
บีโอไอดึง Infineon ลงทุน 4.8 หมื่นล้านบาท ปักฐานผลิต Power Module แห่งที่ 3 ของโลกในไทย
สรุปประเด็น
-
อินฟินีออนลงทุน 48,000 ล้านบาท: ตั้งโรงงานผลิต Power Module และศูนย์วิจัยเซมิคอนดักเตอร์แห่งแรกในไทย ยกระดับไทยสู่ห่วงโซ่มูลค่าสูงของอุตสาหกรรมชิปโลก
-
ไทยเป็นฐานผลิต Power Module แห่งที่ 3 ของโลกของอินฟินีออน: สะท้อนความเชื่อมั่นด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซัพพลายเชน และศักยภาพดึงดูดการลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง
-
สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจระยะยาว: ผ่านการพัฒนาบุคลากรเทคโนโลยีกว่า 600 คน การจ้างงานกว่า 5,000 ตำแหน่ง และเปิดโอกาสให้ SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ระดับโล
การลงทุนกว่า 48,000 ล้านบาทของ Infineon Technologies ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่จากเยอรมนี เป็นอีกก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมชิปไทย โดยโรงงานแห่งใหม่ในจังหวัดสมุทรปราการจะรองรับการผลิต Power Module การทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ และการวิจัยและพัฒนา สะท้อนโอกาสยกระดับไทยจากฐานอิเล็กทรอนิกส์สู่การผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น
Infineon ปักหมุดโรงงาน Power Module แห่งที่ 3 ของโลก
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) สนับสนุนการลงทุนของบริษัท อินฟินีออน เทคโนโลยีส์ แมนูแฟคเชอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ในจังหวัดสมุทรปราการ มูลค่ากว่า 48,000 ล้านบาท ครอบคลุมการผลิตระบบชิปควบคุมพลังงาน หรือ Power Module การทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ และการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์
โรงงานแห่งนี้จะเป็นฐานผลิต Power Module แห่งที่ 3 ของ Infineon ต่อจากเยอรมนีและจีน โดยมีกำหนดเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ตามข้อมูลที่บีโอไอเผยแพร่เมื่อปลายเดือนกันยายน 2569
Power Module เป็นชิ้นส่วนสำคัญในระบบควบคุมและแปลงพลังงานไฟฟ้า มีการใช้งานในหลายอุตสาหกรรม เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ระบบพลังงาน ดาต้าเซ็นเตอร์ และเทคโนโลยีพลังงานสะอาด การมีฐานผลิตในไทยจึงช่วยเพิ่มบทบาทของประเทศในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานและระบบอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง
จากฐานการผลิตสู่การวิจัยและพัฒนา
จุดสำคัญของโครงการนี้ไม่ได้อยู่ที่การขยายกำลังการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการจัดตั้ง ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์ ในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทและการพัฒนาเทคโนโลยีในภูมิภาค
การมีทั้งการผลิต การทดสอบ และงานวิจัยพัฒนาในประเทศ อาจช่วยเพิ่มโอกาสให้ไทยขยับไปสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม การต่อยอดไปสู่ห่วงโซ่มูลค่าระดับสูงยังขึ้นอยู่กับการพัฒนาทักษะบุคลากร ความพร้อมของซัพพลายเออร์ และการเชื่อมโยงกับภาคการศึกษาและวิจัยอย่างต่อเนื่อง
พัฒนาบุคลากรไทย รองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง
ตามเงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุน บริษัทมีแผนพัฒนาบุคลากรไทยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่น้อยกว่า 600 คน แบ่งเป็นวิศวกรสายการผลิตกว่า 400 คน และสายวิจัยและพัฒนากว่า 200 คน รวมถึงส่งบุคลากรไทยไปฝึกอบรมเทคโนโลยีเฉพาะทางในต่างประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีแผนความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยในประเทศ เช่น การพัฒนาหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ไม่น้อยกว่า 60 วิชา และการทำวิจัยร่วมไม่น้อยกว่า 18 โครงการ เพื่อส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างบุคลากรที่มีทักษะตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรม
เมื่อโครงการขยายการดำเนินงานเต็มรูปแบบ คาดว่าจะมีการจ้างงานบุคลากรไทยมากกว่า 5,000 ตำแหน่ง ครอบคลุมวิศวกร นักวิจัย ช่างเทคนิค และผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตขั้นสูง ตัวเลขดังกล่าวเป็นเป้าหมายเมื่อดำเนินงานเต็มกำลัง ไม่ใช่จำนวนการจ้างงานที่เกิดขึ้นแล้วทั้งหมด
โอกาสของซัพพลายเออร์และผู้ประกอบการไทย
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือการเชื่อมโยงผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ในประเทศเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของบริษัท โดยบีโอไอระบุถึงการพัฒนาซัพพลายเออร์และการเพิ่มการใช้วัตถุดิบในประเทศ ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพด้านชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ วัสดุอุตสาหกรรม งานระบบ และบริการสนับสนุนการผลิต ได้พัฒนามาตรฐานเพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมระดับโลก
สำหรับ SME ไทย การเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความแม่นยำ ความสม่ำเสมอในการส่งมอบ และมาตรฐานการผลิตที่เกี่ยวข้อง โดยโอกาสทางธุรกิจจะขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของบริษัทและความสามารถของผู้ประกอบการแต่ละราย
อีกก้าวของยุทธศาสตร์ “ชิปเมดอินไทยแลนด์”
การลงทุนของ Infineon สะท้อนทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไทยที่มุ่งเพิ่มกิจกรรมการผลิตขั้นสูง การทดสอบ การวิจัยและพัฒนา ตลอดจนการสร้างบุคลากรและเครือข่ายซัพพลายเออร์ในประเทศ
สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้ คือการเปิดโรงงานตามกำหนดในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 และความคืบหน้าของการขยายกำลังการผลิต การพัฒนาบุคลากร และการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการต่อยอดการลงทุนครั้งนี้ให้เกิดมูลค่าเพิ่มแก่เศรษฐกิจไทยในระยะยาว
ข้อมูลอ้างอิง:
- ThaiPR.NET. (2569, 25 กันยายน). บีโอไอดึง “อินฟินีออน” ลงทุน 4.8 หมื่นล้าน ปักหมุดรับยุทธศาสตร์ “ชิปเมดอินไทยแลนด์”. ThaiPR.NET. https://www.thaipr.net/finance/3763621
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

KKP ชี้ AI เปลี่ยนวัฏจักรการลงทุน จากชิปสู่โครงสร้างพื้นฐาน เปิดโอกาสไทยรับ FDI ระลอกใหม่
KKP มองการลงทุน AI โลกเข้าสู่วัฏจักรใหม่ จากการโฟกัสชิปสู่ AI Infrastructure ทั้ง Data Center ระบบไฟฟ้า ระบบระบายความร้อน และ Connectivity เปิดโอกาสไทยดึง FDI ระลอกใหม่ พร้อมยกระดับฐานการผลิตสู่ห่วงโซ่เทคโนโลยีขั้นสูง

บีโอไอเร่งสร้างระบบนิเวศ AI – อิเล็กทรอนิกส์ รับคลื่นอุตฯ ใหม่ ดันผู้ประกอบการไทยสู่ซัพพลายเชนโลก
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กำลังดำเนินงานเชิงรุกอย่างเข้มข้น เพื่อวางรากฐานและเร่งสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเตรียมความพร้อมของประเทศในการรองรับคลื่นเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมใหม่ๆ

FTI จับมือ Lumentum เปิดโรงงานปทุมธานี พาผู้ประกอบการไทยเจาะ Photonics Supply Chain ยุค AI
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ผ่านหน่วยงานจับคู่ธุรกิจ ฝ่ายกิจการต่างประเทศ ร่วมกับ บริษัท ลูเมนตั้ม อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดบ้านต้อนรับผู้ประกอบการไทยในกิจกรรม "Lumentum Business Insight" ในวันพุธที่ 21 ตุลาคม 2569

บีโอไออนุมัติ 3 โครงการใหญ่ผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) มูลค่ากว่า 2.2 หมื่นล้านบาท เดินหน้าขยายลงทุนเฟสสอง
บีโอไออนุมัติ 3 ผู้ผลิต PCB ระดับโลกจากจีนและไต้หวันขยายลงทุนเฟสสองกว่า 22,000 ล้านบาทในไทย ตอกย้ำไทยเป็นฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง พร้อมสร้างงานและโอกาสให้ SMEs ไทยในห่วงโซ่อุปทาน AI-Data Center

ไทยดึงคำขอลงทุน 'ชิป-อิเล็กทรอนิกส์' ราว 9 แสนล้านบาท รับผู้ผลิตปรับห่วงโซ่อุปทาน
บีโอไอเผยยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนในไทยด้านเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง พุ่งแตะ 9 แสนล้านบาท ในช่วง 3 ปี สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ผลิตระดับโลกที่เดินหน้าปรับโครงสร้างและย้ายฐานการผลิตเพื่อกระจายความเสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่มแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ที่ขยายตัวแรงขานรับกระแส AI ยานยนต์ไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซนเตอร์

บีโอไอหนุนผู้ประกอบการไทย มุ่งสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ ดันเม็ดเงินลงทุนปี 2568
บีโอไอเผยปี 2568 บริษัทไทยคาดขอรับส่งเสริมลงทุนพุ่ง 6.76 แสนล้านบาท ใน 5 อุตสาหกรรมยุคใหม่ พร้อมผ่อนปรนเงื่อนไขให้ SMEs เข้าถึงโอกาสได้ง่ายขึ้น
