เปิดคำพิพากษา: อายุความประกันภัย

เปิดคำพิพากษา: อายุความประกันภัย

กฎหมายใหม่

สรุปประเด็น

ปัจจุบันการประกันภัยเป็นที่รู้จักกันกว้างขวางมากขึ้น คนไทยส่วนใหญ่มีความรู้และความเข้าใจจากการประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะการประกันวินาศภัยและประกันชีวิต อย่างไรก็ตาม แม้การประกันภัยมีสัญญากำหนดสาระสำคัญไว้อย่างละเอียดชัดเจน แต่ปัญหาและข้อขัดแย้งยังปรากฏเป็นคดีความจำนวนมาก ส่วนหนึ่งคืออายุความในสัญญาประกันภัย ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติไว้ คือ 
           
           มาตรา ๔๔๘ วรรคแรก สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดนั้น ท่านว่าขาดอายุความเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือเมื่อพ้นสิบปีนับแต่วันทำละเมิด

           มาตรา ๘๘๒ ในการเรียกให้ใช้ค่าสินไหมทดแทน ท่านห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันวินาศภัย

           ในการเรียกให้ใช้หรือให้คืนเบี้ยประกันภัย ท่านห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นเวลาสองปีนับแต่วันซึ่งสิทธิจะเรียกให้ใช้หรือคืนเบี้ยประกันภัยถึงกำหนด

เรื่องอายุความประกันภัย มีคำพิพากษาที่น่าสนใจ ได้แก่ คำพิพากษาฎีกาที่ ๙๗๙๐/๒๕๕๗ โดยมีสาระสำคัญดังนี้

           โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ มีหน้าที่ทำความสะอาดภายในอาคารชุดแห่งหนึ่ง ดูแลสระว่ายน้ำซึ่งเป็นทรัพย์ส่วนกลางของจำเลยที่ ๒ ขายคูปองและให้บริการแก่บุคคลทั่วไปและผู้มาใช้สระว่ายน้ำ เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๔๘ เวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา เด็กชาย ม. อายุ ๘ ปีเศษบุตรโจทก์กับพวกรวม ๓ คน ไปใช้บริการสระว่ายน้ำ แล้วบุตรโจทก์จมน้ำเสียชีวิต เนื่องจากจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้ดูแลให้บริการสระว่ายน้ำ โดยเรียกเก็บค่าบริการ กระทำการโดยประมาทเลินเล่อไม่จัดเจ้าหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือแก่ผู้จะจมน้ำ ไม่จัดให้มีเครื่องหมายแสดงความลึกของสระในระดับต่าง ๆ ไม่มีอุปกรณ์กั้นแบ่งส่วนน้ำตื้นและน้ำลึกให้ชัดเจน น้ำในสระดำและขุ่นมากจนมองไม่เห็นใต้สระน้ำ ทำให้บุตรโจทก์ว่ายออกไปยังส่วนน้ำลึก เมื่อจะจมน้ำไม่มีเจ้าหน้าที่ของสระคอยช่วยเหลือ และผู้คนในบริเวณสระว่ายน้ำไม่สามารถมองเห็นบุตรโจทก์ขณะอยู่ใต้น้ำกำลังจะจมน้ำ จึงไม่มีผู้ใดช่วยไม่ให้บุตรโจทก์จมน้ำเสียชีวิตได้ทัน จำเลยที่ ๒ ในฐานะนายจ้างต้องร่วมรับผิดในการกระทำละเมิดของจำเลยที่ ๑ ซึ่งกระทำไปในทางการที่จ้างด้วย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์

           จำเลยที่ ๑ ให้การว่า เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ มีหน้าที่ดูแลและขายบัตรสระน้ำของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ สอบถามบุตรโจทก์กับพวกรวม ๓ คน ซึ่งจะซื้อบัตรก่อนแล้วว่าว่ายน้ำเป็นหรือไม่ ตามกฎของสระว่ายน้ำห้ามผู้ว่ายน้ำไม่เป็นลงสระ หากจะลงต้องมีผู้ปกครองรับผิดชอบความปลอดภัย และต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ดูแลสระทราบ จำเลยที่ ๑ ได้รับการยืนยันโดยปกปิดความจริงว่าทุกคนว่ายน้ำเป็น และนางสาว อ. ซึ่งมาด้วยกันรับว่าจะดูแลบุตรโจทก์ จำเลยที่ ๑ จึงปล่อยให้บุตรโจทก์ลงสระได้ ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ ๑ มอบให้นาย ว. เป็นผู้ดูแลบริเวณสระน้ำอยู่ ขณะนั้นมีผู้มาใช้บริการไม่น้อยกว่า ๒๕ คน สระน้ำมีเชือกกั้นแสดงช่วงน้ำลึกให้เห็นชัดเจน น้ำในสระใสสะอาด คำให้การรับสารภาพในคดีอาญา จำเลยที่ ๑ ได้แถลงข้อเท็จจริงว่าบุตรโจทก์แจ้งว่าเด็กว่ายน้ำเป็น และนางสาว อ. รับจะดูแลบุตรโจทก์ด้วย โจทก์รับเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท ที่จำเลยที่ ๑ วางเพื่อบรรเทาความเสียหายไปจากศาลแล้ว ขอให้ยกฟ้อง

           จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างทำความสะอาดอาคารของจำเลยที่ ๒ แต่ในส่วนของสระว่ายน้ำ จำเลยที่ ๑ เช่าจากจำเลยที่ ๒ เพื่อเปิดบริการแก่บุคคลทั่วไป ค่าเช่าเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท หน้าที่ดูแลสระว่ายน้ำและค่าใช้จ่ายทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับจำเลยที่ ๒ สระว่ายน้ำที่เกิดเหตุมีมาตรฐาน มีความสะอาด มีเส้นแบ่งเขตและเชือกกั้นแนวน้ำลึก มีพนักงานรักษาความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา เหตุที่เกิดขึ้นเป็นความประมาทเลินเล่อของบุตรโจทก์ ที่โกหกว่าว่ายน้ำเป็นและเข้าไปในเขตน้ำลึก โจทก์มีส่วนประมาทเลินเล่อที่อนุญาตให้บุตรซึ่งว่ายน้ำไม่เป็นไปเล่นน้ำ ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ เพราะฟ้องเกิน ๑ ปี นับแต่เกิดเหตุละเมิด ขอให้ยกฟ้อง       


 

   ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ร่วมกันรับผิดต่อโจทก์

           โจทก์และจำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้จำนวนค่าเสียหายให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ชดใช้ให้โจทก์

           โจทก์และจำเลยที่ ๒ ฎีกา ส่วนจำเลยที่ ๑ ไม่ฎีกา คดีสำหรับจำเลยที่ ๑ จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

           ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์และจำเลยที่ ๒ ข้อแรกมีว่า คดีสำหรับจำเลยร่วม (บริษัทประกันภัย) ขาดอายุความหรือไม่ โจทก์และจำเลยที่ ๒ ฎีกามีใจความว่า อายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๘๒ วรรคหนึ่ง ไม่ใช้บังคับแก่โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก แต่ต้องนับแต่วันที่จำเลยที่ ๒ ใช้สิทธิเรียกจำเลยร่วม (บริษัทประกันภัย) ตามสัญญาประกันภัยเข้ามาในคดี คือวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ เมื่อนับถึงวันฟ้องไม่เกิน ๒ ปี คดีสำหรับจำเลยร่วม (บริษัทประกันภัย) ไม่ขาดอายุความ เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๘๒ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “ในการเรียกให้ใช้ค่าสินไหมทดแทน ท่านห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันวินาศภัย” เป็นบทบัญญัติให้ผู้รับประกันภัยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีวินาศภัยเกิดขึ้นตามสัญญาประกันภัยแก่ผู้เอาประกันภัยและบุคคลภายนอก ไม่ใช่ นับแต่วันที่จำเลยที่ ๒ ใช้สิทธิตามสัญญาเรียก จำเลยร่วม (บริษัทประกันภัย) เข้ามาในคดีเมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ แม้โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่ทราบว่าจำเลยร่วม (บริษัทประกันภัย) เป็นผู้รับประกันภัยสระน้ำซึ่งเป็นทรัพย์ส่วนกลางก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะทำให้ความรับผิดตามสัญญาประกันภัยของจำเลยร่วม (บริษัทประกันภัย) ขยายออกไปตามที่ โจทก์และ จำเลยที่ ๒ ฎีกา เมื่อจำเลยที่ ๒ ขอให้ศาลหมายเรียกจำเลยร่วม (บริษัทประกันภัย) เข้ามาในคดีนับแต่วันเกิดเหตุถึงวันฟ้องเกิน ๒ ปี คดีสำหรับจำเลยร่วม (บริษัทประกันภัย) จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๘๒ วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาในปัญหาดังกล่าว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์และจำเลยที่ ๒ ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น
ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๒ ข้อที่สองมีว่าคดีโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ ขาดอายุความหรือไม่ จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่าโจทก์ฟ้องฐานละเมิด คดีขาดอายุความ ๑ ปี จะนำอายุความทางอาญา ๑๐ ปี มาใช้บังคับไม่ได้เพราะจำเลยที่ ๒ ไม่ใช่จำเลยในคดีอาญา เห็นว่า ตามคำฟ้องโจทก์บรรยายในทำนองว่า จำเลยที่ ๑ ละเว้นไม่จัดให้มีระบบรักษาความปลอดภัยหรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแก่บุคคลผู้มาใช้บริการสระน้ำ ไม่จัดให้มีเครื่องหมายแสดงระดับความลึกของสระน้ำเพื่อให้ทราบความลึกของน้ำ ฯลฯ และบรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ได้กระทำความผิดไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ ซึ่งศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ และกระทำละเมิดในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ หรือไม่ ไม่มีประเด็นปัญหาว่าจำเลยที่ ๒ ร่วมกับจำเลยที่ ๑ กระทำผิดทางอาญาฐานประมาทอันเป็นการละเมิดหรือไม่ จึงไม่อาจนำอายุความทางอาญาที่ยาวกว่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๘ วรรคสองมาใช้บังคับเพราะจำเลยที่ ๒ ไม่ได้ถูกฟ้องคดีอาญาและไม่มีประเด็นข้อพิพาทว่าจำเลยที่ ๒ ร่วมกับจำเลยที่ ๑ กระทำผิดทางอาญาฐานประมาทอันเป็นการละเมิด การที่โจทก์จะฟ้องจำเลยที่ ๒ ในฐานะนายจ้างของจำเลยที่ ๑ ให้รับผิดจึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๘ วรรคหนึ่งที่บัญญัติว่า “สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดนั้น ท่านว่าขาดอายุความเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือเมื่อพ้นสิบปีนับแต่วันทำละเมิด” เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๒ วันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๐ วันเกิดเหตุละเมิดวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๔๘ ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๒ รับสภาพหนี้อันทำให้อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓/๑๔ โจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๒ เกิน ๑ ปี คดีโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ จึงขาดอายุความ ฎีกาของจำเลยที่ ๒ ฟังขึ้น เมื่อคดีโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ ขาดอายุความแล้ว จึงไม่ต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ ๒ ข้ออื่นเพราะไม่ทำให้ผลของคดีสำหรับจำเลยที่ ๒ เปลี่ยนแปลง

           พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒

           ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้

           คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๒ วันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๐ วันเกิดเหตุละเมิดวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๔๘ เกิน ๑ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๘ วรรคหนึ่ง ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๒ รับสภาพหนี้อันทำให้อายุความสะดุดหยุดลงตามมาตรา ๑๙๓/๑๔ คดีโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ จึงขาดอายุความ

           แม้โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่ทราบว่าจำเลยร่วม (บริษัทประกันภัย) เป็นผู้รับประกันภัยก็ไม่ทำให้ความรับผิดตามสัญญาประกันภัยของจำเลยร่วม (บริษัทประกันภัย) ขยายออกไป เมื่อจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นนายจ้างของจำเลยที่ ๑ ขอให้ศาลหมายเรียกจำเลยร่วม (บริษัทประกันภัย) เข้ามาในคดีนับแต่วันเกิดเหตุถึงวันฟ้องเกิน ๒ ปี คดีสำหรับจำเลยร่วม (บริษัทประกันภัย) จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๘๒ วรรคหนึ่ง

           กรณีคำฟ้องโจทก์บรรยายว่า จำเลยที่ ๑ ละเว้นไม่จัดให้มีระบบรักษาความปลอดภัย หรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลดภัยแก่บุคคลผู้มาใช้บริการสระน้ำ ไม่จัดให้มีเครื่องหมายแสดงระดับความลึกของสระน้ำเพื่อให้ทราบความลึกของน้ำ ฯลฯ และบรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ได้กระทำความผิดไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ ศาลชั้นต้น กำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ และกระทำละเมิดในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ หรือไม่ ไม่มีประเด็นว่าจำเลยที่ ๒ ร่วมกับจำเลยที่ ๑ กระทำผิดทางอาญาฐานประมาท อันเป็นการละเมิดหรือไม่ จึงไม่อาจนำอายุความทางอาญาที่ยาวกว่าตามประมวลแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๘ วรรคสอง มาใช้บังคับ เพราะจำเลยที่ ๒ ไม่ได้ถูกฟ้องคดีอาญาและไม่มีประเด็นข้อพิพาทว่า จำเลยที่ ๒ ร่วมกับจำเลยที่ ๑ กระทำผิดทางอาญาฐานประมาทอันเป็นการละเมิด การที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๒ ในฐานะนายจ้างของจำเลยที่ ๑ ให้รับผิด จึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งละพาณิชย์ มาตรา ๔๔๘ วรรคหนึ่ง

           อนึ่ง ได้มีคำพิพากษาฎีกาที่ ๘๕๓๓/๒๕๕๒ (ประชุมใหญ่) วินิจฉัยมูลละเมิดในฐานะเจ้าของผู้ครอบครองนายจ้าง ตัวการผู้จ้างวาน ผู้ใช้ มีอายุความ ๑ ปี นับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ประมวลแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๘ วรรคหนึ่ง ส่วนความรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามสัญญาประกันวินาศภัย มีอายุความ ๒ ปี นับแต่วันวินาศภัยตาม มาตรา ๘๘๒ วรรคหนึ่ง แสดงว่าอายุความฟ้องจำเลยทั้งสองสามารถแยกออกจากกันได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ภาษีทรัมป์กลับมาบังคับใช้หลังศาลอุทธรณ์พักคำตัดสิน

ภาษีทรัมป์กลับมาบังคับใช้หลังศาลอุทธรณ์พักคำตัดสิน

ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ พักคำสั่งยกเลิกภาษีทรัมป์ชั่วคราว หลังศาลชั้นต้นตัดสินเกินอำนาจ นักลงทุนจับตาศึกกฎหมายส่งผลต่อนโยบายการค้าโลก

4 นาที
คำพิพากษาคดีจำนำข้าว ศาลปกครองสูงสุด สั่ง 'ยิ่งลักษณ์' จ่ายค่าเสียหายหมื่นล้าน

คำพิพากษาคดีจำนำข้าว ศาลปกครองสูงสุด สั่ง 'ยิ่งลักษณ์' จ่ายค่าเสียหายหมื่นล้าน

เปิดคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดคดีจำนำข้าว สั่ง 'ยิ่งลักษณ์' จ่ายค่าเสียหายหมื่นล้าน ลดจากเดิม 35,717 ล้านบาท เหลือ 10,028 ล้านบาท หลังแยกแยะความรับผิดทางการเมืองกับการบริหาร

13 นาที
การยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.๓๐) พ้นเวลาที่กฎหมายกำหนด

การยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.๓๐) พ้นเวลาที่กฎหมายกำหนด

คดีนี้เจ้าพนักงานประเมินตรวจพบว่า โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.๓๐) พ้นเวลาที่กฎหมายกำหนด และแสดงภาษีขายขาดไป รวม ๓ เดือนภาษีคือ  เดือนภาษีพฤศจิกายน ๒๕๔๘ ยื่นแบบฯ เกินเวลาและนำภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายมาหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ทำให้ต้องรับผิดเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มเติมพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมาย

10 นาที
กฎหมายสำหรับครูอาจารย์ วิสัยทัศน์ด้านการศึกษาระยะยาวของเวียดนาม

กฎหมายสำหรับครูอาจารย์ วิสัยทัศน์ด้านการศึกษาระยะยาวของเวียดนาม

กฎหมายสำหรับครูอาจารย์ที่ได้รับการอนุมัติในการประชุมสภาแห่งชาติครั้งที่ 9 สมัยที่ 15 เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนไม่เพียงแต่เป็นความก้าวหน้าของกระบวนการปรับปรุงระเบียบกลไกเท่านั้น หากยังเป็นการยืนยันว่า การศึกษายังคงเป็นด้านที่เวียดนามให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆในยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนและการผสมผสานเข้ากับกระแสโลก

5 นาที
หมิ่นประมาทต้องยืนยันผู้ถูกใส่ความว่าเป็นใครหรือไม่

หมิ่นประมาทต้องยืนยันผู้ถูกใส่ความว่าเป็นใครหรือไม่

คดีอาญาความผิดฐานหมิ่นประมาทมีมากขึ้นตามสื่อต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลที่มีชื่อเสียง ข้าราชการ นักการเมือง มักถูกพาดพิงจากคอลัมน์หนังสือพิมพ์ การวิพากษ์วิจารณ์ทางวิทยุและโทรทัศน์ จึงขอนำเสนอคำพิพากษาฏีกาที่น่าสนใจมาวิเคราะห์เป็นคดีตัวอย่าง ได้แก่ คำพิพากษาฎีกาที่ ๙๕๑๘/๒๕๕๗

10 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง