จีนจัดพิธีฌาปนกิจร่าง 'จูหรงจี' อดีตนายกฯ ในกรุงปักกิ่ง

จีนจัดพิธีฌาปนกิจร่าง 'จูหรงจี' อดีตนายกฯ ในกรุงปักกิ่ง

ฟังบทความนี้โดย AI

Business Leader Podcast

0:00
0:00

สรุปประเด็น

  • จีนจัดพิธีฌาปนกิจร่าง 'จูหรงจี' อดีตนายกรัฐมนตรี ณ สุสานการปฏิวัติปาเป่าซาน กรุงปักกิ่ง หลังถึงแก่อสัญกรรมในวัย 98 ปี 

  • ปธน.สีจิ้นผิง พร้อมผู้นำระดับสูงพรรคคอมมิวนิสต์และรัฐบาลจีน ร่วมสงบนิ่งและโค้งคำนับคารวะศพ เพื่อแสดงความไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย 

  • พรรคคอมมิวนิสต์และรัฐบาลจีนยกย่องจูหรงจีเป็นนักปฏิวัติชนชั้นกรรมาชีพ รัฐบุรุษ และผู้นำที่โดดเด่นผู้ซื่อสัตย์จงรักภักดี 

  • หูจิ่นเทาและคณะผู้นำจีนได้เข้าเยี่ยมขณะรักษาตัวในโรงพยาบาล พร้อมส่งพวงหรีดและแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัว

ปักกิ่ง, 18 ส.ค. (ซินหัว) -- วันอังคาร (18 ส.ค.) จีนประกอบพิธีฌาปนกิจร่างของจูหรงจี อดีตนายกรัฐมนตรีจีน ซึ่งเคยเป็นสมาชิกคณะกรรมการถาวรประจำกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ชุดที่ 14 และชุดที่ 15 ณ สุสานการปฏิวัติปาเป่าซานในกรุงปักกิ่ง โดยจูเสียชีวิตจากอาการเจ็บป่วยด้วยวัย 98 ปี ในปักกิ่ง เมื่อวันที่ 12 ส.ค. ที่ผ่านมา

จูหรงจีได้รับยกย่องเป็นสมาชิกพรรคฯ ที่ดีเยี่ยม นักต่อสู้ของคอมมิวนิสต์ที่ซื่อสัตย์จงรักภักดี และนักปฏิวัติชนชั้นกรรมาชีพ รัฐบุรุษ และผู้นำของพรรคฯ และรัฐที่โดดเด่น สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และผู้นำระดับสูงคนอื่นๆ ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐบาลจีน อาทิ หลี่เฉียง จ้าวเล่อจี้ หวังฮู่หนิง ไช่ฉี ติงเซวียเสียง หลี่ซี และหานเจิ้ง ได้เดินทางไปร่วมไว้อาลัยและร่วมส่งร่างของจูหรงจีเป็นครั้งสุดท้าย โดยทยอยเดินเข้าหาร่างของจูหรงจี ยืนสงบนิ่งเพื่อแสดงความไว้อาลัย และโค้งคำนับสามครั้ง พร้อมจับมือและแสดงความเสียใจกับสมาชิกครอบครัวของจูหรงจี ขณะหูจิ่นเทาจัดส่งพวงหรีดแสดงความเสียใจต่อการจากไปของจูหรงจี

สีจิ้นผิง หลี่เฉียง จ้าวเล่อจี้ หวังฮู่หนิง ไช้ฉี ติงเซวียเสียง หลี่ซี หานเจิ้ง และหูจิ่นเทา รวมถึงบุคคลอื่นๆ ได้เข้าเยี่ยมจูหรงจีขณะเขาอยู่ที่โรงพยาบาล หรือแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งและความเห็นอกเห็นใจอย่างจริงใจแก่ครอบครัวของเขาผ่านวิธีการต่างๆ หลังจากเขาเสียชีวิต

ประวัติ ‘จูหรงจี’ (Zhu Rongji) อดีตนายกรัฐมนตรีจีน

จูหรงจี (Zhu Rongji / 朱镕基) เกิดเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 1928 ที่เมืองฉางซา มณฑลหูหนาน ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในผู้นำสายปฏิรูปเศรษฐกิจที่มีบทบาทสำคัญที่สุดของจีนยุคใหม่ เจ้าของฉายา "นายกฯ หน้าเหล็ก" (Iron-Faced Premier) จากรูปแบบการทำงานที่เด็ดขาด ดุดัน ตรงไปตรงมา และปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง

เส้นทางการศึกษาและการทำงานช่วงแรก

  • การศึกษา: สำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรมไฟฟ้าจาก มหาวิทยาลัยชิงหัว (Tsinghua University) ในปี 1951

  • ชีวิตการเมืองช่วงแรก: เข้าทำงานในคณะกรรมการวางแผนแห่งรัฐ แต่ในช่วงขบวนการต่อต้านฝ่ายขวา (Anti-Rightist Campaign) และการปฏิวัติวัฒนธรรม เขาถูกตีตราว่าเป็นฝ่ายขวาและถูกปลดจากตำแหน่งไปใช้แรงงานในชนบทนานนับสิบปี ก่อนได้รับการฟื้นฟูสถานะทางการเมืองหลังเติ้งเสี่ยวผิงเริ่มดำเนินนโยบายปฏิรูปและเปิดประเทศในปี 1978

เส้นทางสู่อำนาจและบทบาทสำคัญ

  • นายกเทศมนตรีและเลขาธิการพรรคประจำนครเซี่ยงไฮ้ (1987–1991):

    • พัฒนาเซี่ยงไฮ้ให้เป็นศูนย์กลางการเงินและอุตสาหกรรมสมัยใหม่

    • เป็นผู้วางรากฐานการพัฒนา เขตเศรษฐกิจใหม่ผู่ตง (Pudong) จนกลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของจีน

  • รองนายกรัฐมนตรี (1991–1998):

    • ได้รับมอบหมายให้คุมนโยบายเศรษฐกิจและการเงิน

    • ประสบความสำเร็จในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงให้อยู่ในระดับสมดุล (Soft Landing)

    • ปฏิรูปโครงสร้างภาษีและระบบธนาคารพาณิชย์ของรัฐ

  • นายกรัฐมนตรีคนที่ 5 ของจีน (1998–2003):

    • ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในยุคประธานาธิบดี เจียง เจ๋อหมิน

ผลงานและมรดกสำคัญระดับประวัติศาสตร์

  1. การนำพาจีนเข้าสู่ WTO (2001):

    • ผลักดันการเจรจาจนจีนได้เข้าเป็นสมาชิก องค์การการค้าโลก (WTO) ในเดือนธันวาคม 2001 ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้จีนกลายเป็น "โรงงานของโลก" และเชื่อมโยงเศรษฐกิจจีนเข้าสู่ระบบการค้าสากล

  2. การผ่าตัดปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ (SOEs):

    • ปิดและแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่ขาดทุนเรื้อรัง ลดขนาดระบบราชการที่อุ้ยอ้าย แม้จะทำให้เกิดการเลิกจ้างแรงงานจำนวนมากในระยะแรก แต่สร้างความคล่องตัวและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้กับภาคธุรกิจจีนในระยะยาว

  3. การรับมือวิกฤติต้มยำกุ้ง (1997):

    • ตัดสินใจไม่ลดค่าเงินหยวน เพื่อช่วยพยุงเสถียรภาพทางการเงินของภูมิภาคเอเชีย

  4. นโยบายปราบปรามคอร์รัปชัน:

โด่งดังจากวาทะเด็ดเดี่ยวในการปราบทุจริต:

"เตรียมโลงศพไว้ 100 โลง 99 โลงสำหรับข้าราชการกังฉิน และอีก 1 โลงที่เหลือไว้สำหรับตัวข้าพเจ้าเอง"

หลังเกษียณอายุทางการเมือง

จูหรงจีลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามวาระในปี 2003 โดยมี เวิน เจียเป่า ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน หลังจากเกษียณ เขาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ไม่ค่อยปรากฏตัวต่อสาธารณะ และอุทิศเงินค่าลิขสิทธิ์จากหนังสือชีวประวัติเพื่อสนับสนุนทุนการศึกษาแก่เยาวชนในพื้นที่ห่างไกล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สีจิ้นผิงเสนอ 4 ข้อริเริ่ม สร้างกรอบความมั่นคงใหม่ในตะวันออกกลาง

สีจิ้นผิงเสนอ 4 ข้อริเริ่ม สร้างกรอบความมั่นคงใหม่ในตะวันออกกลาง

ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน ยื่น 4 ข้อริเริ่มยุทธศาสตร์ หวังสร้างกรอบความมั่นคงรูปแบบใหม่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเน้นย้ำวิสัยทัศน์ความมั่นคงที่ยั่งยืน การพึ่งพาแรงขับเคลื่อนภายใน และการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ

2 นาที
สีจิ้นผิงนำทางสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ท่ามกลางโลกผันผวน จับตาพบทรัมป์ที่ปักกิ่ง

สีจิ้นผิงนำทางสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ท่ามกลางโลกผันผวน จับตาพบทรัมป์ที่ปักกิ่ง

วิเคราะห์ทิศทางความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ก่อนการพบกันของสีจิ้นผิงและโดนัลด์ ทรัมป์ ท่ามกลางความท้าทายด้านการค้า ไต้หวัน และเสถียรภาพโลก

12 นาที
จีนเปิด 38 สาขาใหม่: ยุทธศาสตร์ “ผลิตคนแห่งอนาคต” ที่ไทยต้องเร่งตามให้ทัน

จีนเปิด 38 สาขาใหม่: ยุทธศาสตร์ “ผลิตคนแห่งอนาคต” ที่ไทยต้องเร่งตามให้ทัน

สี จิ้นผิง เดินเกมระยะยาวผ่านการศึกษา ด้วยการเพิ่ม 38 สาขาใหม่ระดับปริญญาตรี ครอบคลุม AI หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีล้ำสมัย สะท้อนยุทธศาสตร์สร้าง “กำลังคนคุณภาพ” เพื่อแข่งขันในเวทีโลก

6 นาที
เว็บไซต์ข่าว Khmer Times บล็อกการเข้าถึงจากประเทศไทยและสหรัฐ

เว็บไซต์ข่าว Khmer Times บล็อกการเข้าถึงจากประเทศไทยและสหรัฐ

Khmer Times เว็บไซต์ภาษาอังกฤษของกัมพูชา บล็อกการเข้าถึงจากประเทศไทยและสหรัฐ สะท้อนความอ่อนไหวด้านสื่อและความสัมพันธ์กัมพูชากับประเทศไทยและสหรัฐ

3 นาที
สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน : กงสุลไทยในเฉิงตูเปิด 'ฝ่ายการลงทุน' หนุนศก. การค้า ท่องเที่ยวเสฉวน-ไทย 

สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน : กงสุลไทยในเฉิงตูเปิด 'ฝ่ายการลงทุน' หนุนศก. การค้า ท่องเที่ยวเสฉวน-ไทย 

อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ เปิด "ฝ่ายการลงทุน" ณ สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครเฉิงตู มณฑลเสฉวน มุ่งส่งเสริมการลงทุนแบบสองทางระหว่างผู้ประกอบการไทยและจีน พร้อมเผยตัวเลขความสำเร็จปี 2025 มูลค่าการค้าทวิภาคีพุ่งสูงถึง 4.18 หมื่นล้านหยวน โตขึ้นกว่า 112.5% พร้อมหนุนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน วางรากฐานเศรษฐกิจร่วมกัน

3 นาที
Silk Road Express: เมื่อ “ขบวนรถไฟ” กลายเป็นจุดหมายปลายทาง

Silk Road Express: เมื่อ “ขบวนรถไฟ” กลายเป็นจุดหมายปลายทาง

ถไฟลักชัวรี Silk Road Express พาผู้โดยสารออกเดินทางสู่เส้นทางสายไหมของจีนอย่างมีสไตล์ เปลี่ยนเวลาบนรางให้เป็นประสบการณ์พักผ่อน ค้นพบวัฒนธรรม และซึมซับความงดงามของการเดินทางที่ปลายทางก็สำคัญ แต่ระหว่างทางยิ่งน่าจดจำ

7 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง