ถอดรหัสการเปลี่ยนผ่านสู่ "ผู้นำสีเขียว"

ถอดรหัสการเปลี่ยนผ่านสู่ "ผู้นำสีเขียว"

สรุปประเด็น

  • เปลี่ยนนิยามความยั่งยืน: ปรับมุมมองต่อหลัก ESG จากเดิมที่เป็น "ค่าใช้จ่ายหรือกิจกรรม CSR" ให้กลายเป็น "กลยุทธ์สร้างแต้มต่อ" เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในเวทีโลก

  • สร้างโมเดลธุรกิจหมุนเวียน: มุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมสีเขียวเพื่อลดต้นทุนพลังงาน นำวัตถุดิบรักษ์โลกมาใช้ซ้ำ ซึ่งช่วยเพิ่มกำไรและสร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว

  • กระจายอำนาจให้คนรุ่นใหม่: เชื่อมั่นว่านวัตกรรมเปลี่ยนโลกเกิดจากพนักงานหน้างาน จึงมุ่งให้อำนาจและปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมผ่านวัฒนธรรมองค์กรและการศึกษา

  • มุ่งสร้างคุณค่าร่วมกัน: เปลี่ยนเป้าหมายจากการหวังกำไรสูงสุดในระยะสั้น ไปสู่การสร้างคุณค่าร่วมกัน (Shared Value) ให้ธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

จาก "ต้นทุนที่ต้องจ่าย" สู่ "ยุทธศาสตร์สร้างผลกำไร" นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของผู้นำองค์กรในปี 2026 แรงบีบจากกฎระเบียบการค้าโลกและพฤติกรรมผู้บริโภค ได้เปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการมุ่งหวังกำไรระยะสั้น ไปสู่การสร้างคุณค่าร่วมกันอย่างยั่งยืน ดังเช่นกรณีศึกษาของ Jochen Zeitz เป็นผู้นำที่สร้างความฮือฮาให้โลกธุรกิจด้วยการเปลี่ยนระบบบัญชีแบบเดิม ให้คำนวณ "ต้นทุนทางธรรมชาติ" ออกมาเป็นตัวเลขทางการเงิน และ คุณศุภชัย เจียรวนนท์ แห่งเครือซีพี ที่ใช้กลยุทธ์ปฏิบัติการสีเขียวเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานจนได้รับการยอมรับในดัชนีความยั่งยืนระดับสากล บทเรียนจากผู้นำเหล่านี้ชี้ชัดว่า ความยั่งยืนและผลกำไรไม่ใช่เส้นขนาน แต่เป็นกลไกที่เกื้อหนุนกันและกัน

เปิดสถิติมัดใจลูกค้าและคนรุ่นใหม่: ทำไมธุรกิจยุคนี้ต้องเติบโตด้วย Green Growth

จากการศึกษาของ Boston Consulting Group (BCG) ชี้ให้เห็นว่า ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมได้กลายเป็นแกนหลักของขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยแนวทางการขับเคลื่อนแบ่งออกเป็น 2 มิติสำคัญ:

  1. Green Efficiency (ประสิทธิภาพเชิงนิเวศ): คือการลดการใช้ทรัพยากรและพลังงานในกระบวนการผลิต เช่น การนำเทคโนโลยี Industry 4.0 หรือ AI เข้ามาคำนวณการใช้พลังงานและลดของเสีย (Zero Waste) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลดต้นทุนการดำเนินงาน (OPEX)

  2. Green Growth (การเติบโตสีเขียว): คือการคิดค้นผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดใหม่ ตัวอย่างเช่น ผลวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคระดับโลกของ Nielsen ระบุว่า ผู้บริโภคกว่า 66% ยินดีจ่ายเงินเพิ่มขึ้นให้กับแบรนด์ที่แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และกว่า 67% ของคนรุ่นใหม่ปฏิเสธที่จะทำงานกับองค์กรที่ไม่มีนโยบายด้านความยั่งยืนที่ชัดเจน

นอกจากนี้ งานวิจัยเชิงวิชาการเกี่ยวกับกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เผยแพร่ในปี 2025) ยังยืนยันตรงกันว่า Green Leadership (ความเป็นผู้นำสีเขียว) ของผู้บริหารระดับสูง มีความสัมพันธ์เชิงบวกโดยตรงต่อความผูกพันของพนักงานในองค์กร (Employee Engagement) และช่วยสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันในระดับภูมิภาคท่ามกลางวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้น

แนวคิด "ธุรกิจยั่งยืน ผลประกอบการมีกำไร"

เพื่อเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่แนวคิด "Sustainable & Profitable" ผู้บริหารระดับสูงควรขับเคลื่อนกลยุทธ์ใน 4 มิติหลัก ดังนี้:

1. บูรณาการตัวชี้วัดความยั่งยืนเข้ากับ Core KPIs

หลีกเลี่ยงการแยกแผนกความยั่งยืนออกจากธุรกิจหลัก ผู้นำต้องเชื่อมโยงเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับดัชนีชี้วัดผลงานของแผนกปฏิบัติการ (Operational KPIs) เช่น กำหนดเป้าหมายการลดความเข้มข้นของคาร์บอนต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ (Carbon Intensity per Unit) หรืออัตราการประหยัดพลังงานในกระบวนการผลิต

2. บริหารความเสี่ยงซัพพลายเชนผ่าน "Green Procurement"

เนื่องจากผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและคาร์บอนฟุตพริ้นท์ส่วนใหญ่ของธุรกิจจัดอยู่ในกลุ่ม Scope 3 (ห่วงโซ่อุปทานและคู่ค้า) CEO และ Head of Procurement จำเป็นต้องสร้างกลไกการตรวจสอบคู่ค้า (Vendor Auditing) และสนับสนุนให้คู่ค้ารายย่อยลดการปล่อยคาร์บอน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกกีดกันทางการค้าในอนาคต

3. ใช้เทคโนโลยีเป็นคานงัด (Tech-Driven Decarbonization)

ลงทุนในระบบวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) และเซ็นเซอร์ IoT เพื่อตรวจจับและลดการสูญเสียพลังงานในระบบปรับอากาศ ระบบทำความร้อน หรือสายการผลิตในโรงงาน การใช้ระบบอัตโนมัติไม่เพียงแต่ลด Carbon Footprint แต่ยังคืนทุน (ROI) ได้อย่างรวดเร็วจากค่าสาธารณูปโภคที่ลดลง

4. สื่อสารอย่างโปร่งใสเพื่อป้องกัน "Greenwashing"

หลีกเลี่ยงการโฆษณาชวนเชื่อที่เกินจริง (Greenlighting) หรือการเคลมความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยไม่มีหลักฐานรองรับ ผู้นำยุคใหม่ต้องใช้วิธีสื่อสารความก้าวหน้าด้านความยั่งยืนด้วย "ข้อมูลดิบที่จับต้องได้และตรวจสอบได้" (Data-driven Transparency) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้นและสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้ในรูปแบบ ESG-linked Loans

กรณีศึกษา: ศุภชัย เจียรวนนท์ กับภาวะผู้นำหัวใจสีเขียว (Green Leadership)

คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นผู้นำต้นแบบในการทรานส์ฟอร์มองค์กรขนาดใหญ่ภายใต้แนวคิด "Sustainable & Profitable" โดยมองว่าการรักษ์โลกและหลัก ESG ไม่ใช่ภาระหรือต้นทุน แต่เป็นโอกาสในการสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันใหม่ในเวทีโลก

กลยุทธ์และผลลัพธ์สำคัญในการขับเคลื่อนความยั่งยืน มีดังนี้:

  • เป้าหมายระดับโลก (Milestones): มุ่งนำองค์กรสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2030 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 จนได้รับการยอมรับในดัชนีความยั่งยืนระดับสากลอย่าง DJSI และได้รับรางวัล "CEO of the Year"

  • การปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Action Plan): เริ่มจากการวัดคาร์บอนฟุตพริ้นท์เพื่อลดต้นทุนพลังงานในระยะสั้น ไปจนถึงการจับมือกับพันธมิตรปรับปรุงห่วงโซ่อุปทานเพื่อใช้วัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกในระยะกลาง

  • พลังคนรุ่นใหม่และนวัตกรรม (Empowerment): เชื่อว่า "ความฉลาดสูงสุดอยู่ที่หน้างาน" จึงมุ่งให้อำนาจพนักงานระดับปฏิบัติการในการคิดค้นนวัตกรรมสีเขียว (Green Innovation) พร้อมปลูกฝังจิตสำนึกผ่านวัฒนธรรมองค์กรและการศึกษา

การดำเนินงานทั้งหมดนี้เป็นการเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการมุ่งเน้นผลกำไรระยะสั้น (Profit Maximization) ไปสู่การสร้างคุณค่าร่วมกัน (Shared Value) ที่ทำให้ธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเติบโตเคียงข้างกันอย่างยั่งยืนในระยะยาว

กรณีศึกษา:  โยเชน ไซทซ์ (Jochen Zeitz) อดีต CEO ของ PUMA

"ผู้ริเริ่มบัญชีกำไร-ขาดทุนทางสิ่งแวดล้อม (E P&L)"

Jochen Zeitz เป็นผู้นำที่สร้างความฮือฮาให้โลกธุรกิจด้วยการเปลี่ยนระบบบัญชีแบบเดิม ให้คำนวณ "ต้นทุนทางธรรมชาติ" ออกมาเป็นตัวเลขทางการเงิน

  • Environmental Profit & Loss (E P&L): เขาเป็นคนแรกที่ทำบัญชีที่วัดมูลค่าผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (เช่น การใช้น้ำ การปล่อยคาร์บอน การใช้ที่ดิน) ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานออกมาเป็นจำนวนเงิน ทำให้บริษัทรู้จุดอ่อนและสามารถบริหารจัดการต้นทุนแฝงเหล่านี้ได้ดีขึ้น

  • ผลลัพธ์เชิงธุรกิจ: การรู้ต้นทุนที่แท้จริงช่วยให้ PUMA สามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ใช้วัตถุดิบน้อยลง รีไซเคิลได้ง่ายขึ้น ซึ่งนอกจากจะลดผลกระทบต่อโลกได้แล้ว ยังช่วยลดต้นทุนการผลิตจริงและเพิ่มอัตรากำไร (Profit Margin) ได้อีกด้วย

บทสรุปผู้บริหารซ พลิกโฉมธุรกิจสู่ความยั่งยืนที่สร้างผลกำไร

ในภูมิทัศน์ธุรกิจปัจจุบัน ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) หรือค่าใช้จ่ายส่วนเกินอีกต่อไป แต่ได้ทรานส์ฟอร์มสู่ "ยุทธศาสตร์หลักในการชี้ชะตาผลกำไรและทางรอดเดียวขององค์กร" แรงบีบรอบทิศทาง—ไม่ว่าจะเป็นกฎระเบียบการค้าโลกที่เข้มงวด กำแพงภาษีคาร์บอน ต้นทุนพลังงานที่ผันผวน และพฤติกรรมผู้บริโภค—ได้บีบให้ผู้นำองค์กรต้องเร่งเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการมุ่งหวังกำไรระยะสั้น (Profit Maximization) ไปสู่การสร้างคุณค่าร่วมกันอย่างยั่งยืน (Shared Value) เพื่อสร้างแต้มต่อและขีดความสามารถทางการแข่งขันใหม่ในเวทีโลก

บทเรียนความสำเร็จจากผู้นำต้นแบบแสดงให้เห็นอย่างประจักษ์ว่า ความยั่งยืนและผลกำไรสามารถเกื้อหนุนซึ่งกันและกันได้อย่างเป็นรูปธรรม

ที่มา

  • Boston Consulting Group (BCG): Green Leadership Report - A Business Leader’s Guide to Green Value Creation

  • McKinsey & Company: A New Leader's Blueprint for Sustainable, Profitable Business Growth

  • Academic Research (2025): Green Leadership and Sustainable Business Performance: Evidence from Southeast Asian SMEs (Published in INJOLE)

  • Nielsen Global Sustainability Survey: Consumer Sentiment on Sustainability and Purchasing Behavior

