ฝ่ายการลงทุน' หนุนศก. การค้า ท่องเที่ยวเสฉวน-ไทย 

สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน : กงสุลไทยในเฉิงตูเปิด 'ฝ่ายการลงทุน' หนุนศก. การค้า ท่องเที่ยวเสฉวน-ไทย 

อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ เปิด "ฝ่ายการลงทุน" ณ สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครเฉิงตู มณฑลเสฉวน มุ่งส่งเสริมการลงทุนแบบสองทางระหว่างผู้ประกอบการไทยและจีน พร้อมเผยตัวเลขความสำเร็จปี 2025 มูลค่าการค้าทวิภาคีพุ่งสูงถึง 4.18 หมื่นล้านหยวน โตขึ้นกว่า 112.5% พร้อมหนุนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน วางรากฐานเศรษฐกิจร่วมกัน

3 นาที
การปรับน้ำหนักหุ้นโดย MSCI: ผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยและการยกระดับตลาดหุ้นเกาหลีใต้

การปรับน้ำหนักหุ้นโดย MSCI: ผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยและการยกระดับตลาดหุ้นเกาหลีใต้

แม้ MSCI จะยังคงลดน้ำหนักหุ้นไทยใน Emerging Markets แต่ตลาดหุ้นไทยกลับมีโอกาสได้รับเม็ดเงินลงทุนกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ จากการปรับเกณฑ์ดัชนีของตลาดหุ้นอินโดนีเซียและเกาหลีใต้.

3 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง