คำพิพากษาฎีกาที่ 1757/2557: เมื่อการออกจากงาน "ก่อนเกษียณ" นับเป็นการ "เกษียณ" ตามกฎหมายภาษี

คำพิพากษาฎีกาที่ 1757/2557: เมื่อการออกจากงาน "ก่อนเกษียณ" นับเป็นการ "เกษียณ" ตามกฎหมายภาษี

กฎหมายใหม่

ฟังบทความนี้โดย AI

Business Leader Podcast

0:00
0:00

สรุปประเด็น

พนักงานที่ออกจากงานตามโครงการ "สมัครใจลาออก" ก่อนอายุ 60 ปี ยังคงได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษีเงินได้จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือไม่ นี่คือประเด็นกฎหมายภาษีที่ศาลฎีกามีโอกาสวินิจฉัยในคดีนี้ และคำตอบที่ได้มีนัยสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้งลูกจ้างและฝ่ายกฎหมายภาษีของกิจการ

วิเคราะห์คดี: นางจตุพร จันทร์กระจ่าง โจทก์ v. กรมสรรพากร จำเลย — คำพิพากษา 23 กรกฎาคม 2557

ข้อเท็จจริงและความเป็นมาของคดี

โจทก์ (นางจตุพร จันทร์กระจ่าง) เป็นพนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย และได้เข้าร่วมโครงการออกจากงานโดยความเห็นชอบร่วมกัน ตามระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทยที่ พ 42/2547 ซึ่งมีผลบังคับใช้ระหว่าง พ.ศ. 2547–2550 ขณะออกจากงาน โจทก์มีอายุ 56 ปี — ต่ำกว่าอายุเกษียณปกติ 60 ปี

เมื่อออกจากงาน โจทก์ได้รับเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และนำเงินดังกล่าวมายื่นขอยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 42(17) แห่งประมวลรัษฎากร โดยอ้างว่าการออกจากงานของตนเข้าเกณฑ์ "เกษียณอายุ" ตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรกำหนดไว้

กรมสรรพากรในฐานะจำเลยไม่เห็นด้วย จึงเกิดการฟ้องร้องเพื่อขอคืนเงินภาษีที่โจทก์ถูกหักไว้แล้ว

กรมสรรพากรในฐานะจำเลยไม่เห็นด้วย จึงเกิดการฟ้องร้องเพื่อขอคืนเงินภาษีที่โจทก์ถูกหักไว้แล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการออกจากงานตามโครงการที่นายจ้างกำหนดเงื่อนไขไว้ล่วงหน้าในรูปแบบลายลักษณ์อักษร ถือเป็นการ "สิ้นกำหนดเวลาทำงานตามสัญญาจ้างแรงงาน" ซึ่งเข้าเกณฑ์เกษียณอายุตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร และได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา 42(17) แห่งประมวลรัษฎากร

ประเด็นกฎหมายที่ต้องวินิจฉัย

คดีนี้มีประเด็นชี้ขาดเดียวที่ต้องวินิจฉัย คือ

การออกจากงานตามโครงการ "ออกโดยความเห็นชอบร่วมกัน" ก่อนอายุ 60 ปี ถือเป็นการออกจากงาน "เพราะเกษียณอายุ" ตามข้อ 1(1) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 52) หรือไม่

กรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ศาลต้องพิจารณาบทบัญญัติที่เชื่อมโยงกันหลายฉบับ ได้แก่

  • มาตรา 42(17) แห่งประมวลรัษฎากร — บัญญัติให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินได้ที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามที่กฎหมายกำหนด
  • ข้อ 2(36) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร — กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับการยกเว้น
  • ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 52) แก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับที่ 151) และ (ฉบับที่ 158) — กำหนดหลักเกณฑ์การออกจากงานในกรณีต่างๆ รวมถึง ข้อ 1(1) ซึ่งว่าด้วยการออกจากงาน "เพราะสิ้นกำหนดเวลาทำงานตามสัญญาจ้างแรงงานที่เป็นลายลักษณ์อักษร"

นอกจากนี้ เงื่อนไขทางอายุและระยะเวลาสมาชิกภาพที่กฎหมายกำหนดสำหรับการยกเว้นภาษีในกรณีเกษียณอายุ คือ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปีบริบูรณ์ และต้องเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไม่น้อยกว่า 5 ปี

การวินิจฉัยของศาล

ศาลภาษีอากรกลางและศาลฎีกาเห็นพ้องกันว่า โจทก์มีสิทธิ์ได้รับการยกเว้นภาษี โดยเหตุผลสำคัญมีดังนี้

ประการแรก — ลักษณะของโครงการถือเป็น "สัญญาจ้างแรงงานที่เป็นลายลักษณ์อักษร": ระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทยที่ พ 42/2547 เป็นระเบียบที่กำหนดเงื่อนไขการออกจากงานไว้ล่วงหน้าอย่างชัดเจน ศาลวินิจฉัยว่าการออกจากงานตามระเบียบดังกล่าวถือเป็นการ "สิ้นกำหนดเวลาทำงานตามสัญญาจ้างแรงงานที่เป็นลายลักษณ์อักษร" ตามข้อ 1(1) ของประกาศอธิบดีฯ

ประการที่สอง — โจทก์ปฏิบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขทุกประการ: โจทก์ออกจากงานขณะอายุ 56 ปี (เกินเกณฑ์ 55 ปีบริบูรณ์) และเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี จึงครบองค์ประกอบทุกข้อ

ศาลจึงพิพากษาให้กรมสรรพากรคืนเงินภาษีจำนวน 821,462.27 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี โดยศาลฎีกาแก้ไขเฉพาะในส่วนระยะเวลาการคิดดอกเบี้ย — ให้คิดถึงวันที่จำเลยมีหนังสือแจ้งคำสั่งคืนเงินค่าภาษีอากรแก่โจทก์ (ไม่ใช่จนกว่าจะชำระเสร็จตามที่ศาลล่างพิพากษา)

ประเด็นสำคัญที่ศาลฎีกาวางหลักไว้คือ "การเกษียณอายุ" ตามกฎหมายภาษีไม่ได้หมายถึงการออกจากงานเมื่ออายุ 60 ปีเสมอไป หากนายจ้างกำหนดเงื่อนไขการออกจากงานไว้เป็นลายลักษณ์อักษรและลูกจ้างออกจากงานตามเงื่อนไขนั้น ก็อาจเข้าเกณฑ์ได้แม้อายุยังไม่ถึง 60 ปี

นัยทางกฎหมายและข้อสังเกตสำหรับการปฏิบัติ

คำพิพากษาฎีกาที่ 1757/2557 วางหลักที่มีความสำคัญในหลายมิติ

1. การตีความ "สัญญาจ้างแรงงานที่เป็นลายลักษณ์อักษร" อย่างกว้าง ศาลไม่ได้จำกัดความหมายของ "สัญญาจ้างแรงงาน" ให้แคบเฉพาะสัญญาจ้างงานฉบับเดิม แต่ยอมรับว่าระเบียบภายในขององค์กรที่กำหนดเงื่อนไขการออกจากงานก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้างแรงงานได้ นี่เป็นแนวตีความที่เปิดกว้างและเป็นประโยชน์ต่อลูกจ้าง

2. ความแตกต่างระหว่าง "ลาออก" กับ "ออกตามระเบียบ" คดีนี้สะท้อนว่าการจัดทำโครงการออกจากงานก่อนเกษียณในรูปแบบ "ความเห็นชอบร่วมกัน" ต้องมีระเบียบหรือข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรรองรับ หากพนักงานเพียง "สมัครใจลาออก" โดยไม่มีกรอบระเบียบรองรับ ผลทางภาษีอาจแตกต่างออกไป

3. เงื่อนไขอายุ 55 ปี ≠ อายุเกษียณ 60 ปี กฎหมายแยก "อายุที่ต้องมีขณะออกจากงาน" (55 ปี) ออกจาก "อายุเกษียณในสัญญา" (ซึ่งอาจกำหนดไว้ต่างกัน) กล่าวคือ การออกจากงานก่อนอายุ 60 ปีก็อาจได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษีได้ หากเป็นไปตามกรอบที่กฎหมายกำหนด

4. ประเด็นดอกเบี้ยคืนภาษี ศาลฎีกาแก้คำพิพากษาส่วนดอกเบี้ยโดยกำหนดจุดสิ้นสุดที่วันที่กรมสรรพากรมีหนังสือแจ้งคำสั่งคืนเงิน แนวนี้สอดคล้องกับหลักกฎหมายว่ากรมสรรพากรในฐานะหน่วยงานรัฐมีกระบวนการคืนเงินที่ต้องปฏิบัติตามขั้นตอน และดอกเบี้ยควรคิดถึงจุดที่หน่วยงานดำเนินการเสร็จสิ้น ไม่ใช่จนกว่าเงินจะถึงมือผู้รับจริง

บทสรุป

คำพิพากษาฎีกาที่ 1757/2557 มีคุณูปการต่อการพัฒนากฎหมายภาษีแรงงานในหลายด้าน โดยเฉพาะการวางหลักว่าระเบียบภายในขององค์กรที่กำหนดเงื่อนไขการออกจากงานอย่างชัดเจน สามารถถือเป็นส่วนหนึ่งของ "สัญญาจ้างแรงงานที่เป็นลายลักษณ์อักษร" เพื่อประโยชน์ในการได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษีตามมาตรา 42(17) แห่งประมวลรัษฎากร

สำหรับนักกฎหมายและที่ปรึกษาภาษีที่ให้คำแนะนำแก่องค์กรที่มีโครงการออกจากงานก่อนเกษียณ คดีนี้เน้นย้ำความสำคัญของการจัดทำระเบียบและข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรให้ครบถ้วน เพื่อให้พนักงานที่ออกจากงานในลักษณะดังกล่าวสามารถใช้สิทธิ์ทางภาษีที่กฎหมายมอบให้ได้อย่างเต็มที่

คำถามที่ยังเปิดอยู่สำหรับการวิจัยและวิเคราะห์ต่อไปคือ เส้นแบ่งระหว่างโครงการที่ "เข้าเกณฑ์" กับ "ไม่เข้าเกณฑ์" อยู่ที่ใดในรายละเอียด — โดยเฉพาะในกรณีที่ระเบียบขององค์กรไม่ชัดเจนเท่ากรณีของธนาคารแห่งประเทศไทย

ข้อมูลอ้างอิง:

  1. คำพิพากษาฎีกาที่ 1757/2557 (นางจตุพร จันทร์กระจ่าง โจทก์ v. กรมสรรพากร จำเลย) วันที่ 23 กรกฎาคม 2557
  2. ประมวลรัษฎากร มาตรา 42(17)
  3. กฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ข้อ 2(36)
  4. ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 52) แก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับที่ 151) และ (ฉบับที่ 158)
  5. ระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ พ 42/2547 เรื่อง การออกจากงานโดยความเห็นชอบร่วมกัน พ.ศ. 2547

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดคำพิพากษาฉบับเต็มคดีจำนำข้าว

เปิดคำพิพากษาฉบับเต็มคดีจำนำข้าว

สรุปสาระสำคัญจากคำพิพากษาศาลฎีกา คดีรับจำนำข้าว ชี้บรรทัดฐานสำคัญเรื่องอำนาจตรวจสอบนโยบายรัฐบาล และความรับผิดชอบทางกฎหมายของผู้นำองค์กร เมื่อรับทราบพฤติการณ์ทุจริตในระดับปฏิบัติการแต่ละเว้นการใช้อำนาจยับยั้ง แก้ไข จนเกิดความเสียหายแก่งบประมาณแผ่นดิน เพื่อเป็นบทเรียนธรรมาภิบาลสำหรับฝ่ายบริหาร

4 นาที
ก.ล.ต. เปิดทบทวนกฎหมายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รอบ 5 ปี — โอกาสปรับโครงสร้างการออมระยะยาวของประเทศ

ก.ล.ต. เปิดทบทวนกฎหมายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รอบ 5 ปี — โอกาสปรับโครงสร้างการออมระยะยาวของประเทศ

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ของพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นการทบทวนตามรอบ 5 ปีตามที่กฎหมายกำหนด

7 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง