
ยุทธศาสตร์การรับมือวิกฤตพลังงานโลก เจาะลึก 10 มาตรการเร่งด่วนจาก IEA เพื่อทางรอดของภาคธุรกิจ
สรุปประเด็น
-
วิกฤตตะวันออกกลางทำให้อุปทานน้ำมันสะดุด ราคาพลังงานพุ่ง ธุรกิจต้นทุนเพิ่มรุนแรง
-
IEA ระบุว่ามาตรการเพิ่มอุปทานไม่พอ ต้องลดการใช้พลังงาน โดยเฉพาะภาคขนส่ง
-
เสนอ 10 มาตรการประหยัดพลังงาน เช่น WFH ลดเดินทาง ปรับโลจิสติกส์ ใช้ขนส่งสาธารณะและพลังงานไฟฟ้า เพื่อลดต้นทุนธุรกิจ
ในห้วงเวลาที่ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยเฉพาะการปะทะกันระหว่างอิหร่าน สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล ซึ่งส่งผลให้บุคคลสำคัญระดับสูงของอิหร่านเสียชีวิตและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ สถานการณ์นี้ได้กลายเป็นชนวนเหตุที่ทำให้โลกต้องเผชิญกับ การชะงักงันของอุปทานน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
เมื่อเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก ซึ่งปกติจะมีปริมาณน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันไหลผ่านถึงวันละ 20 ล้านบาร์เรล หรือคิดเป็น 20% ของการบริโภคทั่วโลก ถูกปรับลดลงจนเหลือเพียงน้อยนิด ผลกระทบที่ตามมาคือราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งทะยานเกินระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันกลั่นอย่างดีเซลและก๊าซหุงต้ม (LPG) ก็ขยับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง
องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ได้ออกมาเตือนว่า ลำพังเพียงการใช้มาตรการด้านอุปทาน เช่น การระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉินจำนวน 400 ล้านบาร์เรลของประเทศสมาชิก ซึ่งถือเป็นการดึงน้ำมันสำรองครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ขององค์กรนั้น ไม่เพียงพอที่จะชดเชย scale ของการหยุดชะงักในครั้งนี้ได้ ดังนั้น การบริหารจัดการด้านอุปสงค์ (Demand-side measures) จึงกลายเป็นเครื่องมือที่สำคัญและเร่งด่วนที่สุดในการลดแรงกดดันต่อภาคธุรกิจและครัวเรือน เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความมั่นคงทางพลังงาน
10 มาตรการลดใช้พลังงานเร่งด่วน: คู่มือสำหรับนักธุรกิจเพื่อการปรับตัวทันที
รายงานล่าสุดจาก IEA ได้เสนอแนวทาง 10 ประการที่ภาคธุรกิจและรัฐบาลสามารถนำไปใช้ได้ทันทีเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่แพงขึ้น โดยเน้นไปที่ภาคการขนส่งทางบกซึ่งครองสัดส่วนการใช้น้ำมันถึง 45% ของโลก รวมถึงภาคอุตสาหกรรมและการบิน
1. สนับสนุนการทำงานที่บ้าน (Work from Home) ในตำแหน่งที่เหมาะสม มาตรการนี้จะช่วยลดการใช้น้ำมันในภาคการเดินทางและคมนาคมได้อย่างมีนัยสำคัญ สำหรับองค์กรธุรกิจ การใช้ระบบการทำงานทางไกลไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนพลังงานของพนักงาน แต่ยังช่วยลดการใช้พลังงานภายในอาคารสำนักงานในช่วงที่ไม่มีพนักงานเข้าปฏิบัติงานด้วย
2. ปรับลดขีดจำกัดความเร็วบนทางหลวงลงอย่างน้อย 10 กม./ชม. การลดความเร็วในการขับขี่เป็นวิธีที่พิสูจน์แล้วว่าช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้ทันที ทั้งในส่วนของรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถตู้ และรถบรรทุกขนส่งสินค้า สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ การควบคุมความเร็วไม่เพียงช่วยประหยัดค่าน้ำมันดีเซลที่กำลังมีราคาสูง แต่ยังช่วยลดความสึกหรอของยานพาหนะอีกด้วย
3. รณรงค์และส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ธุรกิจควรสนับสนุนให้พนักงานปรับเปลี่ยนจากการใช้รถยนต์ส่วนตัวมาเป็นรถเมล์หรือรถไฟฟ้าเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิง การที่บริษัทมีสวัสดิการหรือมาตรการจูงใจให้พนักงานใช้ขนส่งสาธารณะจะช่วยลดภาระค่าครองชีพของพนักงานและลดการใช้พลังงานในภาพรวมของประเทศ
4. ใช้มาตรการสลับวันใช้งานรถยนต์ส่วนบุคคลในเมืองใหญ่ การนำมาตรการหมุนเวียนป้ายทะเบียนรถ (Number-plate rotation) มาใช้ในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น จะช่วยลดปริมาณรถบนท้องถนนและลดการเผาผลาญน้ำมันในสภาพการจราจรที่ติดขัด ธุรกิจสามารถวางแผนการรับ-ส่งสินค้าหรือการนัดหมายลูกค้าให้สอดคล้องกับมาตรการดังกล่าวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง
5. เพิ่มสัดส่วนการเดินทางร่วมกัน (Car Sharing) และการขับขี่อย่างประหยัด (Eco-driving) การเพิ่มอัตราการบรรทุกต่อคัน (Occupancy rate) และการฝึกอบรมพนักงานขับรถให้มีความรู้เรื่องการขับขี่อย่างถูกวิธี จะช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องลงทุนสูง เทคนิคการขับแบบประหยัดพลังงานควรถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานการปฏิบัติงานในบริษัทที่มีกองยานพาหนะ
6. ปรับปรุงประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าและการกระจายสินค้า (Load Optimization) ในภาคธุรกิจพาณิชย์และขนส่ง การบริหารจัดการน้ำหนักบรรทุกให้เต็มประสิทธิภาพในทุกเที่ยวการวิ่ง และการตรวจสอบสภาพรถอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดการใช้ดีเซลที่เป็นต้นทุนหลักได้ การใช้เทคโนโลยีในการวางแผนเส้นทางจะช่วยลดการวิ่งรถเปล่าและระยะทางที่ไม่จำเป็น
7. เปลี่ยนการใช้น้ำมันก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) จากภาคขนส่งไปยังส่วนที่จำเป็น ในกรณีที่อุปทาน LPG ตึงตัว ธุรกิจที่มีรถยนต์ระบบสองเชื้อเพลิงควรหันกลับมาใช้น้ำมันเบนซินชั่วคราว เพื่อรักษาสัดส่วน LPG ไว้สำหรับภาคการหุงต้มและอุตสาหกรรมที่มีความจำเป็นสูงกว่า สิ่งนี้จะช่วยปกป้องกลุ่มเปราะบางที่ต้องใช้ LPG ในการประกอบอาหาร
8. ลดการเดินทางทางอากาศเพื่อธุรกิจหากมีทางเลือกอื่น การเดินทางด้วยเครื่องบินใช้เชื้อเพลิงอากาศยาน (Jet Fuel) ในปริมาณมหาศาล ภาคธุรกิจควรพิจารณาใช้การประชุมออนไลน์แทนการเดินทางข้ามประเทศหรือข้ามจังหวัดเพื่อลดต้นทุนและลดแรงกดดันต่อตลาดน้ำมันอากาศยาน
9. ปรับเปลี่ยนสู่โซลูชันการทำอาหารและกระบวนการความร้อนที่ทันสมัย IEA แนะนำให้เปลี่ยนจากการใช้ LPG มาเป็นการใช้ไฟฟ้าในกรณีที่ทำได้ เพื่อลดการพึ่งพาก๊าซหุงต้ม สำหรับธุรกิจอาหารหรือโรงงานที่ต้องใช้ความร้อน การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการจัดการต้นทุนพลังงานได้ดีขึ้น
10. เพิ่มความยืดหยุ่นในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและการซ่อมบำรุงเชิงรุก ในภาคอุตสาหกรรม โรงงานปิโตรเคมีอาจต้องพิจารณาสลับจากการใช้ LPG ไปเป็นวัตถุดิบทางเลือกอื่น เช่น แนฟทา (Naphtha) เพื่อช่วยปล่อยอุปทาน LPG สู่ภาคส่วนที่วิกฤตกว่า นอกจากนี้ การทำมาตรการซ่อมบำรุงระยะสั้นเพื่ออุดรอยรั่วหรือลดการสูญเสียพลังงานในระบบการผลิตจะช่วยลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้ทันที
เกี่ยวกับองค์การพลังงานระหว่างประเทศ
องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency: IEA) เป็นองค์การระหว่างรัฐบาลที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ปารีส ก่อตั้งปี 1974 ภายใต้กรอบ OECD หลังวิกฤติการณ์น้ำมัน เพื่อดูแลความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศสมาชิก และพัฒนาข้อมูล วิเคราะห์ และข้อเสนอเชิงนโยบายด้านพลังงานของโลกครอบคลุมทั้งน้ำมัน ก๊าซ ไฟฟ้า และพลังงานสะอาด. ปัจจุบัน IEA มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 ผ่านรายงานสำคัญอย่าง World Energy Outlook และ Net Zero by 2050
เว็บไซต์หลัก IEA: https://www.iea.org
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

น้ำมันแพงไม่ใช่แค่ต้นทุน: ความเสี่ยงทางกฎหมายที่ธุรกิจต้องรู้ก่อนสายเกินไป
เมื่อราคาน้ำมันพุ่งสูง ผลกระทบไม่ได้หยุดแค่ต้นทุน แต่ลามถึงสัญญา การปรับราคา ความเสี่ยงผู้ถือหุ้น และข้อกฎหมายการแข่งขันทางการค้า เจาะลึกสิ่งที่ธุรกิจต้องระวังในยุคพลังงานผันผวน

การอนุมัติ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยศาลรัฐธรรมนูญและผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 เห็นชอบ พ.ร.ก. กู้เงินเพื่อแก้ไขวิกฤตและเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท ชี้ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ปลดล็อกความไม่แน่นอนทางกฎหมาย พร้อมเดินหน้าอัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจระยะแรกกว่า 1.7 แสนล้านบาท

อิหร่านประกาศเก็บค่าธรรมเนียมช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมยึดเรือฝ่าฝืน ห่วงโซ่พลังงานโลกเผชิญความเสี่ยงใหม่
อิหร่านประกาศเก็บค่าธรรมเนียมบริการในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมขู่ปรับ กักตัว ยึดเรือฝ่าฝืน 23 สิงหาคม 2569 วิเคราะห์ผลกระทบต่อราคาน้ำมัน ต้นทุนโลจิสติกส์ และห่วงโซ่อุปทานของไทย

มาตรการลดค่าการกลั่นน้ำมันรอบสองและบรรเทาผลกระทบราคาพลังงานของ รมว.พลังงาน
รัฐมนตรีพลังงานเดินหน้าลดค่าการกลั่นน้ำมันรอบแรก 2 บาทต่อลิตร พร้อม ครม. อนุมัติ 7 มาตรการด่วนและ Soft Loan 1 หมื่นล้านบาท เพื่อลดภาระค่าพลังงานและหนุน SME ท่ามกลางราคาน้ำมันผันผวน

IMF เตือนเศรษฐกิจโลกเสี่ยงหนัก หากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ น้ำมันอาจพุ่ง 125 ดอลลาร์
International Monetary Fund เตือนเศรษฐกิจโลกอาจเผชิญผลกระทบรุนแรง หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อถึงปี 2027 โดย Kristalina Georgieva ชี้ราคาน้ำมันอาจแตะ 125 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ดันเงินเฟ้อพุ่ง และฉุดการเติบโตทั่วโลก

มาตรการช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกร กลุ่มเปราะบาง และ SME จากผลกระทบราคาน้ำมัน
ครม. อนุมัติมาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือเกษตรกร กลุ่มเปราะบาง และ SME เพื่อพยุงเศรษฐกิจจากผลกระทบราคาน้ำมันแพงที่อาจฉุดรั้ง GDP และนำไปสู่เศรษฐกิจถดถอย
