
กรุงไทย ผนึก DCCE อบก. ปตท. ดันไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำใน The Bangkok Business Summit 2026
สรุปประเด็น
-
การผนึกกำลังระดับชาติ: กรุงไทยร่วมกับ DCCE, อบก. และ ปตท. ร่วมแสดงศักยภาพขับเคลื่อนไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในงาน Bangkok Business Summit 2026
-
กรอบเป้าหมายและกฎหมาย: DCCE นำเสนอทิศทางลดก๊าซเรือนกระจก 30-40% ปี 2030 มุ่งสู่ Net Zero ปี 2050 พร้อมเตรียมคล็อดกฎหมายและกลไกตลาดคาร์บอนบังคับใช้
-
เม็ดเงินลงทุนมหาศาล: ธนาคารโลกประเมินไทยต้องใช้เงินลงทุนด้านสภาพภูมิอากาศสูงถึง 7.3 ล้านล้านบาท (ปี 2025-2050) เปิดโอกาสสถาบันการเงินและภาคเอกชน
-
ผลักดัน SME ร่วมห่วงโซ่: กกร. ดันการเปลี่ยนผ่านสู่คาร์บอนต่ำเป็นโอกาสเติบโตใหม่ พร้อมดึง SME เข้าสู่ห่วงโซ่คุณค่าสีเขียวผ่านกลไกทางการเงิน
การประกาศความร่วมมือครั้งใหญ่ระหว่าง ธนาคารกรุงไทย กับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE) องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) และ กลุ่มบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในการร่วมออกบูธแสดงศักยภาพประเทศไทยภายในงาน The Bangkok Business Summit 2026 ภายใต้แนวคิด "Reinvent Thailand, Resilient ASEAN" นับเป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนว่าเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำไม่ได้เป็นเพียงวาระด้านสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่กำลังถูกยกระดับให้เป็นยุทธศาสตร์ระดับชาติที่เชื่อมโยงภาคการเงิน พลังงาน และนโยบายรัฐเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบ
งานสัมมนาดังกล่าวจัดขึ้นโดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ซึ่งประกอบด้วยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ในวันที่ 3 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีเป้าหมายสร้างรากฐานให้กับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ ความมั่นคงทางพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับอนาคต และเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำที่สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก ซึ่งการที่ ธนาคารกรุงไทย ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐเข้าร่วมแสดงศักยภาพในครั้งนี้ ตอกย้ำบทบาทของภาคธนาคารในการเป็นกลไกขับเคลื่อนเงินทุนสู่ธุรกิจสีเขียว

ไฮไลต์สำคัญของบูธความร่วมมือนี้คือการนำเสนอทิศทางการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทยโดย DCCE ซึ่งครอบคลุมทั้งเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 30-40% จากกรณีดำเนินธุรกิจตามปกติ (BAU) ภายในปี 2030 และการมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050 รวมถึงกฎหมายที่จะเข้ามากำกับดูแลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนกลไกการเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาตลาดคาร์บอนของไทย ประเด็นนี้มีนัยสำคัญต่อภาคธุรกิจขนาดใหญ่โดยตรง เพราะหมายความว่าองค์กรต่างๆ จะต้องเริ่มปรับตัวรับมือกับกรอบกฎหมายและกลไกตลาดคาร์บอนที่จะเข้มข้นขึ้นในอนาคตอันใกล้ ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้ธุรกิจที่เตรียมพร้อมด้านคาร์บอนต่ำสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียวได้ก่อนคู่แข่ง
เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 30-40% จากกรณีดำเนินธุรกิจตามปกติ (BAU) ภายในปี 2030 และการมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050
ในมุมมองระดับมหภาค งานนี้ยังถูกวางตำแหน่งให้เป็นเวทีแสดงความพร้อมของไทยต่อสายตานักลงทุนต่างชาติ โดยจะทำหน้าที่เป็นบันไดขั้นสำคัญก่อนเข้าสู่การประชุมประจำปี IMF-World Bank Group ในเดือนตุลาคม ภายใต้ธีม "Thailand's New Horizons: Empowering People, Building Resilience" และยังเป็นการปูทางสู่บทบาทผู้นำของไทยในภูมิภาคอาเซียนช่วงปี 2028 ตัวเลขที่สะท้อนขนาดของโอกาสและความท้าทายนี้ชัดเจนจากข้อมูลของธนาคารโลกที่ประเมินว่า ไทยจะต้องใช้เงินลงทุนด้านการลดและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรวมกันสูงถึงราว 219,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7.3 ล้านล้านบาท ในช่วงปี 2025-2050 ซึ่งเป็นช่องว่างการลงทุนมหาศาลที่เปิดทางให้ทั้งสถาบันการเงิน กองทุน และภาคเอกชนขนาดใหญ่เข้ามามีบทบาทร่วมกัน
ที่น่าสนใจคือ ประธาน กกร. ยังผลักดันให้ "การเปลี่ยนผ่านสู่คาร์บอนต่ำ" เป็นโอกาสการเติบโตใหม่ของประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SME) เข้ามามีส่วนร่วมในห่วงโซ่คุณค่าคาร์บอนต่ำมากขึ้น ซึ่งแม้จะเป็นประเด็นรองในภาพรวม แต่ก็สะท้อนว่านโยบายเศรษฐกิจสีเขียวระดับชาติจะไม่จำกัดอยู่เฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ หากแต่จะค่อยๆ ไหลลงไปสู่ธุรกิจทุกระดับผ่านกลไกทางการเงินและห่วงโซ่อุปทานในที่สุด

