
สงครามการค้าเดือด! จีนออกสมุดปกขาวโต้สหรัฐฯ ประณามมาตรการกีดกันทางการค้า
สำนักงานสารสนเทศของสภาแห่งรัฐจีนได้เผยแพร่รายงานปกขาวเรื่อง "จุดยืนของจีนต่อประเด็นสำคัญบางประการเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าจีน-สหรัฐฯ" เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2568 ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้าที่เพิ่มขึ้นระหว่างทั้งสองประเทศ
ความสัมพันธ์เศรษฐกิจจีน-สหรัฐฯ: ผลประโยชน์ร่วมกัน
รายงานฉบับนี้เน้นย้ำว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน โดยระบุว่าการค้าสองทางระหว่างทั้งสองประเทศเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2522 โดยในปี 2567 มูลค่าการค้าสินค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ มีมูลค่าถึง 688,280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้น 275 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2522 และมากกว่า 8 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2544 เมื่อจีนเข้าร่วมองค์การการค้าโลก (WTO)
รายงานชี้ให้เห็นว่าสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกสินค้าที่ใหญ่ที่สุดของจีนและเป็นแหล่งนำเข้าอันดับสองของจีน ในขณะที่จีนเป็นตลาดส่งออกอันดับสามและแหล่งนำเข้าอันดับสองของสหรัฐฯ นอกจากนี้ การส่งออกของสหรัฐฯ ไปยังจีนเติบโตเร็วกว่าการส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ของโลก โดยในปี 2567 การส่งออกสินค้าของสหรัฐฯ ไปยังจีนมีมูลค่า 143,550 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 648.4% จาก 19,180 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2544
การปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าเฟสหนึ่ง
รายงานยืนยันว่าจีนได้ปฏิบัติตามพันธกรณีในข้อตกลงการค้าเฟสหนึ่งที่ลงนามกับสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2563 อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การเพิ่มการนำเข้า และการเปิดตลาดมากขึ้น
จีนได้ดำเนินมาตรการหลายประการเพื่อคุ้มครองความลับทางธุรกิจและทรัพย์สินทางปัญญาเกี่ยวกับเภสัชกรรม ลงโทษการละเมิดทางไซเบอร์ และเสริมสร้างการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา นอกจากนี้ จีนยังได้ห้ามการถ่ายโอนเทคโนโลยีโดยใช้กำลังบังคับในทุกรูปแบบและให้การเข้าถึงตลาดมากขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารและเกษตรของสหรัฐฯ
ในด้านบริการทางการเงิน จีนได้ขยายการเข้าถึงตลาดอย่างมีนัยสำคัญโดยอนุญาตให้สถาบันการเงินของสหรัฐฯ เข้ามาดำเนินการในจีน และรักษาเสถียรภาพขั้นพื้นฐานของอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนในระดับที่ปรับตัวได้และสมดุล
ข้อกล่าวหาที่สหรัฐฯ ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง
อย่างไรก็ตาม รายงานกล่าวหาว่าสหรัฐฯ ไม่ได้ปฏิบัติตามพันธกรณีตามข้อตกลงการค้าเฟสหนึ่ง โดยระบุว่าสหรัฐฯ ได้เพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อจีนอย่างเป็นระบบนับตั้งแต่มีการลงนามในข้อตกลง โดยการดำเนินมาตรการจำกัดหลายประการ เช่น การควบคุมการส่งออกและข้อจำกัดการลงทุน
รายงานระบุว่าสหรัฐฯ ไม่ได้ปฏิบัติตามข้อตกลงในประเด็นสำคัญหลายด้าน เช่น การถ่ายโอนเทคโนโลยี การค้าในผลิตภัณฑ์อาหารและเกษตร บริการทางการเงิน และเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะการกดดัน TikTok ให้ขายหรือถอนธุรกิจ ซึ่งเป็นการละเมิดหลักการพื้นฐานของเศรษฐกิจตลาด
มาตรการการค้าฝ่ายเดียวของสหรัฐฯ
รายงานวิจารณ์มาตรการการค้าฝ่ายเดียวของสหรัฐฯ อย่างรุนแรง โดยเฉพาะการใช้มาตรา 301 เพื่อเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมกับสินค้าจีน ซึ่งจีนมองว่าเป็นการละเมิดกฎของ WTO ทั้งยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ได้
นอกจากนี้ รายงานยังวิพากษ์วิจารณ์การที่สหรัฐฯ ใช้ประเด็นเฟนทานิลเป็นข้ออ้างในการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมกับสินค้าจีนที่ส่งออกไปสหรัฐฯ และการประกาศยกเลิกการปฏิบัติแบบปลอดภาษีสำหรับสินค้ามูลค่าต่ำ (de minimis) จากจีนตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 ซึ่งจีนอ้างว่าไม่มีพื้นฐานความจริงและจะไม่ช่วยแก้ไขปัญหาภายในของสหรัฐฯ
ข้อเสนอเพื่อความร่วมมือในอนาคต
รายงานย้ำว่าการแก้ไขความแตกต่างระหว่างจีนและสหรัฐฯ ควรผ่านการเจรจาอย่างเท่าเทียมและความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน ชี้ว่าทั้งสองประเทศควรพัฒนาความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาของแต่ละฝ่าย และสร้างโอกาสการพัฒนามากขึ้นสำหรับโลก
รายงานปกขาวสรุปว่า
"สงครามการค้าไม่มีผู้ชนะ และการปกป้องทางการค้านำไปสู่ทางตัน ความสำเร็จทางเศรษฐกิจของทั้งจีนและสหรัฐฯ เป็นโอกาสร่วมกันมากกว่าภัยคุกคามซึ่งกันและกัน"
พร้อมเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศร่วมมือกันตามหลักการเคารพซึ่งกันและกัน การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าทวิภาคีอย่างมีสุขภาพ มั่นคง และยั่งยืน
ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าที่เพิ่มขึ้นระหว่างสองประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ รายงานปกขาวฉบับนี้สะท้อนความพยายามของจีนในการแสดงจุดยืนของตนเองและเรียกร้องให้มีการกลับมาเจรจาอย่างสร้างสรรค์เพื่อแก้ไขข้อพิพาททางการค้า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

การเปลี่ยนผ่านพลังงานโลก: 3 บทเรียนจากวิกฤต ที่ธุรกิจต้องเข้าใจในยุคพลังงานผันผวน
รายงาน World Economic Forum เผย 3 บทเรียนจากวิกฤตโควิด สงครามยูเครน และความขัดแย้งตะวันออกกลาง ที่พลิกโฉมการเปลี่ยนผ่านพลังงานโลก พร้อมนัยสำคัญที่ผู้นำธุรกิจต้องรู้เรื่องต้นทุนพลังงาน ห่วงโซ่อุปทาน และภูมิรัฐศาสตร์แร่ธาตุวิกฤต

นายกฯ ออกแถลงการณ์ ประกาศนำเข้าพลังงาน เครื่องบิน สินค้าเกษตร จากสหรัฐฯ เพิ่ม
นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ออกแถลงการณ์ ท่าทีของประเทศไทยกับนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ระบุ ภาษี ทรัมป์ กระทบหนัก สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ อาหารแปรรูป สินค้าเกษตร เตรียมเพิ่มการนำเข้าสินค้าพลังงาน เครื่องบิน สินค้าเกษตร จากสหรัฐฯ เพิ่ม

เปิดความลับ "IF" น้ำมะพร้าวไทย พนักงาน 46 คนพิชิตตลาดจีน กวาดยอดขาย 57,000 ล้าน
เรื่องราวความสำเร็จ: IF น้ำมะพร้าวแบรนด์ไทย ใช้พนักงานเพียง 46 คน แต่ครองส่วนแบ่งตลาดจีน 34% สร้างยอดขาย 57,000 ล้านบาท ด้วยกลยุทธ์ Ultra Light น้ำมะพร้าวแบรนด์ไทย "IF" หรือ "溢福" (อี้ฝู) ในภาษาจีน สร้างปรากฏการณ์ธุรกิจที่น่าทึ่งด้วยการใช้ทีมงานเพียง 46 คน แต่สามารถสร้างยอดขายในปี 2567 ได้มากถึง 57,000 ล้านบาท ในตลาดจีน

กลยุทธ์ผู้ส่งออกไทยรับมือภาษีนำเข้าสหรัฐฯ 19%
ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศร่วมวิเคราะห์ผลกระทบจากภาษีนำเข้าสหรัฐฯ 19% ต่อผู้ส่งออกไทย พร้อมเสนอแนวทางปรับกลยุทธ์ธุรกิจ โลจิสติกส์ และซัพพลายเชน เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก

หลี่ เฉิงกัง นักการทูตสายเหยี่ยว กับภารกิจท้าทาย ในสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ
จีนแต่งตั้งหลี่ เฉิงกัง วัย 58 ปี นักการทูตผู้มีประสบการณ์และจุดยืนแข็งกร้าว เป็นรองรัฐมนตรีพาณิชย์และตัวแทนเจรจาการค้าคนใหม่ แทนที่หวัง โช่วเหวิน ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐฯ ที่ทวีความรุนแรง

จีนเปิดแผน 5 ปี ฉบับที่ 15 ดัน AI สร้าง Digital China หนุนความร่วมมือไทยสู่เศรษฐกิจอัจฉริยะ
จีนเผยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 5 ปี (2026-2030) มุ่งขับเคลื่อน “Digital China” ด้วย AI+ พร้อมต่อยอดความร่วมมือไทยในเกษตรอัจฉริยะ โลจิสติกส์ และ EV ยกระดับเศรษฐกิจสู่อนาคต
