
การประชุมท่าเรือเส้นทางสายไหมทางทะเลในหนิงโป ชูแนวคิด ‘ยืดหยุ่น-ร่วมมือ-ผลประโยชน์ร่วมกัน’
สรุปประเด็น
หนิงโป, 1 มิ.ย. (ซินหัว) — การประชุมความร่วมมือท่าเรือเส้นทางสายไหมทางทะเลครั้งที่ 10 เปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา ณ เมืองหนิงโป มณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน โดยมีบุคคลสำคัญในภาคส่วนท่าเรือและการขนส่งทางเรือจากกว่า 70 ประเทศและภูมิภาคเข้าร่วมเพื่อหารือเกี่ยวกับโอกาสและความท้าทายที่ภาคส่วนนี้กำลังเผชิญ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์
การประชุมในปีนี้มุ่งเน้นไปที่ประเด็นสำคัญ อาทิ ความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน การพัฒนาสีเขียวและคาร์บอนต่ำ นวัตกรรมอัจฉริยะ และการยกระดับบริการขนส่งทางเรือ โดยมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 1,000 คน ที่มาร่วมสำรวจแนวทางการสร้างความมั่นคงให้การพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน พร้อมเสริมสร้างความร่วมมือที่สอดประสานกันในภาคส่วนท่าเรือและการขนส่งทางเรือ
ขณะที่ความเสี่ยงจากการแบ่งขั้ว (fragmentation) ในห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานระดับโลกยังคงเพิ่มสูง และความผันผวนในตลาดการขนส่งทางเรือทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ภาคส่วนท่าเรือและการขนส่งทางเรือทั่วโลกจึงเผชิญกับความท้าทายหลายประการในการรักษาความราบรื่นของระบบโลจิสติกส์ การสร้างเสถียรภาพให้กับห่วงโซ่อุปทาน การส่งเสริมการเปลี่ยนผ่าน และการป้องกันความเสี่ยง เจ้าหน้าที่จากกระทรวงคมนาคมของจีนกล่าวว่า ควรสร้างภาคส่วนท่าเรือและการขนส่งทางเรือที่เปิดกว้าง ชาญฉลาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และได้ประโยชน์ร่วมกันเพื่อสร้างความร่วมมือใหม่
เหลียงหลินชง ผู้อำนวยการสำนักงานการเปิดกว้างระดับภูมิภาค "ภายใต้คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน กล่าวว่าปัจจุบันภาคส่วนท่าเรือและการขนส่งทางเรือมีพันธกิจสำคัญในการสร้างความราบรื่นให้กับการค้าระดับโลก" โดยจำเป็นต้องเน้นการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน การส่งเสริมการยกระดับคุณภาพของท่าเรือ การขนส่งทางเรือ และการค้า ตลอดจนการเสริมสร้างความร่วมมือที่สอดประสานกัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาแบบบูรณาการอย่างต่อเนื่อง
ภายใต้คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน กล่าวว่าปัจจุบันภาคส่วนท่าเรือและการขนส่งทางเรือมีพันธกิจสำคัญในการสร้างความราบรื่นให้กับการค้าระดับโลก" - เหลียงหลินชง
เดวิด ออสบอร์น (David Osborn) ผู้อำนวยการฝ่ายสิ่งแวดล้อมทางทะเลแห่งองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ กล่าวว่าการสร้างห่วงโซ่อุปทานการขนส่งทางเรือและท่าเรือที่มีความยืดหยุ่นและยั่งยืน จำเป็นต้องมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องในเทคโนโลยีการเดินเรือที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สิ่งอำนวยความสะดวกในการควบคุมมลพิษ และระบบการปฏิบัติ ตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมแสดงความหวังว่าจะเกิดความร่วมมือระหว่างประเทศที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการลดคาร์บอนของอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรืออย่างเป็นระบบ
การสร้างห่วงโซ่อุปทานการขนส่งทางเรือและท่าเรือที่มีความยืดหยุ่นและยั่งยืน จำเป็นต้องมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องในเทคโนโลยีการเดินเรือที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สิ่งอำนวยความสะดวกในการควบคุมมลพิษ - เดวิด ออสบอร์น (David Osborn)
ระหว่างการประชุมมีการบรรลุข้อตกลงและผลสำเร็จหลายประการ เช่น ข้อตกลงท่าเรือพันธมิตรพหุภาคีประจำปี 2026 และรายงานดัชนีการพัฒนาท่าเรืออัจฉริยะระดับโลก เป็นต้น
การประชุมครั้งนี้ ยังได้จัดงานสัมมนาเฉพาะทางในหัวข้อต่างๆ เช่น การพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โลจิสติกส์ เทคโนโลยีอัจฉริยะ การปฏิบัติงานของเรือลากจูง การค้าธัญพืช ประเด็นทางกฎหมาย และบริการทางทะเล
เวทีนี้สำคัญกับประเทศไทยอย่างไร
เวทีนี้สำคัญกับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับไทย เพราะเป็น “จุดเชื่อม” เข้ากับเครือข่ายท่าเรือ–โลจิสติกส์ระดับโลกภายใต้กรอบ Belt and Road ซึ่งส่งผลตรงต่อการค้าระหว่างประเทศ การขนส่ง และโอกาสลงทุนของผู้เล่นไทย
1. มิติซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ของผู้ส่งออกไทย
-
ฟอรั่มเน้นเรื่องความยืดหยุ่นของซัพพลายเชน การพัฒนาท่าเรือสีเขียว และการเชื่อมต่อดิจิทัลของโซ่อุปทาน ซึ่งเป็นประเด็นหลักของการประชุมทั้งในปี 2025 และ 2026
-
การที่ Ningbo-Zhoushan เป็นหนึ่งในท่าเรือสินค้าที่คับคั่งที่สุดในโลกต่อเนื่องหลายปี ทำให้มาตรการหรือมาตรฐานใดที่ตกลงกันในเวทีนี้ มีแนวโน้มถูกใช้เป็น “บรรทัดฐานใหม่” ของสายเดินเรือที่ผู้ส่งออกไทยใช้ผ่านจีนและเชื่อมไปยุโรป–อเมริกา
2. โอกาสของท่าเรือและผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย
-
ฟอรั่มนี้ถูกใช้เป็นแพลตฟอร์มสร้างเครือข่ายพันธมิตรระหว่างท่าเรือใหญ่ ๆ เช่น Ningbo-Zhoushan กับท่าเรือยุโรปอย่างฮัมบวร์ก วิลเฮล์มส์ฮาเฟน และบาเลนเซีย ผ่านการลงนามข้อตกลงความร่วมมืออย่างเป็นทางการ
-
ในเชิงกลยุทธ์ ท่าเรือไทย (เช่น แหลมฉบัง–มาบตาพุด–ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก) และผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทยสามารถใช้เวทีนี้เจาะเข้า ecosystem เดียวกัน เพื่อเชื่อมต่อเส้นทางเดินเรือ ไทย–จีน–ยุโรป และเข้าถึงโครงการร่วมลงทุน/เทคโนโลยีจากพันธมิตรท่าเรือต่างประเทศ
3. เทคโนโลยี Smart Port และมาตรฐาน Green Shipping
-
หัวข้อหลักของฟอรั่มช่วงหลัง ได้แก่ “Go Green, Go Intelligent” และ “Resilient Synergy, Shared Prosperity” ซึ่งเน้นทั้งการลดคาร์บอนและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล–อัจฉริยะ เช่น smart shipping, port-city integration และ navigation safety
-
ธุรกิจไทยที่เกี่ยวข้องกับโซลูชันดิจิทัลสำหรับท่าเรือ–โลจิสติกส์ อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน เทคโนโลยีตรวจวัด–ลดการปล่อยคาร์บอน หรือบริการให้คำปรึกษาด้านมาตรฐานสิ่งแวดล้อม สามารถใช้เวทีนี้เป็น showcase และหา partner เพื่อทดลองใช้เทคโนโลยีในท่าเรือที่มีปริมาณงานสูง
4. บทบาทของไทยในกรอบความร่วมมือจีน–อาเซียน
-
จีนชูเส้นทางสายไหมทางทะเลเป็น “เครื่องยนต์ใหม่” ของความสัมพันธ์จีน–อาเซียน โดยเน้นว่าความร่วมมือทางทะเลจะเป็นไฮไลต์ใหม่และกลไกเสริมการค้า–การลงทุนในภูมิภาค
-
สำหรับไทย ซึ่งเป็น Hub การผลิตและการส่งออกในอาเซียน การมีบทบาทในเวทีนี้ช่วยเพิ่มน้ำหนักการเจรจาเรื่องเส้นทางเดินเรือ การจัดสรร capacity ท่าเรือ และการเชื่อมโยงโครงการโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระเบียงเศรษฐกิจทางบกและทางทะเ
เกี่ยวกับงานประชุม
Maritime Silk Road Port Cooperation Forum (MPF) เป็นเวทีความร่วมมือด้านท่าเรือและการเดินเรือภายใต้กรอบ Belt and Road Initiative จัดขึ้นเป็นประจำที่เมืองหนิงโป มณฑลเจ้อเจียง โดยดึงผู้บริหารท่าเรือ สายเรือ ผู้เชี่ยวชาญ และหน่วยงานรัฐจากกว่า 60 ประเทศมาหารือเรื่องการพัฒนาท่าเรือโลจิสติกส์ยุคใหม่. ฟอรั่มล่าสุดเน้นประเด็นความยืดหยุ่นของซัพพลายเชน การพัฒนาคาร์บอนต่ำ และนวัตกรรมท่าเรืออัจฉริยะ พร้อมทั้งมีการลงนามความร่วมมือระหว่าง Ningbo-Zhoushan Port กับท่าเรือสำคัญในยุโรป และจัดเวทีย่อยว่าด้วยโลจิสติกส์ครบห่วงโซ่ smart shipping และการเชื่อมเมือง–ท่าเรือ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถอดรหัสความสำเร็จญี่ปุ่น พลิกโฉมโคเนื้อไทย
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า สนค. ได้ศึกษาความสำเร็จของอุตสาหกรรมโคเนื้อของญี่ปุ่น โดยเฉพาะเนื้อวากิว ที่ถือเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการพัฒนาสินค้าเกษตรมูลค่าสูงที่ได้รับการยอมรับในตลาดโลก

จีนเผยยอดเดินทางช่วงวันแรงงาน 2026 ทะลุ 1.52 พันล้านครั้ง ทำสถิติสูงสุดใหม่
จีนเผยยอดเดินทางระหว่างภูมิภาคช่วงหยุดยาววันแรงงาน 5 วัน แตะ 1.52 พันล้านครั้ง สูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจฟื้นตัวแข็งแกร่ง

EXIM BANK จัดสัมมนา 'ตีแตกตลาดส่งออก: เจาะลึกเส้นทางสู่แดนมังกร โอกาสของ SMEs ไทย'
EXIM BANK จัดสัมมนาพิเศษ "ตีแตกตลาดส่งออก" เพื่อถ่ายทอดความรู้และกลยุทธ์สำคัญให้ SMEs ไทยขยายธุรกิจสู่ตลาดจีนได้อย่างมืออาชีพและคว้าโอกาสการเติบโต

สีจิ้นผิง : ข้อสังเกต 4 ประการ เพื่อพัฒนา-กำกับดูแล AI
สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เสนอข้อสังเกต 4 ประการเพื่อพัฒนาและกำกับดูแล AI ในเวที WAIC 2026 มุ่งเน้นความร่วมมือที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ควบคุมความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และส่งเสริมความเท่าเทียมในระดับสากล

จีนเปิด 38 สาขาใหม่: ยุทธศาสตร์ “ผลิตคนแห่งอนาคต” ที่ไทยต้องเร่งตามให้ทัน
สี จิ้นผิง เดินเกมระยะยาวผ่านการศึกษา ด้วยการเพิ่ม 38 สาขาใหม่ระดับปริญญาตรี ครอบคลุม AI หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีล้ำสมัย สะท้อนยุทธศาสตร์สร้าง “กำลังคนคุณภาพ” เพื่อแข่งขันในเวทีโลก

นายกฯ ออกแถลงการณ์ ประกาศนำเข้าพลังงาน เครื่องบิน สินค้าเกษตร จากสหรัฐฯ เพิ่ม
นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ออกแถลงการณ์ ท่าทีของประเทศไทยกับนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ระบุ ภาษี ทรัมป์ กระทบหนัก สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ อาหารแปรรูป สินค้าเกษตร เตรียมเพิ่มการนำเข้าสินค้าพลังงาน เครื่องบิน สินค้าเกษตร จากสหรัฐฯ เพิ่ม
