จีนออกมาตรการกระตุ้นใช้ 'AI-เทคโนโลยีขั้นสูง' ในภาคการค้า

จีนออกมาตรการกระตุ้นใช้ 'AI-เทคโนโลยีขั้นสูง' ในภาคการค้า

สรุปประเด็น

  • จีนออกแนวปฏิบัติ 18 มาตรการ ส่งเสริมการใช้ AI และเทคโนโลยีขั้นสูงในภาคการค้า ครอบคลุมสินค้า บริการ โลจิสติกส์ และธุรกิจรูปแบบใหม่

  • ผลักดันหุ่นยนต์และระบบอัจฉริยะ ตั้งแต่การผลิตที่ยืดหยุ่น คลังสินค้าอัจฉริยะ ไปจนถึงการจัดส่งแบบไร้คนขับ

  • ขยายการใช้ AI ในภาคบริการ ทั้งสุขภาพ การดูแลผู้สูงอายุ ธุรกิจจัดเลี้ยง วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว

  • พัฒนา AI Agent เพื่อการค้า ให้ช่วยเหลือการซื้อสินค้า การดำเนินธุรกิจ และงานโลจิสติกส์ พร้อมสร้างประสบการณ์ซื้อสินค้าเสมือนจริง

  • ยอดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคจีนช่วง 9 เดือนแรกของปี 2026 อยู่ที่ 37 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้น 1.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ยอดค้าปลีกภาคบริการเติบโต 5%

ปักกิ่ง, 19 ต.ค. (ซินหัว) -- กลุ่มหน่วยงานรัฐบาลของจีน รวมถึงกระทรวงพาณิชย์ ได้ออกแนวปฏิบัติใหม่เพื่อส่งเสริมการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ ในภาคการค้า ซึ่งกำหนด 18 มาตรการเกี่ยวกับการบริโภคสินค้าและการบริการ การกระจายทางการค้า การประยุกต์ใช้ธุรกิจเชิงนวัตกรรม และการสนับสนุนเชิงนโยบาย

จีนออก 18 มาตรการ ดัน AI เข้าสู่กระบวนการค้าครบวงจร

จีนกำลังขยายบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากเทคโนโลยีที่ใช้เฉพาะบางกระบวนการ ไปสู่เครื่องมือสนับสนุนการดำเนินธุรกิจในหลายมิติ หลังกลุ่มหน่วยงานรัฐบาลจีน รวมถึงกระทรวงพาณิชย์ ออกแนวปฏิบัติใหม่เพื่อส่งเสริมการประยุกต์ใช้ AI และเทคโนโลยีขั้นสูงในภาคการค้า โดยกำหนดแนวทางดำเนินงาน 18 มาตรการ

มาตรการดังกล่าวครอบคลุม 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ การบริโภคสินค้าและบริการ การกระจายทางการค้า การประยุกต์ใช้ธุรกิจเชิงนวัตกรรม และการสนับสนุนเชิงนโยบาย สะท้อนแนวทางการนำเทคโนโลยีมาเชื่อมโยงกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

แนวปฏิบัตินี้ส่งเสริมการบูรณาการ AI ในการพัฒนา ออกแบบ ผลิต และทำการตลาดผลิตภัณฑ์ ควบคู่กับการขยายอุปทานอุปกรณ์และหุ่นยนต์อัจฉริยะ ตลอดจนการผลิตที่ยืดหยุ่นและการปรับแต่งสินค้าตามความต้องการเฉพาะของลูกค้า

แนวทางดังกล่าวทำให้ AI ไม่ได้มีบทบาทเพียงช่วยประมวลผลข้อมูล แต่ยังสามารถเข้ามาสนับสนุนการออกแบบสินค้า การจัดการกระบวนการผลิต และการตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ขยาย AI สู่สินค้าอัจฉริยะและธุรกิจบริการ

อีกหนึ่งเป้าหมายของมาตรการคือการเพิ่มทางเลือกสินค้าและบริการที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง โดยส่งเสริมการพัฒนาอุปกรณ์อัจฉริยะและหุ่นยนต์ พร้อมขยายการประยุกต์ใช้ AI ในภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน

กลุ่มธุรกิจที่อยู่ในขอบเขตการส่งเสริม ได้แก่

  • สุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุ สนับสนุนการให้บริการดูแลสุขภาพและผู้สูงอายุในรูปแบบอัจฉริยะ

  • ธุรกิจจัดเลี้ยง ส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล เพื่อยกระดับการดำเนินงาน

  • วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว สนับสนุนการทดลองประยุกต์ใช้ AI เพื่อสร้างรูปแบบบริการและประสบการณ์ใหม่

  • การผลิตสินค้า ส่งเสริมการผลิตที่ยืดหยุ่นและการปรับแต่งสินค้าให้ตรงกับความต้องการเฉพาะบุคคล

การขยายการใช้ AI ในภาคบริการจึงเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มรูปแบบการบริโภคที่อาศัยเทคโนโลยี ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการซื้ออุปกรณ์อัจฉริยะเท่านั้น

ยกระดับคลังสินค้าและโลจิสติกส์ ดันการค้าอัจฉริยะ

นอกเหนือจากการพัฒนาสินค้าและบริการ จีนยังให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้า โดยครอบคลุมคลังสินค้าอัจฉริยะ อุปกรณ์โลจิสติกส์อัจฉริยะ และระบบจัดส่งแบบไร้คนขับ พร้อมผลักดันการยกระดับทางดิจิทัลในธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก

แนวทางดังกล่าวเชื่อมโยงเทคโนโลยีเข้ากับกระบวนการหลังการผลิต ตั้งแต่การจัดเก็บสินค้า การบริหารการกระจายสินค้า ไปจนถึงการส่งมอบให้ผู้บริโภค โดยมีเป้าหมายเพื่อขยายการใช้งานเทคโนโลยีขั้นสูงในระบบการค้า

ขณะเดียวกัน แนวปฏิบัติยังสนับสนุนการพัฒนา AI Agent หรือระบบ AI ที่สามารถช่วยดำเนินงานตามเป้าหมายที่กำหนด โดยมุ่งนำมาใช้สนับสนุนการซื้อสินค้า การดำเนินธุรกิจ และโลจิสติกส์ รวมถึงการประยุกต์ใช้ AI เชิงกายภาพและการสร้างประสบการณ์ซื้อสินค้าเสมือนจริง

มาตรการยังครอบคลุมการสนับสนุนมาตรฐานเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการจัดหาเงินทุน ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ช่วยรองรับการนำเทคโนโลยีไปใช้ในภาคธุรกิจ

เดินหน้าต่อยอดนโยบาย AI+การบริโภค

แนวปฏิบัติฉบับใหม่นี้ต่อยอดจากความเคลื่อนไหวก่อนหน้า เมื่อเดือนมิถุนายน 2026 กระทรวงพาณิชย์จีนและหน่วยงานรัฐบาลอีก 7 แห่งได้ออกแนวปฏิบัติ 17 มาตรการ เพื่อส่งเสริมแนวคิด “AI+การบริโภค” โดยให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์อัจฉริยะ บริการที่ใช้ AI และสถานการณ์การบริโภครูปแบบใหม่

การออกแนวปฏิบัติ 18 มาตรการในครั้งนี้จึงเป็นอีกขั้นของการขยายแนวทางดังกล่าว โดยให้ความสำคัญกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในระบบการค้าอย่างกว้างขวาง ทั้งฝั่งสินค้า บริการ การกระจายสินค้า และรูปแบบธุรกิจใหม่

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่เปิดเผยระบุถึงแนวทางและมาตรการส่งเสริมเป็นหลัก ยังไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าทุกมาตรการถูกนำไปใช้อย่างเต็มรูปแบบ หรือส่งผลต่อยอดขายและผลิตภาพของธุรกิจแล้วในระดับใด

ตลาดค้าปลีกจีนยังเติบโต ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี

ข้อมูลล่าสุดที่รายงานเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2026 ระบุว่า ยอดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคของจีนในช่วงเดือนมกราคม–กันยายน 2026 อยู่ที่ 37 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 186 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่ยอดค้าปลีกภาคบริการเติบโต 5% สูงกว่าการเติบโตของยอดค้าปลีกสินค้า ซึ่งอยู่ที่ 1% ตามข้อมูลที่รายงาน

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดสินค้าและบริการของจีนยังมีการขยายตัวในช่วงเวลาดังกล่าว โดยภาคบริการมีอัตราการเติบโตสูงกว่าภาคสินค้า อย่างไรก็ตาม ยังไม่ควรสรุปว่าการเติบโตนี้เป็นผลโดยตรงจากมาตรการส่งเสริม AI เนื่องจากข้อมูลที่เปิดเผยไม่ได้ระบุความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่างนโยบายกับตัวเลขค้าปลีก

โอกาสและโจทย์ที่ธุรกิจไทยต้องจับตา

การส่งเสริม AI ในภาคการค้าของจีนเป็นพัฒนาการที่ผู้ประกอบการไทยควรติดตาม โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้า การค้าปลีก การบริการ และโลจิสติกส์ เนื่องจากแนวทางดังกล่าวครอบคลุมหลายขั้นตอนของห่วงโซ่ธุรกิจ

สำหรับผู้ประกอบการไทย ประเด็นที่ควรพิจารณา ได้แก่ การนำ AI มาช่วยวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า การพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล การปรับปรุงระบบคลังสินค้าและจัดส่ง ตลอดจนการออกแบบบริการดิจิทัลให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค ทั้งนี้ การเลือกใช้เทคโนโลยีควรพิจารณาจากความเหมาะสมกับธุรกิจ ต้นทุน และผลลัพธ์ที่วัดได้

ในมุมการค้าระหว่างประเทศ การขยายระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะและการใช้ AI ในกระบวนการค้าของจีนยังเป็นประเด็นที่ควรติดตามต่อ ทั้งในด้านมาตรฐานเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และรูปแบบการให้บริการที่อาจเปลี่ยนแปลงไปเมื่อมีการนำระบบเหล่านี้มาใช้อย่างแพร่หลาย

หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการนำ AI มาใช้ แต่คือการทำให้เทคโนโลยีตอบโจทย์กระบวนการทางธุรกิจได้จริง ตั้งแต่การพัฒนาสินค้า การเข้าถึงลูกค้า ไปจนถึงการส่งมอบสินค้าและบริการ โดยผลลัพธ์ในระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับการนำมาตรการไปปฏิบัติและความสามารถของธุรกิจในการปรับตัว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สีจิ้นผิงเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ มุ่งหารือทรัมป์เชิงลึก หนุนสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ

สีจิ้นผิงเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ มุ่งหารือทรัมป์เชิงลึก หนุนสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ

สีจิ้นผิงเดินทางเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการตามคำเชิญของทรัมป์ พร้อมส่งสัญญาณผลักดันความสัมพันธ์จีน–สหรัฐฯ สู่ความร่วมมือและเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์ ขณะที่ภาคธุรกิจจับตาผลต่อการค้า เทคโนโลยี การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานโลก

6 นาที
จีนจัดเวทีประชุมวางแผนพื้นที่ทางทะเล กระชับความร่วมมือประเทศตามแนวเส้นทางสายไหมทางทะเล

จีนจัดเวทีประชุมวางแผนพื้นที่ทางทะเล กระชับความร่วมมือประเทศตามแนวเส้นทางสายไหมทางทะเล

จีนจัดประชุมเชิงปฏิบัติการการวางแผนพื้นที่ทางทะเล (MSP) ครั้งที่ 4 ร่วมกับประเทศพันธมิตรเส้นทางสายไหมทางทะเล มุ่งสร้างความร่วมมือบริหารจัดการทรัพยากร มหาสมุทร และชายฝั่งเพื่อรับมือวิกฤตภูมิอากาศ พร้อมสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองระบบนิเวศและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีน้ำเงินอย่างยั่งยืน

7 นาที
ถอดบทเรียน AI ไทยจากผู้ก่อตั้ง Synapse Thailand ทำอย่างไรให้คอมพิวเตอร์ “เข้าใจภาษามนุษย์”

ถอดบทเรียน AI ไทยจากผู้ก่อตั้ง Synapse Thailand ทำอย่างไรให้คอมพิวเตอร์ “เข้าใจภาษามนุษย์”

เจาะลึกมุมมอง “ชาญวิทย์ บุญช่วย” ผู้ก่อตั้ง Synapse Thailand กับโจทย์ใหญ่ของ AI ด้านภาษา (NLP) จากยุคโมเดลยังไม่เข้าใจบริบท สู่การประยุกต์ใช้ AI วิเคราะห์วิดีโอในภาคอุตสาหกรรม พร้อมคำแนะนำผู้ประกอบการ AI ไทยสู่ตลาดอาเซียน

6 นาที
สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน : นายกเทศมนตรีหลักหกชี้ 'การพัฒนาสีเขียว-ยั่งยืน' เป้าหมายร่วมของจีน-ไทย

สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน : นายกเทศมนตรีหลักหกชี้ 'การพัฒนาสีเขียว-ยั่งยืน' เป้าหมายร่วมของจีน-ไทย

นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหลักหก จังหวัดปทุมธานี ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการพัฒนาเมืองยั่งยืนที่เซี่ยงไฮ้ พร้อมชี้ว่าการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม เมืองสีเขียว และการใช้เทคโนโลยี AI เพื่อพัฒนาเมือง คือเป้าหมายร่วมที่จีนและไทยสามารถต่อยอดความร่วมมือในอนาคต

4 นาที
การประชุมท่าเรือเส้นทางสายไหมทางทะเลในหนิงโป ชูแนวคิด ‘ยืดหยุ่น-ร่วมมือ-ผลประโยชน์ร่วมกัน’

การประชุมท่าเรือเส้นทางสายไหมทางทะเลในหนิงโป ชูแนวคิด ‘ยืดหยุ่น-ร่วมมือ-ผลประโยชน์ร่วมกัน’

การประชุมความร่วมมือท่าเรือเส้นทางสายไหมทางทะเล ครั้งที่ 10 ณ เมืองหนิงโป ประเทศจีน รวบรวมผู้แทนจากกว่า 70 ประเทศและภูมิภาค เพื่อหารืออนาคตของอุตสาหกรรมท่าเรือและการขนส่งทางเรือ โดยเน้นความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน การพัฒนาสีเขียว เทคโนโลยีอัจฉริยะ และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเสริมความมั่นคงด้านโลจิสติกส์และการค้าโลก

8 นาที
จีนคุมส่งออก 10 บริษัทสหรัฐฯ สั่งห้ามภาครัฐจัดซื้อสินค้าจาก 46 บริษัท

จีนคุมส่งออก 10 บริษัทสหรัฐฯ สั่งห้ามภาครัฐจัดซื้อสินค้าจาก 46 บริษัท

จีนประกาศเพิ่ม 10 บริษัทสหรัฐฯ เข้าบัญชีควบคุมการส่งออก ห้ามรับสินค้าที่ใช้ได้สองทางจากจีน พร้อมสั่งห้ามหน่วยงานภาครัฐจัดซื้อสินค้าจาก 46 บริษัทอเมริกันด้านกลาโหมและเทคโนโลยี ตอบโต้มาตรการของสหรัฐฯ

3 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง