ญี่ปุ่นลงทุนไทยเกือบ 4 แสนล้านบาท พลิกบทบาทสู่ฐานเทคโนโลยีขั้นสูง ดันเซมิคอนดักเตอร์-AI-พลังงานสะอาด

ญี่ปุ่นลงทุนไทยเกือบ 4 แสนล้านบาท พลิกบทบาทสู่ฐานเทคโนโลยีขั้นสูง ดันเซมิคอนดักเตอร์-AI-พลังงานสะอาด

สรุปประเด็น

  • ญี่ปุ่นยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนในไทย 1,380 โครงการ มูลค่ากว่า 396,500 ล้านบาท สะท้อนการยกระดับสู่เทคโนโลยีขั้นสูง

  • มุ่งเน้นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งเซมิคอนดักเตอร์ ระบบ AI ดิจิทัล และพลังงานสะอาด เพื่อเพิ่มมูลค่าห่วงโซ่อุปทานไทย

  • รัฐบาลชูบทบาทไทยเป็น Trusted Connector พร้อมเปิด 7 อุตสาหกรรมเป้าหมายขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

  • ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นปรับกลยุทธ์แบบ Multi-Pathway รักษาฐานการผลิตเดิมควบคู่การพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า

  • โจทย์สำคัญของไทยคือการพัฒนาทักษะบุคลากรและนวัตกรรมให้รองรับเม็ดเงินลงทุน เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาว

จากฐานผลิตรถยนต์สู่พันธมิตรนวัตกรรม ญี่ปุ่นยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนในไทย 1,380 โครงการ มูลค่ากว่า 396,500 ล้านบาท สะท้อนโอกาสยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ห่วงโซ่เทคโนโลยีแห่งอนาคต

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในนักลงทุนสำคัญที่มีบทบาทต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน แต่ทิศทางการลงทุนระลอกใหม่กำลังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เมื่อเทคโนโลยีขั้นสูง โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และพลังงานสะอาด กลายเป็นเป้าหมายการลงทุนที่มีบทบาทเพิ่มขึ้น

ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่เปิดเผยบนเวที Thailand–Japan Investment Forum 2026 ระบุว่า ระหว่างปี 2021 ถึงกลางปี 2026 บริษัทญี่ปุ่นยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในไทยรวม 1,380 โครงการ มูลค่ากว่า 11.72 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 396,500 ล้านบาท

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนโอกาสของไทยในการต่อยอดความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับญี่ปุ่น จากการเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีระดับโลก อย่างไรก็ตาม โจทย์สำคัญไม่ใช่เพียงการดึงดูดเม็ดเงินลงทุน แต่คือการทำให้การลงทุนเหล่านั้นสร้างมูลค่าเพิ่ม ถ่ายทอดองค์ความรู้ และพัฒนาขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว

เงินลงทุนญี่ปุ่นเกือบ 4 แสนล้านบาท มุ่งสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการ BOI ระบุว่า อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพเติบโตและเป็นเป้าหมายสำคัญของความร่วมมือระหว่างไทยกับญี่ปุ่น ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง หุ่นยนต์ และพลังงานสะอาด รวมถึงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

กลุ่มธุรกิจที่ได้รับความสนใจยังครอบคลุมระบบประมวลผล AI ชิปขั้นสูง เทคโนโลยีการส่งข้อมูลด้วยแสง และพลังงานหมุนเวียน ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมสมัยใหม่

ขณะเดียวกัน โรงงานที่ดำเนินกิจการในไทยอยู่แล้วก็มีโอกาสยกระดับกระบวนการผลิตสู่มาตรฐาน Smart & Sustainable Industry ผ่านการนำระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีดิจิทัล และแนวทางการผลิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพ

การเปลี่ยนแปลงนี้มีนัยสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมไทย เพราะหากสามารถพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้ให้บริการเทคโนโลยี และบุคลากรในประเทศให้รองรับความต้องการของนักลงทุนได้ ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจไทยเข้าไปมีส่วนร่วมในห่วงโซ่การผลิตที่มีมูลค่าสูงขึ้น

จาก Data Center ถึงชิปขั้นสูง ญี่ปุ่นขยายบทบาทในระบบนิเวศเทคโนโลยี

ทิศทางการลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูงทำให้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์มีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อธุรกิจทั่วโลกเร่งนำ AI มาใช้ในการดำเนินงาน

Data Center และ Cloud Services เป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่ช่วยรองรับการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูล ขณะที่เซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงเป็นส่วนสำคัญของระบบคอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ และเครือข่ายสื่อสาร

ในภาพรวม ความร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีญี่ปุ่นจึงเปิดโอกาสให้ไทยพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในภาคธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม การระบุว่าบริษัทใดกำลังขยายโรงงาน ผลิตภัณฑ์ใด และใช้เงินลงทุนเท่าใด จำเป็นต้องพิจารณาจากประกาศของแต่ละบริษัทและข้อมูลโครงการที่ยืนยันได้ เพื่อแยกให้ชัดเจนระหว่างทิศทางอุตสาหกรรมโดยรวมกับโครงการลงทุนที่เกิดขึ้นจริง

ทำไมญี่ปุ่นเลือกไทย: โอกาสจากบทบาท Trusted Connector

บนเวที Thailand–Japan Investment Forum 2026 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงจุดแข็งของไทยในฐานะ “Trusted Connector” หรือประเทศที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการลงทุนระหว่างประเทศ

แนวคิดนี้มีความสำคัญในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความเปลี่ยนแปลงหลายด้านพร้อมกัน ทั้งความผันผวนทางเศรษฐกิจมหภาค ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และการเข้าสู่สังคมสูงวัย

เมื่อบริษัทข้ามชาติต้องประเมินความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานใหม่ การเลือกฐานการผลิตจึงไม่ได้พิจารณาเฉพาะต้นทุนแรงงาน แต่ยังรวมถึงความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ความมั่นคงของระบบโลจิสติกส์ ความสามารถของบุคลากร กฎระเบียบที่ชัดเจน และความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ

สำหรับไทย ความสัมพันธ์ทางอุตสาหกรรมกับญี่ปุ่นที่สั่งสมมายาวนานเป็นต้นทุนสำคัญ ทั้งเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วน บุคลากร และระบบสนับสนุนภาคการผลิต แต่การรักษาความได้เปรียบจำเป็นต้องพัฒนาปัจจัยเหล่านี้ให้ทันกับความต้องการของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

โจทย์ของไทยไม่ใช่เพียงการเป็นประเทศที่นักลงทุนไว้วางใจ แต่ต้องเป็นฐานการลงทุนที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้จริง และช่วยให้บริษัทสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ในระยะยาว

7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย วางกรอบความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่น

รัฐบาลไทยเสนออุตสาหกรรมเป้าหมาย 7 กลุ่ม เพื่อขยายโอกาสความร่วมมือด้านการลงทุน ได้แก่

  1. เกษตรอัจฉริยะและการแปรรูปอาหาร — เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและพัฒนาสินค้ามูลค่าสูง

  2. อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ — รองรับความต้องการชิ้นส่วนและเทคโนโลยีขั้นสูง

  3. ยานยนต์แห่งอนาคต — ต่อยอดฐานการผลิตเดิมสู่เทคโนโลยียานยนต์รูปแบบใหม่

  4. สุขภาพและการแพทย์ — รองรับสังคมสูงวัยและความต้องการเทคโนโลยีสุขภาพ

  5. การท่องเที่ยวคุณภาพ — เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและยกระดับบริการ

  6. ค้าปลีกและโลจิสติกส์ — พัฒนาเครือข่ายการค้าและการกระจายสินค้า

  7. เศรษฐกิจสร้างสรรค์ — ต่อยอดความคิดสร้างสรรค์และทรัพย์สินทางปัญญาสู่ธุรกิจ

การกำหนดเป้าหมายที่หลากหลายช่วยเปิดพื้นที่ให้ความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่นขยายออกจากอุตสาหกรรมการผลิตแบบดั้งเดิมไปสู่บริการ เทคโนโลยี และธุรกิจที่ใช้ความรู้เป็นฐาน

สิ่งสำคัญคือการเชื่อมโยงนโยบายส่งเสริมการลงทุนเข้ากับการพัฒนาผู้ประกอบการไทย เพื่อให้ธุรกิจในประเทศสามารถเป็นคู่ค้า ผู้ผลิตชิ้นส่วน หรือผู้ให้บริการที่มีศักยภาพ ไม่ใช่เพียงอยู่ในพื้นที่เดียวกับบริษัทต่างชาติเท่านั้น

BOI to IPO เปิดทางเชื่อมการลงทุนกับตลาดทุนไทย

นอกจากมาตรการส่งเสริมการลงทุนแล้ว ยังมีแนวคิดเชื่อมโยงการลงทุนกับตลาดทุนผ่านโครงการ BOI to IPO ซึ่งมุ่งเปิดช่องทางให้บริษัทที่ดำเนินกิจการในไทยสามารถพิจารณาระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) และ LiVEx ตามคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ที่กำหนด

แนวทางนี้มีนัยสำคัญต่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ เพราะการระดมทุนในประเทศอาจช่วยเพิ่มทางเลือกด้านเงินทุนให้บริษัทที่มีความพร้อม ขณะเดียวกันยังมีโอกาสเชื่อมโยงกิจกรรมทางธุรกิจเข้ากับระบบตลาดทุนไทยมากขึ้น

อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจคือการพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิตทวิภาคี ซึ่งสอดคล้องกับความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานของแต่ละกลไกยังขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการจึงควรตรวจสอบรายละเอียดอย่างเป็นทางการก่อนวางแผนใช้ประโยชน์จากมาตรการเหล่านี้

ยานยนต์ญี่ปุ่นเดินหน้า Multi-Pathway เปลี่ยนผ่านโดยไม่ทิ้งฐานเดิม

อุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงเป็นหนึ่งในเสาหลักของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับญี่ปุ่น แต่การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าทำให้ผู้ผลิตต้องปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับเทคโนโลยีและความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลง

นายอาเบะ อิจิโระ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) กรุงเทพฯ อธิบายถึงแนวทาง Multi-Pathway ของค่ายรถญี่ปุ่น ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์หลายรูปแบบ ทั้งการรักษาฐานการผลิตรถไฮบริดและเครื่องยนต์สันดาป ควบคู่กับการขยายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV)

แนวทางดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านที่ค่อยเป็นค่อยไป โดยพยายามรักษาความสามารถในการแข่งขันของฐานการผลิตเดิม พร้อมสร้างขีดความสามารถใหม่ให้สอดรับกับทิศทางของตลาด

สำหรับไทย การเปลี่ยนผ่านนี้มีความสำคัญต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนและแรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ เพราะชิ้นส่วน ระบบควบคุม และทักษะที่จำเป็นต่อรถยนต์แต่ละประเภทมีความแตกต่างกัน การพัฒนาทักษะและการปรับตัวของผู้ประกอบการจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญในการรักษาบทบาทของไทยในห่วงโซ่การผลิตระดับภูมิภาค

ขณะเดียวกัน การดึงดูดการลงทุนให้ต่อเนื่องยังต้องอาศัยสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่คาดการณ์ได้ การแข่งขันที่เป็นธรรม และการเพิ่มผลิตภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนลงทุนระยะยาวได้อย่างมั่นใจ

โจทย์ใหญ่ของไทย: พัฒนาคนและนวัตกรรมให้ทันเงินลงทุน

แม้เม็ดเงินลงทุนจากญี่ปุ่นจะเปิดโอกาสให้ไทยยกระดับอุตสาหกรรม แต่การลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูงต้องการบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทางมากกว่าการผลิตแบบเดิม ไม่ว่าจะเป็นวิศวกรออกแบบวงจรและชิป ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลและ AI ตลอดจนช่างเทคนิคที่ดูแลระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีพลังงานสมัยใหม่

เงินลงทุนจึงเปรียบเสมือน “ฮาร์ดแวร์” ที่ช่วยสร้างโครงสร้างพื้นฐานและกำลังการผลิต ส่วน “ซอฟต์แวร์” ที่ทำให้การลงทุนสร้างมูลค่าได้เต็มศักยภาพ คือทักษะของบุคลากร องค์ความรู้ เทคโนโลยี และระบบนิเวศการวิจัยและพัฒนา

หากไทยสามารถเชื่อมโยงการลงทุนเข้ากับมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และผู้ประกอบการในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะเพิ่มโอกาสให้เกิดการพัฒนาบุคลากร การถ่ายทอดความรู้ และการต่อยอดนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ตลาดจริง

ในทางกลับกัน หากการลงทุนยังพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศเป็นหลัก และธุรกิจไทยไม่สามารถยกระดับเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าสูงได้เต็มที่ ประโยชน์ที่ประเทศได้รับก็อาจไม่สอดคล้องกับศักยภาพของเม็ดเงินลงทุน

จากผู้รับการลงทุน สู่พันธมิตรร่วมสร้างนวัตกรรม

การลงทุนจากญี่ปุ่นเกือบ 4 แสนล้านบาทเป็นโอกาสสำคัญของไทยในการต่อยอดฐานอุตสาหกรรมที่มีอยู่ไปสู่เทคโนโลยีขั้นสูง ตั้งแต่เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และโครงสร้างพื้นฐาน AI ไปจนถึงพลังงานสะอาดและยานยนต์แห่งอนาคต

แต่ความสำเร็จของความร่วมมือครั้งนี้ไม่ควรวัดจากจำนวนโครงการหรือมูลค่าการลงทุนเพียงอย่างเดียว หากต้องพิจารณาด้วยว่าไทยสามารถสร้างผู้ผลิตในประเทศที่มีศักยภาพ เพิ่มผลิตภาพแรงงาน พัฒนาทักษะใหม่ และต่อยอดองค์ความรู้สู่ผลิตภัณฑ์หรือบริการของตนเองได้มากน้อยเพียงใด

ในอีกทศวรรษข้างหน้า ความท้าทายสำคัญจึงอยู่ที่การเปลี่ยนจากการเป็นฐานรองรับเงินลงทุน ไปสู่การเป็นพันธมิตรที่ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีและสร้างนวัตกรรมกับญี่ปุ่นได้อย่างแท้จริง เพราะนั่นคือเส้นทางที่จะทำให้เงินลงทุนวันนี้กลายเป็นขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยดึงคำขอลงทุน 'ชิป-อิเล็กทรอนิกส์' ราว 9 แสนล้านบาท รับผู้ผลิตปรับห่วงโซ่อุปทาน

ไทยดึงคำขอลงทุน 'ชิป-อิเล็กทรอนิกส์' ราว 9 แสนล้านบาท รับผู้ผลิตปรับห่วงโซ่อุปทาน

บีโอไอเผยยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนในไทยด้านเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง พุ่งแตะ 9 แสนล้านบาท ในช่วง 3 ปี สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ผลิตระดับโลกที่เดินหน้าปรับโครงสร้างและย้ายฐานการผลิตเพื่อกระจายความเสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่มแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ที่ขยายตัวแรงขานรับกระแส AI ยานยนต์ไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซนเตอร์

3 นาที
ปลดล็อกสองโอกาสทอง ‘โซลาร์–รางรถไฟ’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคต

ปลดล็อกสองโอกาสทอง ‘โซลาร์–รางรถไฟ’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคต

ประเทศไทยยืนบนจุดเปลี่ยนสำคัญ ปลดล็อกพลังงานแสงอาทิตย์และระบบรางรถไฟ ลดต้นทุน เพิ่มขีดแข่งขัน สร้างตลาดใหม่มูลค่าล้านล้านบาท พร้อมผลักดันเศรษฐกิจไทยสู่ทศวรรษแห่งการเติบโต

5 นาที
ต้อนรับ AI อย่างน้องใหม่: องค์กรจะเริ่มใช้งาน AI ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดได้อย่างไร

ต้อนรับ AI อย่างน้องใหม่: องค์กรจะเริ่มใช้งาน AI ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดได้อย่างไร

บทความนี้ชวนผู้บริหารมอง AI เสมือนพนักงานใหม่ที่ต้องมีการ Onboarding อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การกำหนดบทบาทและ System Prompt ให้ชัดเจน สร้างระบบความจำและ Feedback Loop ไปจนถึงการโค้ช AI Agent ให้เรียนรู้และเติบโตไปพร้อมทีม เพื่อเปลี่ยน AI จาก “เครื่องมือทดลองใช้” ให้กลายเป็นเพื่อนร่วมทีมที่สร้างคุณค่าได้จริงในองค์กรไทยยุคดิจิทัล

8 นาที
เมื่อ AI เปลี่ยนจาก "ผู้ช่วย" เป็น "ตัวแทนผู้ทรงอิทธิพล: บทเรียนจาก Yuval Noah Harari ถึงผู้นำธุรกิจ ก่อนอำนาจตัดสินใจจะหลุดจากมือมนุษย์

เมื่อ AI เปลี่ยนจาก "ผู้ช่วย" เป็น "ตัวแทนผู้ทรงอิทธิพล: บทเรียนจาก Yuval Noah Harari ถึงผู้นำธุรกิจ ก่อนอำนาจตัดสินใจจะหลุดจากมือมนุษย์

ถอดบทเรียนจาก Yuval Noah Harari บนเวที EDP ถึงคำเตือนสำคัญต่อผู้นำธุรกิจ เมื่อ AI กำลังเปลี่ยนผ่านจากผู้ช่วยสู่ Agent ที่ตัดสินใจได้เอง ชวนมองความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง ทั้งสถานะนิติบุคคล การควบคุมอธิปไตยข้อมูล และธรรมาภิบาลองค์กร ก่อนอำนาจบริหารและการตัดสินใจจะหลุดมือมนุษย์

16 นาที
Pax Silica: เมื่อสหรัฐฯ จัดตั้งพันธมิตรเทคโนโลยีใหม่ของโลก ไทยอยู่ตรงไหนในสมการนี้

Pax Silica: เมื่อสหรัฐฯ จัดตั้งพันธมิตรเทคโนโลยีใหม่ของโลก ไทยอยู่ตรงไหนในสมการนี้

กลุ่มพันธมิตร 15 ประเทศที่รวมพลังเพื่อควบคุมห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์และ AI นี่คือทั้งโอกาสและความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดสำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไทย

6 นาที
ผู้ว่าแบงก์ชาติยืนยันไทยยังไม่เผชิญภาวะ Stagflation

ผู้ว่าแบงก์ชาติยืนยันไทยยังไม่เผชิญภาวะ Stagflation

ธปท. ยืนยันว่าประเทศไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะ Stagflation จากเงินเฟ้อและการจ้างงานที่ยังคงมีเสถียรภาพ แต่ภาคธุรกิจ SME โดยเฉพาะร้านอาหาร ยังคงเผชิญความยากลำบากจากกำลังซื้อที่ลดลงและค่าครองชีพที่สูงขึ้น

5 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง