เจาะวิธีคิดกลุ่ม "ซีพี" ผนึกยักษ์ใหญ่จีน เปิดศึกธนาคารไร้สาขา

เจาะวิธีคิดกลุ่ม "ซีพี" ผนึกยักษ์ใหญ่จีน เปิดศึกธนาคารไร้สาขา

เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศผลการคัดเลือก Virtual Bank เมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา หนึ่งในชื่อที่โดดเด่นที่สุดคือ "แอสเซนด์ มันนี่" ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งธนาคารไร้สาขาแห่งแรกของไทย แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่การได้รับใบอนุญาต หากแต่เป็นกลยุทธ์เชิงลึกที่เครือซีพีใช้ในการเตรียมพร้อมสู่สนามรบใหม่นี้ โดยเฉพาะการตัดสินใจผนึกกำลังกับ "Ant International" บริษัทลูกของอาลีบาบาจากจีน เจ้าของแพลตฟอร์ม Alipay ที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 1 พันล้านรายทั่วโลก

วิสัยทัศน์เบื้องหลัง: จากค้าปลีกสู่การเงินดิจิทัล

หากมองย้อนไป การที่เครือซีพีตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจ Virtual Bank ไม่ใช่การเดินทางที่เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลมาจากการวางแผนระยะยาวที่เริ่มต้นจากการสร้างระบบนิเวศทางการเงินผ่าน "ทรูมันนี่"

ข้อมูลจากบริษัทระบุว่า ทรูมันนี่มีผู้ใช้งานลงทะเบียนกว่า 34 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งและความไว้วางใจจากผู้บริโภค สิ่งนี้กลายเป็นจุดแข็งสำคัญที่ทำให้ซีพีมีความพร้อมในการก้าวสู่ Virtual Bank มากกว่าคู่แข่งหลายราย

ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ เผยให้เห็นวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน เมื่อกล่าวว่า "เราเชื่อมั่นว่าเวอร์ชวลแบงก์จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงโอกาสทางการเงินได้อย่างเท่าเทียม"

คำพูดนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์หลักของซีพีที่ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การทำกำไร แต่เน้นการสร้าง "แพลตฟอร์มแห่งโอกาส" (Platform of Opportunity) ซึ่งเป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับธุรกิจค้าปลีกดั้งเดิมของเครือซีพีที่เข้าถึงผู้บริโภคทุกระดับ

การผนึกกำลังกับจีน: กลยุทธ์เชิงรุก

การตัดสินใจเลือก Ant International เป็นพันธมิตรหลักถือเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดหลายระดับ

  • ระดับแรก คือการได้มาซึ่งเทคโนโลยีชั้นนำที่ผ่านการทดสอบในตลาดขนาดใหญ่ Alipay ไม่ได้เป็นเพียงแค่แอปพลิเคชันชำระเงิน แต่เป็นระบบนิเวศทางการเงินครบวงจรที่ผ่านการพิสูจน์ความสำเร็จในตลาดจีนที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 1.4 พันล้านคน

  • ระดับที่สอง คือการเข้าถึงความเชี่ยวชาญด้าน AI และ Data Analytics ที่ Ant International พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยให้แอสเซนด์ มันนี่สามารถประเมินความเสี่ยงและให้บริการแก่กลุ่มลูกค้าที่ธนาคารดั้งเดิมมองข้าม โดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพอิสระและเจ้าของธุรกิจรายย่อย

  • ระดับที่สาม คือการสร้างสะพานเชื่อมต่อกับตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดการท่องเที่ยวและการค้าขายที่สำคัญของไทย การที่ Virtual Bank ของซีพีสามารถรองรับการชำระเงินและการบริการทางการเงินแบบ cross-border จะเป็นข้อได้เปรียบเชิงแข่งขันที่สำคัญ

อาวุธลับ: เครือข่ายทางกายภาพ

สิ่งที่ทำให้กลยุทธ์ของซีพีแตกต่างจากคู่แข่งคือการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายทางกายภาพที่มีอยู่แล้ว ร้าน 7-Eleven กว่า 15,000 สาขาและโลตัส กว่า 2,400 สาขา จะกลายเป็น "สาขาเสมือน" ของ Virtual Bank

กลยุทธ์นี้แก้ปัญหาสำคัญของ Virtual Bank ทั่วโลกที่ต้องเผชิญ คือการสร้างความเชื่อมั่นและการเข้าถึงลูกค้าในพื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ยังมีประชากรจำนวนมากที่ต้องการการบริการทางกายภาพ

นายธัญญพงศ์ ธรรมาวรานุคุปต์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) แอสเซนด์ มันนี่ เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเข้าใจลูกค้า โดยระบุว่า "ลูกค้าสินเชื่อของเรามากกว่า 50% ได้รับการอนุมัติสินเชื่อเป็นครั้งแรก ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขาไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อจากระบบการเงินแบบเดิมได้"

ตัวเลขนี้สะท้อนถึงประสิทธิภาพของโมเดลสินเชื่อที่ใช้ AI และข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) ซึ่งจะเป็นจุดแข็งหลักของ Virtual Bank ในอนาคต

การวิเคราะห์เชิงลึกแสดงให้เห็นว่า ซีพีมีข้อได้เปรียบหลายประการที่คู่แข่งอื่นยากจะเลียนแบบได้:

  • ประการแรก คือความหลากหลายของข้อมูลลูกค้า จากการเป็นเจ้าของธุรกิจค้าปลีก ซีพีมีข้อมูลพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคที่สามารถนำมาวิเคราะห์ฐานะทางการเงินและความสามารถในการชำระหนี้ได้แม่นยำกว่าการใช้ข้อมูลทางการเงินแบบดั้งเดิม
  • ประการที่สอง คือการมีลูกค้าฐานรากที่แข็งแกร่ง ผู้ใช้งาน 7-Eleven และโลตัส ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางและต่ำ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของ Virtual Bank ที่ต้องการเข้าถึงบริการทางการเงิน
  • ประการที่สาม คือประสบการณ์ในการบริหารจัดการระบบการชำระเงินผ่านทรูมันนี่ ทำให้มีความเข้าใจในเรื่องความปลอดภัย การป้องกันการฉ้อโกง และการควบคุมความเสี่ยงแล้ว

ความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า

แม้จะมีข้อได้เปรียบหลายประการ แต่ซีพียังต้องเผชิญกับความท้าทายที่ไม่ใช่เรื่องง่าย

  • ความท้าทายแรก คือการแข่งขันกับธนาคารดั้งเดิมที่กำลังปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างจริงจัง กรุงไทย-AIS-ปตท. และ SCB X ที่ผ่านการคัดเลือกเช่นกัน ล้วนมีจุดแข็งและฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งไม่แพ้กัน
  • ความท้าทายที่สอง คือการสร้างความเชื่อมั่นในฐานะ "ธนาคาร" การที่ซีพีมีภาพลักษณ์เป็นบริษัทค้าปลีก อาจทำให้ผู้บริโภคบางกลุ่มลังเลในการมอบความไว้วางใจด้านการเงิน
  • ความท้าทายที่สาม คือการปฏิบัติตามกฎระเบียบของ ธปท. ที่มีความเข้มงวด โดยเฉพาะในเรื่องการบริหารความเสี่ยงและการป้องกันการฟอกเงิน

ผลกระทบต่อระบบการเงินไทย

การเข้าสู่ตลาดของ Virtual Bank นำโดยซีพีจะสร้างการเปลี่ยนแปลงในระบบการเงินไทยหลายประการ

  • ประการแรก คือการเพิ่มการแข่งขันที่จะบีบให้ธนาคารดั้งเดิมต้องปรับปรุงบริการและลดค่าธรรมเนียม ผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์จากการมีตัวเลือกที่มากขึ้น
  • ประการที่สอง คือการขยายการเข้าถึงบริการทางการเงินไปยังกลุ่มที่ถูกมองข้าม ข้อมูลที่ระบุว่าลูกค้าสินเชื่อของแอสเซนด์ มันนี่มากกว่า 50% เป็นการอนุมัติครั้งแรก แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้าง financial inclusion
  • ประการที่สาม คือการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจไร้เงินสด ซึ่งจะส่งผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศโดยรวม

มุมมองอนาคต: การแข่งขันในทศวรรษหน้า

การสำเร็จของ Virtual Bank ของซีพีจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการดำเนินกลยุทธ์ที่วางไว้ภายในระยะเวลา 1-2 ปีข้างหน้า จุดชี้ขาดสำคัญคือความสามารถในการสร้างประสบการณ์ผู้ใช้งานที่เหนือกว่า การใช้เทคโนโลยี AI ในการให้บริการแบบ personalized และการสร้างผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของแต่ละกลุ่มลูกค้า

หากซีพีสามารถดำเนินกลยุทธ์สำเร็จ จะไม่เพียงแต่กลายเป็นผู้นำในตลาด Virtual Bank แต่ยังอาจเปลี่ยนโฉมระบบการเงินไทยให้เป็นแบบอย่างของการพัฒนา financial technology ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การเดินทางสู่การเป็น Virtual Bank ของซีพีจึงไม่ใช่เพียงแค่การขยายธุรกิจ แต่เป็นการวางรากฐานสำหรับอนาคตของระบบการเงินไทยในศตวรรษที่ 21 ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสทางการเงินได้อย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘เฉลิม อยู่วิทยา’ ยืนหนึ่งมหาเศรษฐีไทย 1.44 ล้านล้าน ถอดรหัส 'ทำน้อย แต่ดีที่สุด'

‘เฉลิม อยู่วิทยา’ ยืนหนึ่งมหาเศรษฐีไทย 1.44 ล้านล้าน ถอดรหัส 'ทำน้อย แต่ดีที่สุด'

ทำไม Red Bull ของเฉลิม อยู่วิทยา รวยที่สุด 1.44 ล้านล้านบาท? เจาะลึกกลยุทธ์ 'ทำน้อย แต่ดีที่สุด' ที่แซงหน้า CP-Gulf-Central-ThaiBev ขณะที่มหาเศรษฐีไทยต่างแข่งขันขยายอาณาจักรธุรกิจไปทุกทิศทาง CP ของพี่น้องเจียรวนนท์ครอบคลุมตั้งแต่ฟาร์มไก่ถึงเซเว่น Gulf ของสารัชถ์ รัตนาวะดีบุกตลาดพลังงานและโทรคมนาคม

8 นาที
ธนาคารคลิกซ์ Virtual Bank ใหม่ล่าสุด ผสาน Ecosystem การเงิน–เทคโนโลยี–ค้าปลีก

ธนาคารคลิกซ์ Virtual Bank ใหม่ล่าสุด ผสาน Ecosystem การเงิน–เทคโนโลยี–ค้าปลีก

ธนาคารคลิกซ์ (Clicx Bank) ธนาคารดิจิทัลไร้ เปิดตัวโดย AIS, กรุงไทย และ OR ผสาน Ecosystem การเงิน-เทคโนโลยี-ค้าปลีก มุ่งให้บริการสินเชื่อดิจิทัล บัญชีเงินฝาก และระบบโอนจ่ายครบจบในแอปเดียว ตอบโจทย์ผู้ประกอบการและคนยุคใหม่

7 นาที
เปิดโฉม 3 กลุ่มทุนผู้ชนะ Virtual Bank: ผู้เปลี่ยนโฉมระบบธนาคารไทย

เปิดโฉม 3 กลุ่มทุนผู้ชนะ Virtual Bank: ผู้เปลี่ยนโฉมระบบธนาคารไทย

การประกาศผลการคัดเลือกธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาครั้งแรกของไทยเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568 ถือเป็นจุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของระบบการเงินไทย เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศให้ความเห็นชอบแก่ 3 กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ที่จะร่วมกันสร้างนิยามใหม่ของ "ธนาคาร" ในศตวรรษที่ 21

7 นาที
“สุภกิต-ศุภชัย” ทายาทรุ่น 3 ขับเคลื่อนธุรกิจ CP ศตวรรษที่ 2

“สุภกิต-ศุภชัย” ทายาทรุ่น 3 ขับเคลื่อนธุรกิจ CP ศตวรรษที่ 2

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) บริษัทข้ามชาติรายใหญ่ของไทยที่ปัจจุบันยังคงถูกกุมบังเหียนด้วย “ธนินท์ เจียรวนนท์” มาครบ 104 ปี ในปี 2568 ถึงแม้ว่าในช่วงที่ผ่านมา “ธนินท์” จะลดบทบาทจากประธานกรรมการ 3 บริษัทที่เป็นเรือธงของเครือ CP เมื่อปี 2562 คือ บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) , บริษัทซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

6 นาที
ดีล CP Axtra–The Food Purveyor: ทางด่วนใหม่ของสินค้าไทยสู่ห้างพรีเมียมมาเลเซีย

ดีล CP Axtra–The Food Purveyor: ทางด่วนใหม่ของสินค้าไทยสู่ห้างพรีเมียมมาเลเซีย

เมื่อ CP Axtra ในเครือซีพี ทุ่มเงินกว่า 420 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าซื้อเครือซูเปอร์มาร์เก็ตพรีเมียม The Food Purveyor ในมาเลเซีย ดีลนี้อาจถูกมองในมุมการขยายอาณาจักรค้าปลีกของทุนไทย แต่สำหรับผู้ประกอบการไทยจำนวนมาก มันคือ “โครงสร้างพื้นฐานทางการค้าชุดใหม่” ที่อาจกลายเป็นทางด่วนพาสินค้าไทยขึ้นชั้นวางห้างระดับบนในอาเซียน หากเตรียมตัวทันและถูกจุด

11 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง