
โซลาร์รูฟท็อป 1.5 ล้านครัวเรือน เมื่อพลังงานแสงอาทิตย์กำลังเปลี่ยนโครงสร้างตลาดไทย
สรุปประเด็น
-
ตลาดโซลาร์พุ่ง-นำเข้าจีนโต: 7 เดือนแรกปี 2569 ไทยนำเข้าแผงโซลาร์เกือบ 1.5 หมื่นล้านบาท พุ่งขึ้น 88.7% โดยนำเข้าจากจีนสูงถึง 99.3%
-
รัฐเตรียมหนุน 1.5 ล้านหลัง: รัฐเล็งเปิดลงทะเบียนกลาง ต.ค. 2569 สนับสนุนโซลาร์รูฟท็อปครัวเรือนเป้าหมาย 1.5 ล้านหลัง เงินอุดหนุนสูงสุด 50,000 บาท
-
ปรับโมเดลการเงิน-เข้าถึงง่าย: ดึงธนาคารรัฐหนุนสินเชื่อ และหักชำระจากรายได้ขายไฟฟ้าส่วนเกิน ช่วยลดภาระเงินลงทุนก้อนแรกของประชาชน
-
คุมเข้มมาตรฐานและความปลอดภัย: สมอ. เร่งออกมาตรฐานบังคับควบคุมแผงโซลาร์และอุปกรณ์ เพื่อยกระดับความปลอดภัยระบบคาดบังคับใช้ ธ.ค. 2569
-
เปลี่ยนผู้บริโภคสู่ Prosumer: การเปลี่ยนครัวเรือนเป็นผู้ผลิตและขายไฟ ช่วยสร้าง Ecosystem พลังงานสะอาด และเปิดโอกาสใหม่ให้ธุรกิจ SMEs ไทย
ตลาดโซลาร์เซลล์ไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ ทั้งจากความต้องการใช้พลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นและนโยบายภาครัฐที่เตรียมสนับสนุนการติดตั้ง Solar Rooftop ภาคครัวเรือน ในวงกว้าง ขณะที่ข้อมูลการนำเข้าช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 สะท้อนความเคลื่อนไหวของตลาดอย่างชัดเจน โดยไทยนำเข้าเซลล์แสงอาทิตย์สำหรับประกอบเป็นโมดูลหรือแผงโซลาร์เซลล์มูลค่า 426.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 14,934 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสินค้านำเข้าจากจีนคิดเป็นสัดส่วนถึง 99.3% ของมูลค่านำเข้ารวม
ตัวเลขดังกล่าวกำลังเกิดขึ้นพร้อมกับการเตรียมเดินหน้าโครงการสนับสนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน ซึ่งภาครัฐเปิดเผยกรอบเป้าหมายไว้ที่ 1.5 ล้านครัวเรือน และเงินสนับสนุนสูงสุด 50,000 บาทต่อครัวเรือน โดยคาดว่าจะเปิดลงทะเบียนช่วงกลางเดือนตุลาคม 2569 ทั้งนี้ รายละเอียดและขั้นตอนของโครงการยังอยู่ระหว่างการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ตลาดโซลาร์เซลล์ไทยกำลังขยับจากตลาดเฉพาะกลุ่ม สู่ตลาดภาคครัวเรือนในวงกว้าง ขณะที่โจทย์สำคัญไม่ได้มีเพียง “ติดตั้งให้ได้มากขึ้น” แต่รวมถึง เงินทุน มาตรฐาน ความปลอดภัย และการสร้าง Supply Chain ในประเทศ
เมื่อ Solar Rooftop กำลังขยายจากบ้านกลุ่มเฉพาะ สู่ตลาดครัวเรือนวงกว้าง
หนึ่งในประเด็นที่น่าจับตาคือการออกแบบโครงการให้เข้าถึงครัวเรือนจำนวนมากขึ้น โดยกระทรวงการคลังเคยเปิดเผยแนวทางพิจารณาปรับขนาดระบบที่ได้รับการสนับสนุนให้เหมาะกับ ครัวเรือนขนาดเล็ก ซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้าไม่สูงมาก
แนวทางดังกล่าวมีนัยต่อโครงสร้างตลาดโดยตรง เพราะหากเกณฑ์เปิดให้ระบบขนาดเล็กเข้าถึงโครงการได้มากขึ้น ฐานลูกค้าของผู้ประกอบการจะไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบ้านขนาดใหญ่หรือผู้บริโภคที่มีเงินลงทุนสูง แต่สามารถขยายไปยัง ครัวเรือนทั่วไปในต่างจังหวัดและพื้นที่นอกเมือง ได้มากขึ้น
สำหรับผู้ประกอบการ นี่หมายถึงตลาดที่อาจเปลี่ยนจากการขายระบบแบบโครงการเฉพาะราย ไปสู่ Mass Residential Market ที่ต้องบริหารทั้งต้นทุน การติดตั้ง จำนวนทีมช่าง การบริการหลังการขาย และระบบสินเชื่อให้มีประสิทธิภาพ
Financial Model สำคัญไม่แพ้เงินอุดหนุน
อีกองค์ประกอบที่น่าสนใจคือกลไกด้านเงินทุนของโครงการ ซึ่งมีแนวทางให้ ธนาคารรัฐเข้ามาสนับสนุนสินเชื่อสำหรับการติดตั้ง เพื่อลดภาระเงินลงทุนเริ่มต้นของประชาชน โดยมีการวางกลไกให้การชำระคืนเชื่อมโยงกับรายได้จากการขายไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบ
หากกลไกดังกล่าวเดินหน้าได้ตามกรอบที่เปิดเผยไว้ จุดสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่เงินอุดหนุน 50,000 บาทเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้าง Financial Ecosystem ที่ทำให้ครัวเรือนสามารถเข้าสู่ตลาดพลังงานได้โดยไม่ต้องแบกรับเงินลงทุนก้อนใหญ่ตั้งแต่ต้น
สำหรับภาคธุรกิจ โมเดลนี้อาจทำให้ตลาดติดตั้งโซลาร์เซลล์มีลักษณะเป็น Volume Business มากขึ้น ผู้ประกอบการจึงต้องให้ความสำคัญกับต้นทุนต่อระบบ ระยะเวลาติดตั้ง คุณภาพอุปกรณ์ และบริการหลังการขายควบคู่กัน
มาตรฐานกำลังกลายเป็น “กติกาใหม่” ของตลาดโซลาร์เซลล์
เมื่อจำนวนการติดตั้งเพิ่มขึ้น ประเด็นที่ตามมาคือ คุณภาพและความปลอดภัยของระบบ ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมกำลังเร่งยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับโซลาร์เซลล์
กระทรวงอุตสาหกรรมระบุว่า สมอ. ได้เดินหน้าผลักดันมาตรฐานสำหรับแผงโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้เข้าสู่ระบบสินค้าควบคุม ขณะที่คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมยังเห็นชอบเพิ่มมาตรฐานสำหรับ ขั้วต่อและชุดประกอบสวิตช์เกียร์ เพื่อยกระดับความปลอดภัยของระบบให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยคาดว่ามาตรฐานเพิ่มเติมดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในเดือนธันวาคม 2569
ประเด็นนี้สะท้อนว่า ตลาด Solar Rooftop ในระยะต่อไปอาจไม่ได้แข่งขันกันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว แต่จะให้ความสำคัญกับ มาตรฐานสินค้า ความปลอดภัยของการติดตั้ง ใบอนุญาต การรับรองผลิตภัณฑ์ และความสามารถในการดูแลระบบตลอดอายุการใช้งาน
เมื่อมาตรฐานเข้มขึ้น ผู้ประกอบการที่มีระบบควบคุมคุณภาพและ Supply Chain ที่ชัดเจนจะต้องเตรียมพร้อมทั้งด้านสินค้า เอกสาร การทดสอบ และการติดตั้งน
จาก Imported Solar สู่โอกาสสร้าง Supply Chain ไทย
ตัวเลขการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นเกือบ 90% และการที่สินค้าจากจีนมีสัดส่วนถึง 99.3% ทำให้เกิดคำถามเชิงยุทธศาสตร์ว่า หากความต้องการ Solar Rooftop เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ไทยจะสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศได้มากเพียงใด
โจทย์จึงไม่ได้มีเพียงการเพิ่มจำนวนผู้ติดตั้ง แต่รวมถึงการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ อุปกรณ์ไฟฟ้า โครงสร้างติดตั้ง สายไฟ อินเวอร์เตอร์ ระบบกักเก็บพลังงาน งานวิศวกรรม การติดตั้ง ไปจนถึงบริการบำรุงรักษา
กระทรวงอุตสาหกรรมเองระบุว่าการใช้ความต้องการจากโครงการขนาดใหญ่เป็นโอกาสในการสร้างประโยชน์ให้กับอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะการผลักดัน SMEs และการจ้างงานคนไทย
ดังนั้น โอกาสของผู้ประกอบการไทยอาจไม่ได้อยู่เฉพาะการผลิต “แผงโซลาร์เซลล์” แต่สามารถอยู่ในส่วนที่มีความเชี่ยวชาญและสร้างมูลค่าเพิ่มได้ เช่น Engineering & Installation, Electrical Equipment, Energy Management, Maintenance และ Energy Storage
1.5 ล้านครัวเรือน กับการเปลี่ยนบทบาทของผู้บริโภค
หากโครงการสนับสนุนสามารถเดินหน้าได้ตามเป้าหมาย 1.5 ล้านครัวเรือน ตลาดพลังงานไทยจะมีผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อยเพิ่มขึ้นในระดับที่มีนัยสำคัญ
แนวคิดนี้เปลี่ยนบทบาทของครัวเรือนจาก Energy Consumer ไปสู่ Prosumer หรือผู้ที่ทั้งใช้และผลิตพลังงาน โดยเฉพาะเมื่อระบบสามารถเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าและมีการขายไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบ
ในมุมธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจนำไปสู่ตลาดใหม่ตั้งแต่ Solar Financing, Smart Energy Management, Battery Storage, Home Energy Management System ไปจนถึงบริการดูแลระบบระยะยาว
จึงอาจกล่าวได้ว่า ตลาด Solar Rooftop กำลังขยับจากการเป็นเพียง “ธุรกิจติดตั้งแผง” ไปสู่ Ecosystem ของพลังงานระดับครัวเรือน
จากนโยบายติดตั้ง สู่โจทย์สร้างอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด
การเติบโตของการนำเข้าโซลาร์เซลล์ในปี 2569 ประกอบกับแผนสนับสนุน Solar Rooftop สะท้อนว่าความต้องการพลังงานแสงอาทิตย์ของไทยกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ขณะที่ภาครัฐกำลังพยายามวางกติกาด้าน เงินทุน มาตรฐาน ความปลอดภัย และการเชื่อมต่อระบบ ไปพร้อมกัน
สำหรับผู้ประกอบการ สิ่งที่ต้องจับตาจึงไม่ใช่เพียงจำนวนครัวเรือนที่จะได้รับเงินสนับสนุน แต่คือ กติกาของโครงการ มาตรฐานสินค้า รูปแบบสินเชื่อ ต้นทุนการติดตั้ง และบทบาทของผู้เล่นไทยใน Supply Chain
เพราะหากการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เดินหน้าได้ครบทั้งระบบ Solar Rooftop อาจไม่ได้เป็นเพียงมาตรการลดค่าไฟของครัวเรือน แต่สามารถกลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่เชื่อม พลังงานสะอาด + เทคโนโลยี + การเงิน + SMEs + อุตสาหกรรมไทย เข้าด้วยกัน
ข้อมูลอ้างอิง:
- Global House. (2569, 15 กันยายน). โอกาสทองลดค่าไฟบ้านคุณคุ้ม เช็กเงื่อนไขและวิธีเตรียมตัวก่อนติดโซลาร์เซลล์. Global House. https://globalhouse.co.th/globalidea/detail/1094
- Willpower Inter. (2569, กันยายน 10). ลงทะเบียนโซลาร์รูฟท็อป กลาง ต.ค. 2569 รับเงินอุดหนุน 50,000 บาท. Willpower Inter. https://www.willpowerinter.com/blog/8185/solar-rooftop-government-subsidy-50000-october-2026
- รัฐบาลไทย. (2567, 15 ตุลาคม). “วราวุธ” พาอุตสาหกรรมหนุนโครงการรัฐ โซลาร์ รูฟท็อป 1.5 ล้านครัวเรือน สั่ง สมอ. คุมมาตรฐานทั้งระบบ ชู ซัพพลายเชน ดัน การผลิตเอสเอ็มอี-จ้างงานคนไทย. Thaigov.go.th. https://www.thaigov.go.th/th/news/168934
- THE STANDARD. (2569, กันยายน 9). 'มหาดไทย' จ่อเพิ่มสิทธิหนุนติดตั้ง 'โซลาร์รูฟท็อป' เป็น 1.5 ล้านครัวเรือน คาดเปิดลงทะเบียนกลางตุลาคมนี้. The Standard. https://thestandard.co/interior-ministry-solar-rooftop-1-5m-households/
- Bangkokbiznews. (2569, 9 กันยายน). 'คลัง' เปิดลงทะเบียน 'โซลาร์รูฟท็อป' กลาง ต.ค. นี้ ลุ้นขยับเป้าเป็น 1.5 ล้านหลัง. Bangkokbiznews. https://www.bangkokbiznews.com/economics/1251096
- ประชาชาติธุรกิจ. (2569, สิงหาคม 29). ชิงโซลาร์เซลล์ล้านครัวเรือน ถนนทุกสายมุ่ง 'กฟน.-กฟภ.'. ประชาชาติธุรกิจ. https://www.prachachat.net/economic/news-2059220
- NBT WORLD. (2569, กันยายน 19). Energy Minister Akanat Promphan said the 5-kilowatt solar rooftop capacity is designed to ensure wider distribution, particularly in rural areas, where the system can generate around 600–700 units of electricity per month, worth more than 2,000 baht. Instagram. https://www.instagram.com/p/DddjKTpGtcB/
- NationTV. (2569, 13 กันยายน). ธนกร หนุนนโยบายโซลาร์รูฟท็อป 5 หมื่น ลดค่าไฟ 1 ล้านครัวเรือน. NationTV. https://www.nationtv.tv/news/politics/378983240
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

GUNKUL จับมือกระทรวงพลังงานฟิลิปปินส์ ลุยโซลาร์ลอยน้ำ Laguna Lake ใหญ่สุดในอาเซียน 784.1 MW
GUNKUL เดินหน้ารุกตลาดพลังงานสะอาดระดับภูมิภาค ลงนาม LOI ร่วมกับกระทรวงพลังงานฟิลิปปินส์ พัฒนาโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ Laguna Lake Floating Solar ขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน กำลังการผลิต 784.1 เมกะวัตต์ พร้อมสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 20 ปี ล็อกราคาคงที่ หนุนการรับรู้กำไรเต็มปีตั้งแต่ปี 2571

คมนาคมเสนอกรอบเงินกู้ 2,665 ล้านบาท เยียวยาผู้ประกอบการขนส่ง เดินหน้า Solar Rooftop ขสมก. ลดต้นทุนพลังงาน
กระทรวงคมนาคมเสนอแผนขอกรอบเงินกู้ 2,665 ล้านบาท เดินหน้า 2 มาตรการสำคัญเพื่อเยียวยาผู้ประกอบการขนส่ง 2.4 แสนคัน วงเงิน 2,621.59 ล้านบาท บรรเทาผลกระทบต้นทุนพลังงาน และจัดสรรงบ 44.4 ล้านบาท ติดตั้ง Solar Rooftop พร้อมระบบกักเก็บพลังงานในอู่ ขสมก. มุ่งลดต้นทุนค่าไฟฟ้าและวางรากฐานพลังงานสะอาดระยะยาว

WHAUP ขยายการลงทุนธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน ชูระบบ Reclamation Water และ Direct PPA
ถอดกลยุทธ์ WHAUP ทุ่มงบ 2,900 ล้านบาท ปักหมุดโครงสร้างพื้นฐานยุคเปลี่ยนผ่าน ชูไฮไลต์เทคโนโลยี Reclamation Water ตอบโจทย์ Water Positive ควบคู่เตรียมพร้อม Direct PPA รับกระแส Data Center และ New S-Curve ตอกย้ำบทบาทผู้ขับเคลื่อนพลังงานหมุนเวียนและมาตรฐาน ESG สู่ระดับสากล

มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการติดตั้ง Solar Rooftop ในบ้านอยู่อาศัยและเครื่องจักรประหยัดพลังงาน
คณะรัฐมนตรีอนุมัติมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการติดตั้ง Solar Rooftop สำหรับบ้านอยู่อาศัย ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท และส่งเสริมการลงทุนในอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว

GUNKUL Q2/2569 แข็งแกร่ง กวาดรายได้ 2,823 ล้านบาท โตแรง 42% รับแรงหนุน PDP พร้อมลงทุนพลังงานสีเขียวและโครงสร้างพื้นฐาน
บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาส 2 ปี 2569 ด้วยรายได้รวมสูงถึง 2,823 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 41.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และมีกำไรเพิ่มขึ้น 18.7%

แผนยุทธศาสตร์ BWG ปี 2569 สู่ New S-Curve และการสร้าง Ecosystem พลังงานสะอาด
BWG ประกาศแผนยุทธศาสตร์ปี 2569 มุ่งสร้าง New S-Curve ด้วยการขยายฐานลูกค้าภาครัฐและเอกชน พร้อมป้อนเชื้อเพลิงขยะ (SRF) สนับสนุน Ecosystem พลังงานสะอาด ซึ่งจะสร้างโอกาสให้ SMEs ที่เกี่ยวข้อง
