
การจัดงาน SME National Awards ครั้งที่ 18 เพื่อเฟ้นหาและพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ไทย
สรุปประเด็น
สสว. เปิดฉากงาน SME National Awards ครั้งที่ 18 มุ่งยกระดับ SMEs ไทยสู่มาตรฐานสากล ภายใต้แนวคิด Sustainability-Digital-Global สร้างบรรทัดฐานใหม่แห่งความสำเร็จ โครงการนี้ถือเป็นโอกาสทองสำหรับผู้ประกอบการในการพัฒนาศักยภาพตนเองให้ก้าวทันโลกยุคใหม่ ทั้งด้านความยั่งยืน การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ และการขยายตลาดสู่ระดับสากล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว ถือเป็นการ "เจียระไนเอสเอ็มอีไทยสู่เวทีโลก" อย่างแท้จริง
สสว. ได้ประกาศเปิดตัวโครงการ SME National Awards ครั้งที่ 18 อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการผลักดันและยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมของไทย โดยมีเป้าหมายหลักในการสร้างบรรทัดฐานใหม่แห่งความสำเร็จ ด้วยการเน้นย้ำถึงแนวคิดสำคัญที่ตอบรับบริบททางธุรกิจในปัจจุบันและอนาคต
แนวคิดหลักที่ถูกนำมาใช้เป็นเกณฑ์ในการประเมินและพัฒนาในปีนี้คือ Sustainability-Digital-Global ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลในการเตรียมความพร้อมให้กับ SMEs ไทย ไม่ใช่เพียงแค่การดำเนินธุรกิจเพื่อแสวงหาผลกำไรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (Sustainability) การปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขยายช่องทาง (Digital) และการมองหาโอกาสในการเติบโตในตลาดต่างประเทศ (Global) สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจอยู่รอดและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาวท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก
การจัดงานนี้จึงเป็นมากกว่าการมอบรางวัล แต่เป็นการเปิดโอกาสครั้งสำคัญสำหรับ ผู้ประกอบการ SMEs ทั่วประเทศในการประเมินและพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพที่สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด การเข้าร่วมโครงการนี้จะช่วยให้ SMEs ได้รับการ “เจียระไน” ความสามารถ ทั้งในด้านการบริหารจัดการ การสร้างนวัตกรรม และการปรับใช้กลยุทธ์ที่สอดรับกับเทรนด์โลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำแนวคิด Sustainability-Digital-Global มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่ม ขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างโอกาสใหม่ๆ ในเวทีธุรกิจระดับโลกอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับเศรษฐกิจไทยที่ต้องพึ่งพาการส่งออกและตลาดต่างประเทศ
โครงการ SME National Awards ครั้งที่ 18 นี้ ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ สสว. ในการสนับสนุนและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคธุรกิจ SMEs ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ สำหรับ เครือข่ายธุรกิจ และ ผู้ประกอบการ ทุกท่าน นี่คือสัญญาณบ่งชี้ถึงทิศทางการพัฒนาที่ควรให้ความสนใจ การเรียนรู้และปรับตัวตามแนวทางเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วมโครงการโดยตรง หรือการนำหลักการไปปรับใช้กับธุรกิจของตนเอง จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จและความมั่นคงทางธุรกิจในอนาคต ทำให้ SMEs ไทย พร้อมก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นในตลาดโลกได้อย่างภาคภูมิ และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับประเทศชาติ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาตรการของ ศบก. เร่งกระจายน้ำมันทั่วประเทศและผ่อนปรนขนส่ง 24 ชั่วโมง
ศบก. เร่งออกมาตรการผ่อนปรนการขนส่งน้ำมัน 24 ชั่วโมง และปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 50 สตางค์ เพื่อแก้ปัญหาน้ำมันไม่ทันท่วงที พร้อมให้ SMEs ขนส่งปรับตัวรับโอกาสและความท้าทายจากสถานการณ์ปัจจุบัน

รัฐบาลเดินหน้าจดทะเบียนนิติบุคคลออนไลน์ 100% ตลอด 24 ชั่วโมง เริ่ม 1 ก.ค. 69
รัฐบาลไทยประกาศยกระดับการจดทะเบียนนิติบุคคลสู่ระบบออนไลน์ 100% ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านแพลตฟอร์ม DBD Biz Regist ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 เพื่ออำนวยความสะดวกและลดต้นทุนแก่ผู้ประกอบการ

ผู้ว่าแบงก์ชาติยืนยันไทยยังไม่เผชิญภาวะ Stagflation
ธปท. ยืนยันว่าประเทศไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะ Stagflation จากเงินเฟ้อและการจ้างงานที่ยังคงมีเสถียรภาพ แต่ภาคธุรกิจ SME โดยเฉพาะร้านอาหาร ยังคงเผชิญความยากลำบากจากกำลังซื้อที่ลดลงและค่าครองชีพที่สูงขึ้น

รายงานธปท.เผย SMEs ไทยยังติดหล่ม หนี้เสียพุ่ง-กระแสเงินสดไม่ฟื้น
รายงานธปท.เผย SMEs ไทยยังติดหล่มโควิด หนี้เสีย SM พุ่ง 5.7% กระแสเงินสดไม่ฟื้น ธุรกิจใหญ่ ICR ลดลง เสี่ยงกระทบระบบการเงิน

ดีป้าเปิดตัวโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล ซีซั่น 3 (OTOD #3) หนุนสตาร์ทอัพและชุมชนเกษตรดิจิทัล
ดีป้าเปิดตัวโครงการ "1 ตำบล 1 ดิจิทัล ซีซั่น 3" เพื่อพลิกโฉมเกษตรไทยสู่ Smart Agriculture ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล พร้อมหนุนชุมชนและสตาร์ทอัพใน 8 จังหวัดยุทธศาสตร์ มุ่งสร้างมูลค่าเศรษฐกิจฐานรากกว่า 500 ล้านบาทต่อปี

Monday Recap 1-19 ต.ค. 2568 : ข่าวธุรกิจ รอบประจำสัปดาห์ ทั้งข่าวไทยและ ข่าวต่างประเทศ
ภาพรวมข่าวธุรกิจในสัปดาห์ที่ผ่านมา (1-19 กันยายน 2568) มุ่งเน้นไปที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ การผนึกกำลังระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย และการปรับตัวของผู้ประกอบการเพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนได้แสดงความคิดเห็นและตั้งความหวังต่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยเรียกร้องให้เร่งแก้ปัญหาปากท้องและฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจโดยเร็วที่สุด