โดยรวมแล้ว การผนึกกำลังของ กรุงไทย, DCCE, อบก. และกลุ่ม ปตท. ในงาน Bangkok Business Summit 2026 ครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการแสดงศักยภาพเชิงสัญลักษณ์ แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนต่อภาคธุรกิจและนักลงทุนว่าเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำกำลังกลายเป็นเงื่อนไขบังคับของการแข่งขันในอนาคต และผู้ที่ปรับตัวได้ก่อนย่อมมีความได้เปรียบในการเข้าถึงเงินทุนและตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้นทุกขณะ
นโยบายเศรษฐกิจสีเขียวระดับชาติจะไม่จำกัดอยู่เฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ หากแต่จะค่อยๆ ไหลลงไปสู่ธุรกิจทุกระดับผ่านกลไกทางการเงินและห่วงโซ่อุปทานในที่สุด
ข้อมูลอ้างอิง:
- ThaiPR.NET. (2569, กันยายน 8). กรุงไทยผนึกพันธมิตรภาครัฐ–เอกชน โชว์ศักยภาพประเทศไทย สู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ. ThaiPR.NET. https://www.thaipr.net/finance/3757854
- ThaiPR.NET. (2569, กันยายน 3). ไทยเตรียมเปิดเวที Bangkok Business Summit 2026 ดึงรัฐ-เอกชน ชูศักภาพเศรษฐกิจและธุรกิจ สร้างความเชื่อมั่นต่อประชาคมโลก. ThaiPR.NET. https://www.thaipr.net/finance/3747467
- ThaiPR.NET. (2569, กันยายน 3). JSCCIB Chairman Positions the Low-Carbon Transition as Thailand’s Next Growth Opportunity, Calls for “Reinvent Thailand” and Greater SME Participation in Low-Carbon Value Chains Ahead of Bangkok Business Summit 2026. ThaiPR.NET. https://www.thaipr.net/en/business_en/3756285
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

CLT ผนึก AES Energy และ Yunfeng Financial Group ขับเคลื่อนโซลูชันพลังงานสะอาด หนุนธุรกิจไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
CLT ผนึกความร่วมมือ AES Energy และ Yunfeng Financial Group ขับเคลื่อนโซลูชันพลังงานสะอาดแบบบูรณาการ ผสานจุดแข็งด้านมาตรฐานตรวจวัด วิศวกรรม และเงินทุนพัฒนา Solar Rooftop รองรับภาคธุรกิจไทยปรับตัวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและมาตรฐาน ESG สากล

SME ไทยปรับตัวสู่ ESG เพื่อความยั่งยืน
ESG คือโอกาสทองสำหรับ SME ไทยในการปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว สร้างความได้เปรียบ และเติบโตอย่างยั่งยืนท่ามกลางกระแสความยั่งยืนที่ทั่วโลกมุ่งสู่ Net Zero

ธนาคารคลิกซ์ Virtual Bank ใหม่ล่าสุด ผสาน Ecosystem การเงิน–เทคโนโลยี–ค้าปลีก
ธนาคารคลิกซ์ (Clicx Bank) ธนาคารดิจิทัลไร้ เปิดตัวโดย AIS, กรุงไทย และ OR ผสาน Ecosystem การเงิน-เทคโนโลยี-ค้าปลีก มุ่งให้บริการสินเชื่อดิจิทัล บัญชีเงินฝาก และระบบโอนจ่ายครบจบในแอปเดียว ตอบโจทย์ผู้ประกอบการและคนยุคใหม่

กกร. ชง Thailand Content และ Regional Value Content ดึง SME ไทยร่วมซัพพลายเชน FDI รับมือความเสี่ยงการค้าโลก
กกร. และ ธปท. เร่งผลักดันการจัดทำฐานข้อมูล Regional Value Content (RVC) และกำหนดเกณฑ์ Thailand Content ที่ชัดเจน เพื่อป้องกันความเสี่ยง Transshipment และรับมือกฎระเบียบการค้าโลก พร้อมใช้เป็นกลไกเชื่อมโยงการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ดึง SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน

เวียดนามพลิกเกมอุตสาหกรรม: โฮจิมินห์ซิตี้สู่ฐานการผลิตเทคโนโลยีอาเซียน
เวียดนามเดินหมากใหญ่ ปรับโครงสร้างนิคมอุตสาหกรรมโฮจิมินห์ ดึงทุนระดับโลก สร้างฐานการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง ตั้งเป้าดึงเงินลงทุนกว่า 21,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมท้าทายความสามารถแข่งขันของไทยในทศวรรษใหม่

กรณีศึกษา: หุ้นกู้ดิจิทัลอสังหาฯ เมื่อแสนสิริและกรุงไทยสร้างตลาดตราสารหนี้รายย่อยบนแอปมือถือ
แสนสิริจับมือธนาคารกรุงไทย เสนอขาย “หุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริ” ผ่านแอปฯ เป๋าตัง ชูดอกเบี้ยคาดการณ์ [3.70 – 3.80]% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ตลอดอายุ 5 ปี อันดับความน่าเชื่อถือระดับ BBB+ เริ่มต้นลงทุนเพียง 1,000 บาท เปิดจองซื้อ 27 ส.ค. นี้ ตอกย้ำนวัตกรรมระดมทุนยุคใหม่ที่เข้าถึงง่ายและเท่าเทียม