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

4 เทรนด์องค์ความรู้และทักษะที่ต้องมีในปี 2025 เพื่อไม่ให้ธุรกิจตกขบวน

4 เทรนด์องค์ความรู้และทักษะที่ต้องมีในปี 2025 เพื่อไม่ให้ธุรกิจตกขบวน

ปี 2025 เป็นปีที่ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวตาม 4 เทรนด์การพัฒนาทักษะใหม่ ได้แก่ เทคโนโลยีการผลิตและซัพพลายเชน, ความยั่งยืน (Sustainability & ESG), สุขภาพและสุขภาวะ (Health & Wellness) และ AI ในการบริหารธุรกิจ ซึ่งล้วนเป็นองค์ความรู้สำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถแข่งขันได้ในยุคดิจิทัล

5 นาที
ปตท.สผ. ทุ่มงบลงทุน 10,000–15,000 ล้านบาท เดินหน้า CCS แหล่งก๊าซอาทิตย์ ตั้งเป้ากักเก็บคาร์บอน 1 ล้านตันต่อปีภายในปี 2571

ปตท.สผ. ทุ่มงบลงทุน 10,000–15,000 ล้านบาท เดินหน้า CCS แหล่งก๊าซอาทิตย์ ตั้งเป้ากักเก็บคาร์บอน 1 ล้านตันต่อปีภายในปี 2571

ปตท.สผ. ประกาศตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) โครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) แหล่งก๊าซอาทิตย์ วงเงิน 10,000–15,000 ล้านบาท นับเป็นโครงการ CCS นอกชายฝั่งแห่งแรกของไทย ตั้งเป้ากักเก็บคาร์บอน 1 ล้านตันต่อปีภายในปี 2571 พร้อมวางรากฐานขยายผลสู่ Eastern Thailand CCS Hub

6 นาที
การตลาดสีเขียว (Green Marketing): กลยุทธ์สร้างแบรนด์ยั่งยืนในยุคผู้บริโภครักษ์โลก

การตลาดสีเขียว (Green Marketing): กลยุทธ์สร้างแบรนด์ยั่งยืนในยุคผู้บริโภครักษ์โลก

การตลาดสีเขียวคือแนวทางใหม่ที่ธุรกิจใช้เพื่อสร้างแบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมสร้างความยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม เรียนรู้แนวคิด กลยุทธ์ และตัวอย่างการนำไปใช้จริง

8 นาที
การเติบโตของ BWG จากรายได้การกำจัดกากอุตสาหกรรม

การเติบโตของ BWG จากรายได้การกำจัดกากอุตสาหกรรม

บริษัท BWG โชว์ผลประกอบการปี 2568 เติบโตแข็งแกร่งด้วยกำไรพุ่ง 355% จากธุรกิจกำจัดกากอุตสาหกรรม ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Waste-to-Energy พร้อมหนุน SME ไทยสู่โมเดลธุรกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน

5 นาที
เตรียมความพร้อมให้องค์กรเพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน

เตรียมความพร้อมให้องค์กรเพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน

องค์กรยุคใหม่ต้องปรับตัวรับความผันผวนของโลก VUCA และผลักดันกลยุทธ์ ESG อย่างจริงจัง เรียนรู้ 5 ประเด็นสำคัญในการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร นโยบาย และการเปลี่ยนผ่านองค์กร เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืนในระยะยาว

5 นาที
เชิญร่วมงาน FutureBuild Asia 2026 ฟังสัมมนา AI โดรน หุ่นยนต์ พลิกโฉมก่อสร้าง 12 พ.ย. นี้ ที่ BITEC

เชิญร่วมงาน FutureBuild Asia 2026 ฟังสัมมนา AI โดรน หุ่นยนต์ พลิกโฉมก่อสร้าง 12 พ.ย. นี้ ที่ BITEC

FutureBuild Asia 2026 เปิดเวทีสัมมนาธีม AI, Robotics, Drones & Technological Disruption ในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2569 ที่ Stage B งาน BITEC กรุงเทพฯ มี 2 เซสชันช่วงบ่าย ว่าด้วยการยกระดับซัพพลายเชนก่อสร้างด้วยเทคโนโลยีขนส่งอัจฉริยะ และการใช้แบบจำลองดิจิทัลกับไอทีเพื่อก่อสร้างอย่างยั่งยืน

4 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง